|

น้ำสะอาด บำบัดโรค “น้ำ” ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย นอกจากที่ร่างกายของเรามีน้ำอยู่ถึง 70%แล้วนั้น น้ำยังเป็นตัวการสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการเผาผลาญของร่างกายอีกด้วย เพราะเวลาที่ร่างกายทำงานหนักๆ อุณหภูมิภายในก็จะสูงขึ้น น้ำจึงเป็นตัวช่วยทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิลดลง ไม่ร้อนจนเกินไป อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำนั้น หากเราดื่มอย่างถูกหบักแล้ว อาจช่วยบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ และช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้อีกด้วย ลองมาดูกันค่ะ ว่าข้อดีของการดื่มน้ำอย่างถูกวิธีนั้นมีอะไรบ้าง ลองมาดูกันเลยค่ะ 1.น้ำที่ดื่ม ควรเป็นน้ำธรรมดาไม่เป็นน้ำที่ร้อนมากหรือที่เย็นจัด ถ้าเป็นน้ำอุ่นๆ เล็กน้อย ดื่มในตอนเช้าจะช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น สามารถขับของเสียออกมาได้หมด และทำให้ลำไส้สะอาด
2.ช่วงเวลาที่ดื่มน้ำ ในหนึ่งวัน ควรดื่มน้ำให้ได้ตามนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกาย - ตื่นนอนตอนเช้า ดื่มน้ำ 1 แก้ว - ตอนสาย ดื่มน้ำ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9.00 -10.00น) - ตอนบ่าย ดื่มน้ำ 3 แก้ว (เวลาประมาณ 13.00-14.00 น) - ตอนเย็น ดื่มน้ำ 3 แก้ว (เวลาประมาณ 19.00-20.00 น)
ก่อนเข้านอนดื่มน้ำอีก 1 แก้วเพื่อให้น้ำที่ดื่มเข้าไปได้ชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่นจะช่วยให้หลับสบายดีขึ้น โดยรวมแล้วเราสามารถดื่มน้ำเปล่าได้ถึงวันละ 10-14 แก้วเลยทีเดียว
นอกจากนี้ น้ำสะอาดยังสามารถบำบัดโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย จากสถิติของการศึกษาวิจับในประเทศญี่ปุ่น โรคที่สามารถบำบัดรักษาทำให้หายได้ด้วยการดื่มน้ำสะอาดเป็นประจำมีดังนี้ 1. โรคความดันโลหิตสูง 2. โรคกระเพาะ 3. โรคเบาหวาน 4. โรคท้องผูก 5. โรคมะเร็ง 6. โรควัณโรค ซึ่งการดื่มน้ำเพื่อบำบัดโรคนี้ไม่มีผลเสียแต่อย่างใด เพียงแต่อาจปัสสาวะบ่อยขึ้น ซึ่งการปัสสาวะนั้น ก็เป็นการขับของเสียออกมานั้นเอง ดังนั้นจึงพูดได้ว่าการดื่มน้ำสะอาดเป็นประจำ อย่างพอเพียงนั้น มีแต่ส่งผลดีให้กับร่างกาย |