Get the App
DOWNLOAD NOW
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน
  • google-play
  • app-store
  • app-gallery
Find a Store Blog
English
Community
NEW!!
Stores & Services
0
MY BAG
Share

ทรีทเม้นท์ผม เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญในการบำรุงผมเลยก็ว่าได้ คุณสมบัติของทรีทเม้นท์ผมจะช่วยบำรุงเส้นผมให้กลับมานุ่มลื่น เงางาม มีสุขภาพดี และการเลือกทรีทเม้นท์ให้เหมาะกับสภาพผม หรือปัญหาผม ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรใส่ใจ เพื่อให้ทรีทเม้นท์ได้ดูแลผมได้อย่างตรงจุดที่สุด วันนี้วัตสันเลยไม่พลาด ขอนำเอาทรีทเม้นท์ผม ตัวช่วยบำรุงผมยี่ห้อเด็ดใช้ดีมาแบ่งปันกัน

ทรีทเม้นท์ผมคืออะไร? ต่างจากครีมนวดผม และครีมหมักผมยังไง

ทรีทเม้นท์ผม คือไอเทมบำรุงเส้นผมที่มีความเข้มข้นเป็นพิเศษ ออกแบบมาเพื่อซ่อมแซม ฟื้นฟู และบำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึกกว่าครีมนวดผมปกติ ส่วนใหญ่มักจะมีส่วนผสมของเคราติน ไฮยาลูรอน หรือน้ำมันบำรุงต่าง ๆ เพื่อช่วยจัดการปัญหาผมแห้งเสีย ชี้ฟู ขาดร่วง หรือผ่านการทำเคมีอย่างล้ำลึก

ทรีทเม้นผมจะมีความแตกต่างจากครีมนวดผมและครีมหมักผมตรงที่ความเข้มข้น และคุณสมบัติในการใช้งาน สำหรับทรีทเม้นท์ผมจะมีเนื้อครีมที่เข้มข้นเป็นพิเศษ และช่วยบำรุงล้ำลึกกว่าด้วยสารอาหารเข้มข้นเพื่อซ่อมแซมโครงสร้างผมเสีย ส่วนครีมนวดผมจะทำหน้าที่แค่ปิดเกล็ดผมภายนอก ทำให้ผมนุ่มลื่นเท่านั้น

ทรีทเม้นท์ผม เหมาะกับปัญหาผมแบบไหน?

ทรีทเม้นท์ผม เป็นไอเทมบำรุงผมที่มีความเข้มข้น ช่วยบำรุงเส้นผมได้อย่างล้ำลึก จึงเหมาะกับปัญหาผมแห้งเสียมาก ๆ ผมแตกปลาย ชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก หรือผมที่ผ่านการทำเคมีหนัก ๆ ตัวทรีทเม้นท์จะทำหน้าที่ฟื้นฟูโครงสร้างภายในเส้นผม เติมความชุ่มชื้น และปิดเกล็ดผมล้ำลึกกว่าครีมนวดผมทั่วไป

ตารางเปรียบเทียบ ทรีทเม้นท์ vs ครีมนวด vs ครีมหมักผม

หลายคนอาจสับสนว่า ทรีทเม้นท์ ครีมนวด และครีมหมักผม แตกต่างกันอย่างไร แต่ละแบบเหมาะกับสภาพผมแบบไหน เพื่อให้เลือกใช้งานได้ตรงจุดและบำรุงผมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองมาดูตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ประเภทกันได้เลย

หัวข้อ ทรีทเม้นท์ ครีมนวด ครีมหมักผม
วัตถุประสงค์ ฟื้นฟูผมแห้งเสียภายใน เติมสารอาหาร เคลือบปิดเกล็ดผม ให้ผมนุ่มลื่น หวีง่าย ซ่อมแซมผมเสียรุนแรง เข้มข้นสูงสุด
ความเข้มข้น เข้มข้นสูง เนื้อบางเบา เข้มข้นปานกลาง เข้มข้นมากที่สุด
ระดับการบำรุง บำรุงภายในอย่างล้ำลึก บำรุงภายนอก เน้นเคลือบผม ภายในและภายนอก เน้นให้การฟื้นฟู
ความถี่ในการใช้ 1 – 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ทุกครั้งหลังสระ 1 ครั้ง ต่อสัปดาห์
เหมาะกับผมแบบไหน ผมแห้งเสีย ทำสี ยืด ดัด ผมปกติ-ผมมัน ผมแห้งกรอบรุนแรง ผมทำสีบ่อย
ราคา 300 – 1,500 บาท ขึ้นไป 20 – 300 บาท ขึ้นไป 50 – 1,000 บาท ขึ้นไป

วิธีเลือกทรีทเม้นท์ผมให้เหมาะกับคุณ เลือกยังไง?

ก่อนตัดสินใจซื้อ ทรีทเม้นท์ผมสักหลอด ลองมาดูเช็กลิสต์การเลือกทรีทเม้นท์ให้เหมาะกับสภาพผม การใช้งาน เนื้อสัมผัส และส่วนผสมที่ปลอดภัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การบำรุงที่ตรงใจที่สุด

1. เลือกทรีทเม้นส์ตามสภาพผม

  • ผมแห้งเสีย ควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของน้ำมันจากพืช เช่น อาร์แกนออยล์ น้ำมันมะพร้าว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและเคลือบเกล็ดผม
  • ผมชี้ฟู ควรเลือกทรีทเม้นท์ผสมไฮยาลูรอน เพื่อเติมน้ำและล็อคความชุ่มชื้นให้ผมมีน้ำหนักมากขึ้น
  • ผมทำสี ควรเลือกทรีทเม้นท์ที่มีคุณสมบัติช่วยเคลือบปิดเกล็ดผม เพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดสีหลุดลอกไว
  • ผมขาดหลุดร่วง ควรเลือกทรีทเม้นท์ที่มี ไบโอติน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้เส้นผม และเคราติน เพื่อเติมเต็มโปรตีนที่หายไป หรือสารสกัดที่ช่วยลดผมร่วงโดยตรง
  • ผมมัน ควรเลือกทรีทเม้นท์สูตรเนื้อเบาบาง ปราศจากน้ำมัน (Oil-free) หรือสูตรที่ช่วย ควบคุมความมัน เพื่อฟื้นบำรุงปลายผมแห้งเสียโดยไม่ทำให้หนังศีรษะมันเยิ้มเร็ว 
  • ผมเส้นเล็ก ควรเลือกทรีทเม้นท์เป็นสูตรที่มีเนื้อบางเบาแต่บำรุงล้ำลึก เช่น สูตรวอลลุ่ม (Volumizing) เคราติน (Keratin) หรือสารสกัดที่ช่วยให้ผมพริ้วไหวไม่ลีบแบน 
  • ผมเส้นใหญ่ ควรเลือกทรีทเม้นท์สูตรเข้มข้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความฟู และทำให้ผมนุ่มสลวยขึ้น หรือเลือกที่มีส่วนผสมของเคราติน (Keratin) น้ำมันบำรุง เช่น อาร์แกนออยล์ น้ำมันมะพร้าว หรือมอยส์เจอไรเซอร์ที่เติมน้ำให้เส้นผม

2. เลือกทรีทเม้นส์ให้เหมาะกับการใช้งาน 

  • ทรีทเม้นท์แบบล้างออก เป็นทรีทเม้นท์ที่จะใช้หลังการสระผมทันที ชโลมให้ทั่วเส้นผมและปล่อยทิ้งไว้ 5 – 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เหมาะกับคนที่ต้องการบำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึก เช่น ผมแห้งเสียจากการทำสี หรือผมเปราะบางขาดง่ายและต้องการฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผมจากภายใน
  • ทรีทเม้นท์แบบไม่ต้องล้างออก เหมาะกับการใช้งานเพื่อช่วยเคลือบเส้นผมเพื่อป้องกันความร้อนจากการไดร์ หนีบ หรือม้วนผม และเสริมความชุ่มชื้นในระหว่างวัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อนเป็นประจำ ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบครีม เซรั่ม หรือสเปรย์ ใช้หลังสระผมในขณะที่ผมหมาดหรือแห้งแล้ว

3. เลือกทรีทเม้นท์จากเนื้อสัมผัส

  • ทรีทเม้นท์เนื้อเข้มข้น ทรีทเม้นท์ที่มีเนื้อครีมเข้มข้น เหมาะกับการบำรุงที่ล้ำลึก อย่างเช่น ปัญหาผมแห้งเสียจากความร้อน หรือผ่านการทำเคมี เช่น การดัด ยืด หรือฟอกสี ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผมจากภายใน เพื่อให้ผมกลับมานุ่มลื่นและมีสุขภาพดี
  • ทรีทเม้นท์เนื้อบางเบา ทรีทเม้นท์ที่มีเนื้อค่อนข้างบางเบา เช่น เนื้อน้ำนม เนื้อเจล จะมีสัมผัสบางเบากว่าเนื้อครีม แต่ยังให้การบำรุงได้อย่างล้ำลึก เหมาะสำหรับคนที่มีเส้นผมหรือหนังศีรษะมัน เพราะเนื้อทรีทเม้นท์บางเบาจะไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ช่วยให้รู้สึกสบายขณะใช้งานและล้างออกได้ง่ายด้วย

4. เลือกทรีทเม้นส์ปราศจากซิลิโคนและมิเนอรัลออยล์

ควรเลือกทรีทเม้นส์ที่ปราศจากซิลิโคนและมิเนอรัลออยล์ เพราะถึงแม้ว่า ซิลิโคน จะช่วยเคลือบเส้นผมให้ลื่น เงางาม และลดการพันกันได้ทันทีหลังใช้งาน แต่ซิลิโคนบางประเภทอาจล้างออกยาก และถ้าสะสมบนหนังศีรษะนาน ๆ อาจส่งผลให้หนังศีรษะมันง่าย มีอาการคัน หรือเกิดสิวตามมาได้

ส่วน มิเนอรัลออยล์ จะใช้เพื่อเคลือบเส้นผมให้ดูนุ่มและชุ่มชื้น แต่ไม่สามารถซึมเข้าสู่แกนผมเพื่อบำรุงได้จริง ถ้าตกค้างบนหนังศีรษะ อาจทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันและส่งผลให้หนังศีรษะเกิดความไม่สมดุลในระยะยาวได้ เพื่อเลือกทรีทเม้นท์ที่มีความปลอดภัย ไม่มีการอุดตันควรเลี่ยงส่วนผสม 2 ตัวนี้เอาไว้ให้ดี

แนะนำ 10 ทรีทเม้นท์ผม ยี่ห้อไหนดี?

1.Watsons Volumising Treatment Wax Beer

ทรีทเม้นท์ผม Watsons Volumising Treatment Wax Beer ครีมหมักผมเพิ่มวอลลุ่ม

ทรีทเม้นท์ผมจาก Watsons Volumising Treatment Wax Beer ตัวนี้จะช่วยฟื้นบำรุงผมเส้นเล็ก ลีบแบน ให้กลับมานุ่มลื่น มีวอลลุ่ม และดูหนานุ่มขึ้น ด้วยคุณค่าจากเบียร์และโปรตีนจมูกข้าวสาลี ช่วยให้ผมเงางาม ไม่ชี้ฟู และเสริมความแข็งแรงให้หนังศีรษะและเส้นผม เป็นทรีทเม้นท์ผมที่เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่ต้องการเพิ่มความหนาให้เส้นผมดูมีชีวิตชีวาขึ้น

  • ส่วนผสมหลัก สารสกัดจากเบียร์ (Beer) ไบโอติน (Biotin) และโปรตีนจากจมูกข้าวสาลี (Hydrolyzed Wheat Protein)
  • เหมาะกับใคร คนที่มีปัญหาผมเส้นเล็ก ลีบแบน หรือผมไม่มีน้ำหนัก
  • เนื้อสัมผัส เนื้อเนียนละเอียด
  • ปริมาณ 500 มล.
  • ราคา 139 บาท

2. Dove Intense Repair Treatment Mask

ทรีทเม้นท์ผม Dove Intense Repair Treatment Mask ครีมหมักผมฟื้นบำรุงผมแห้งเสีย

สำหรับ Dove Intense Repair Treatment Mask จะเป็นทรีทเม้นท์ผมสูตรใหม่ Hya + Peptide มี Peptide Repair (เพปไทด์) ช่วยฟื้นบำรุงโปรตีนในเส้นผม เสริมความแข็งแรงให้เส้นผมที่แห้งเสียลึกถึงแกนผม และ Hya (ไฮยาลูรอน) เติมความชุ่มชื้นให้เส้นผมอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผมดูอิ่มน้ำ นุ่มลื่น และลดความแห้งกร้าน นอกจากนั้นก็ยังมี Bio-Protein (ไบโอ-โปรตีน) ที่ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างผมที่เสียหาย ฟื้นบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงขึ้นถึง 10 เท่า และ Keratin Repair Actives (เคราติน) ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างโปรตีนภายในเส้นผม จัดการปัญหาผมเสียจากความร้อนและสารเคมีอยู่ด้วย

  • ส่วนผสมหลัก Peptide Repair (เพปไทด์) Hya (ไฮยาลูรอน) Bio-Protein (ไบโอ-โปรตีน) Keratin Repair Actives (เคราติน)
  • เหมาะกับใคร คนที่มีปัญหาผมแห้งเสียรุนแรง เปราะบาง แตกปลาย หรือผ่านการทำเคมี และจัดทรงด้วยความร้อนเป็นประจำ
  • เนื้อสัมผัส เนื้อครีมเข้มข้น
  • ปริมาณ 265 กรัม
  • ราคา 199 บาท

3. TRESemmé Treatment Mask Keratin Smooth

ทรีทเม้นท์ผม TRESemmé Treatment Mask Keratin Smooth ครีมหมักผมเคราติน

ตามมาด้วยทรีทเม้นท์ผม TRESemmé Treatment Mask Keratin Smooth ตัวนี้จะช่วยฟื้นบำรุงผมแห้งเสียและชี้ฟูอย่างล้ำลึก ด้วยเคราตินและน้ำมันมารูล่า ช่วยให้ผมเรียบลื่น นุ่มสลวย จัดทรงง่าย และลดผมชี้ฟู ที่แบรนด์เคลมมาว่าช่วยให้อยู่ได้นานถึง 48 ชั่วโมง เพื่อทำหน้าที่เชื่อมพันธะแกนผมที่ถูกทำลายจากการจัดแต่งทรงหรือความร้อน

  • ส่วนผสมหลัก Hydrolyzed Keratin และ Sclerocarya Birrea Seed Oil (Marula Oil)
  • เหมาะกับใคร คนที่มีปัญหาผมแห้งเสีย ชี้ฟู ขาดน้ำหนัก และผมที่ผ่านการทำเคมีมาอย่างหนัก
  • เนื้อสัมผัส เนื้อครีมเข้มข้น
  • ปริมาณ 180 มล.
  • ราคา 199 บาท

4. Fino Premium Touch Hair Mask

ทรีทเม้นท์ผม Fino Premium Touch Hair Mask ครีมหมักผม Royal Jelly

ทรีทเม้นท์ผม Fino Premium Touch Hair Mask ทรีทเม้นท์ที่ช่วยฟื้นบำรุงผมแห้งเสียมากอย่างล้ำลึก เพราะมีส่วนผสมของ 6 Beauty Serum ที่ซึมซาบเข้าสู่แกนผม ช่วยให้กลับมานุ่มลื่น ชุ่มชื่น ดูมีสุขภาพดี และเน้นลดปัญหาผมแตกปลาย แห้งกรอบจากการทำสี ดัด หรือความร้อน ให้เรียบเนียนสลวยทันทีหลังใช้ มาพร้อมกับกลิ่นหอม ช่วยให้ผมมีกลิ่นหอมละมุนอีกด้วย

  • ส่วนผสมหลัก รอยัลเจลลี่ EX (Royal Jelly EX), CA (Para-chloroamphetamine), สควาเลน (Squalane), Dimethicone (ซิลิโคน) Trehalose และ Sorbitol
  • เหมาะกับใคร คนที่มีผมแห้งเสีย ชี้ฟู เปราะบาง หรือผ่านการทำเคมี 
  • เนื้อสัมผัส เนื้อเจลลี่เข้มข้น
  • ปริมาณ 230 กรัม
  • ราคา 399 บาท

5. Khaokho Talaypu Hair Mask Coconut Avocado Intense

ทรีทเม้นท์ผม Khaokho Talaypu Hair Mask Coconut Avocado Intense

ทรีทเม้นท์มะพร้าวและอโวคาโด Khaokho Talaypu Hair Mask Coconut Avocado Intense ตัวช่วยฟื้นบำรุงล้ำลึก มี Nano Keratin ช่วยปิดเกล็ดผมให้เรียบลื่นตลอดเส้น ฟื้นบำรุงผมแห้งเสีย แตกปลาย และขาดความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผมนุ่มลื่น มีน้ำหนัก เงางาม ซ่อมแซมแกนผม ด้วยสารสกัดธรรมชาติ แถมยังปราศจากซิลิโคน / สารเคมีอันตราย 12 ชนิด อีกด้วย

  • ส่วนผสมหลัก น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil) และอโวคาโด (Avocado Oil), Nano Keratin, Pro Vitamin B5 / Vitamin E
  • เหมาะกับใคร คนที่มีปัญหาผมแห้งเสียรุนแรง ผมแตกปลาย หรือผมที่ผ่านการทำเคมี 
  • เนื้อสัมผัส เนื้อครีมเข้มข้น
  • ปริมาณ 280 มล.
  • ราคา 279 บาท

6. Caring Treatment AHA Formula

ทรีทเม้นท์ผม Caring Treatment AHA Formula ครีมหมักผมสูตร AHA

ต่อมาเป็นทรีทเม้นท์ AHA ทรีทเม้นท์ผม Caring Treatment AHA Formula ตัวนี้จะเป็นทรีทเม้นท์บำรุงผมที่เน้นฟื้นฟูผมแห้งเสียรุนแรงจากการทำเคมี เช่น ยืด ดัด หรือทำสี โดยใช้กรดผลไม้ (AHA) และคอลลาเจน ช่วยปรับสภาพเกล็ดผมให้เรียบเนียน บำรุงลึกให้ผมนุ่มสลวย มีน้ำหนัก และช่วยลดผมแตกปลายได้ดี

  • ส่วนผสมหลัก สารสกัดจากผลไม้ (Fruity Acid / AHA) คอลลาเจน (Collagen) และโปรวิตามิน B5 (Pro-Vitamin B5)
  • เหมาะกับใคร คนที่มีปัญหาผมแห้งเสียรุนแรงจากการทำเคมี
  • เนื้อสัมผัส เนื้อครีมเข้มข้น
  • ปริมาณ 250 มล.
  • ราคา 89 บาท

7. Watsons Treatment Wax Cherry Blossom for Dull or Normal Hair

ทรีทเม้นท์ผม Watsons Treatment Wax Cherry Blossom สูตรเชอร์รี่บลอสซั่ม

สำหรับทรีทเม้นท์จาก Watsons ตัวนี้จะเป็น Watsons Treatment Wax Cherry Blossom for Dull or Normal Hair ครีมหมักผมเข้มข้นที่เน้นฟื้นบำรุงผมแตกปลายและผมแห้งกระด้าง ช่วยให้เส้นผมนุ่มลื่น แข็งแรง และเงางามดูสุขภาพดี ด้วยส่วนผสมของเคราติน ไบโอติน และสารสกัดเชอร์รี่บลอสซั่ม และที่สำคัญปราศจากสารระคายเคืองอย่างพาราเบนและแอลกอฮอล์ด้วย

  • ส่วนผสมหลัก Keratin (เคราติน) Biotin (ไบโอติน) และสารสกัดจาก Cherry Blossom (ดอกซากุระ)
  • เหมาะกับใคร คนที่มีปัญหาผมแห้งหยาบกระด้าง ผมธรรมดาที่ต้องการการบำรุง และผมที่ไม่มีน้ำหนัก ดูไม่เงางาม
  • เนื้อสัมผัส เนื้อครีมเข้มข้น
  • ปริมาณ 500 มล.
  • ราคา 139 บาท

8. I-Nature Coconut Hair Treatment

ทรีทเม้นท์ผม I-Nature Coconut Hair Treatment สูตรน้ำมันมะพร้าว

ตามมาด้วย I-Nature Coconut Hair Treatment ทรีทเม้นท์สูตรน้ำมันมะพร้าวเข้มข้นที่มาพร้อมกับคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสีย ชี้ฟู และแตกปลายให้กลับมานุ่มลื่น มีน้ำหนัก เงางาม อุดมด้วยวิตามิน E และ B5 ช่วยเติมสารอาหารให้เส้นผม นุ่มสลวย และเงางาม แถมยังบำรุงล้ำลึก จัดทรงง่าย และฟื้นฟูสภาพผมจากการทำสีหรือความร้อนได้ดี 

  • ส่วนผสมหลัก น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Virgin Coconut Oil) โปรตีนจากกะทิ (Coconut Milk) วิตามิน B5 และ E
  • เหมาะกับใคร คนที่มีปัญหาผมแห้งเสีย ชี้ฟู แตกปลาย ผมทำสี ดัด ยืด และคนที่ต้องการบำรุงผมให้ นุ่มลื่น มีน้ำหนัก 
  • เนื้อสัมผัส เนื้อครีมเข้มข้น
  • ปริมาณ 150 กรัม
  • ราคา 179 บาท

9. Bualuang Hair Treatment Keratin Smooth Sericin Protein Far Intence Care

ทรีทเม้นท์ผม Bualuang Hair Treatment Keratin Smooth Sericin Protein

Bualuang Hair Treatment Keratin Smooth Sericin Protein Far Intence Care ทรีทเม้นท์สูตรเข้มข้นที่ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียและแตกปลายอย่างเร่งด่วน โดยจะใช้เคราติน ช่วยสร้างความแข็งแรงให้โครงสร้างเส้นผม และ Sericin (โปรตีนจากรังไหม) เคลือบปิดเกล็ดผม ทำให้ผมชุ่มชื้น นุ่มสลวย เงางาม จัดทรงง่าย ลดผมชี้ฟู และปรับสภาพหนังศีรษะได้ด้วย

  • ส่วนผสมหลัก เคราติน (Keratin) และโปรตีนเซริซิน (Sericin Protein / Silk Protein)
  • เหมาะกับใคร คนที่มีปัญหาผมแห้งเสียขั้นรุนแรง ผมชี้ฟูจัดทรงยาก หรือผมที่ผ่านการทำเคมีบ่อย ๆ
  • เนื้อสัมผัส เนื้อครีมเข้มข้น
  • ปริมาณ 280 มล.
  • ราคา 125 บาท

10. Sunsilk Powershot Treatment

ทรีทเม้นท์ผม Sunsilk Powershot Treatment ครีมหมักผมเข้มข้น

ทรีทเม้นท์ผม Sunsilk Powershot Treatment ทรีทเม้นท์หมักผมสูตรเข้มข้น ตัวช่วยฟื้นบำรุงผมแห้งเสียล้ำลึกอย่างรวดเร็ว ที่ทางแบรนด์เคลมมาว่าบำรุงได้รวดเร็วภายใน 1 นาที และยังช่วยเติมความชุ่มชื้น เติมเต็มเกร็ดผมที่เปราะบาง และทำให้ผมนุ่มลื่น แข็งแรง มีสุขภาพดีขึ้น มีหลายสูตรให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นสูตรสีส้ม (Damage Repair) บำรุงผมแห้งเสียรุนแรงให้กลับมานุ่มลื่น แข็งแรง สูตรสีชมพู (Smooth Revival) ช่วยให้ผมนุ่มลื่น จัดทรงง่าย สูตร Diamond Shine บำรุงผมแห้งกระด้างให้เงางามเปล่งประกาย และสูตรสตรอง เลงธ์ (Strong Length) ฟื้นบำรุงผมเสียขาดหลุดร่วง ให้ผมยาวสวย

  • ส่วนผสมหลัก เคราติน (Keratin) คอลลาเจน (Collagen) และอโวคาโดออยล์ (Avocado Oil)
  • เหมาะกับใคร คนที่มีปัญหาผมแห้งเสียรุนแรงจากการทำเคมี ยืด ดัด ทำสี หรือความร้อน
  • เนื้อสัมผัส เนื้อครีมเข้มข้น
  • ปริมาณ 250 มล.
  • ราคา 139 บาท

วิธีใช้ทรีทเม้นส์ผมให้ได้ผลสูงสุด ทำยังไง?

การใช้ทรีทเม้นท์ผมให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่แค่เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่วิธีและความถี่ในการใช้ก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองมาดูเทคนิคการใช้และข้อควรระวังที่ควรรู้กันได้เลย

ความถี่ในการใช้ทรีทเม้นส์ผม บ่อยแค่ไหน?

สำหรับระยะเวลาในการใช้ทรีทเม้นท์ผมที่เหมาะสมที่สุดคือ 1 – 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ถ้าเกิดมีผมแห้งเสียมากจากเคมี ทำสีหรือดัด ก็สามารถใช้ได้บ่อยขึ้นเป็น 2 – 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ได้ แต่ก็ไม่ควรใช้ทุกวันเพราะอาจทำให้ผมมันเร็ว หนังศีรษะอุดตัน หรือผมเหนียวเหนอะหนะได้ เพราะเนื้อสัมผัสของทรีทเม้นท์ผมมีความเข้มข้นมาก เหมาะสำหรับบำรุงอย่างล้ำลึก และใช้หลังจากสระผมด้วยแชมพูเสร็จแล้ว

ข้อควรระวังในการใช้ทรีทเม้นส์ผม มีอะไรบ้าง?

  • ไม่ควรชโลมทรีทเม้นท์ถึงโคนผม หรือหนังศีรษะ เพราะจะทำให้หนังศีรษะมัน ผมลีบแบน และเกิดการอุดตัน
  • ไม่ควรลงทรีทเม้นท์ตอนผมเปียกโชก เพราะน้ำจะทำให้เนื้อครีมเจือจางลงและบำรุงได้ไม่เต็มที่
  • ควรใช้ทรีทเมนต์หลังสระผม ชโลมแล้วทิ้งไว้ แล้วตามด้วยครีมนวดเพื่อปิดเกล็ดผม
  • ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกวัน แนะนำให้บำรุงทรีทเม้นท์ 1 – 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ เพื่อไม่ให้ผมได้รับสารบำรุงมากเกินไปจนทำให้ผมเหนียวและหมองคล้ำ
  •  ไม่ควรหมักทิ้งไว้นานเกินไป ทำให้สารเคลือบผมสะสมมากเกินไปจนหนักศีรษะ จนผมลีบแบน มันเร็ว และอาจเกิดการอุดตันหนังศีรษะขึ้นได้
  • ควรใช้หวีซี่ห่าง ช่วยชโลมทรีทเมนต์ให้ทั่วเส้นผม เพื่อให้สารบำรุงกระจายได้อย่างสม่ำเสมอ 
  • ควรล้างทรีทเม้นท์ออกให้สะอาดหมดจด เพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างที่อาจทำให้ผมแห้งเสียกว่าเดิมในระยะยาว

ทรีทเม้นท์บำรุงผมเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดูแลเส้นผม สำหรับคนที่มีปัญหาผมเสียหนักมาก หรือผมที่มีการทำเคมี และใช้ความร้อนบ่อย ๆ เพราะทรีทเม้นท์จะช่วยบำรุงล้ำลึกด้วยสารอาหารเข้มข้นเพื่อซ่อมแซมโครงสร้างผมเสีย แต่การจะใช้ทรีทเม้นท์ให้ได้ผลดีที่สุด ก็ควรเลือกทรีทเม้นท์ที่เหมาะกับสภาพผมและปัญหาผมของตัวเอง รวมไปถึงควรเลือกทรีทเม้นท์ที่มีคุณภาพ ใช้ดี คุ้มราคา ใครยังลังเลว่าทรีทเม้นท์ผมยี่ห้อไหนดี หรือจะลองมาเลือกที่ Watsons ทั้งร้านค้าและออนไลน์ ก็มีทรีทเม้นท์ผมให้เลือกตอบโจทย์แต่ละสภาพผมอยู่มากมายเช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย

Q: ทรีทเม้นท์ผมควรทาถึงโคนผมไหม?

A: การใช้ทรีทเม้นท์บำรุงผม ไม่แนะนำให้ชโลมทรีทเม้นท์จนถึงโคนหรือหนังศีรษะ เพราะจะทำให้ผมมันเร็ว ลีบแบน และเกิดการอุดตันของรูขุมขนบนหนังศีรษะจนทำให้เกิดสิวหรือรังแคได้ แนะนำให้ชโลมทรีทเม้นท์ตั้งแต่ช่วงกลางผมลงไปถึงปลายผม หมักผมทิ้งไว้ตามเวลา จากนั้นล้างออกให้สะอาดหมดจดก็เพียงพอแล้ว

Q: ทรีทเม้นท์ผมใช้ก่อนหรือหลังครีมนวด?

A: ขั้นตอนการใช้ทรีทเม้นท์ที่ถูกต้อง เริ่มจากสระผมด้วยแชมพู ชโลมทรีทเม้นท์ทิ้งไว้แล้วล้างออก ปิดท้ายด้วยครีมนวด และควรใช้ทรีทเม้นท์ก่อนค่อยตามด้วยครีมนวดผม เพื่อให้ทรีทเม้นท์บำรุงล้ำลึก และซ่อมแซมเส้นผม จากนั้นปิดเกล็ดผมและเคลือบผิวผมให้ผมนุ่มลื่น พร้อมกับล็อกสารบำรุงไม่ให้หลุดออกง่าย ด้วยครีมนวดผม

Q: ใช้ทรีทเม้นท์ผมบ่อยเกินไปได้ไหม?

A: การใช้ทรีทเม้นท์ผมบ่อยเกินไปอาจจะส่งผลเสียต่อเส้นผมได้ ตามปกติแล้วแนะนำให้ใช้ทรีทเม้นท์บำรุงผมแค่เพียง 1 – 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์เท่านั้น ถ้าเกิดใช้ทุกวันอาจทำให้ผมมันเร็ว ลีบแบน หนังศีรษะอุดตัน และผมร่วงได้ แต่สำหรับในกรณีที่ผมแห้งเสียมาก อาจใช้ได้บ่อยขึ้นได้ และควรเน้นบำรุงเฉพาะกลางผมถึงปลายผมแทนการหมักทั้งศีรษะจะดีที่สุด

Q: ทรีทเม้นท์ผมช่วยลดผมร่วงได้ไหม?

A: ทรีทเม้นท์ผมมีส่วนช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้ ในกรณีที่ผมหลุดร่วงจากผมแห้งเสีย ขาดความแข็งแรงจากการทำเคมี ยืด ดัด ย้อม หรือความร้อน ทรีทเม้นท์จะช่วยให้การบำรุงล้ำลึก เพิ่มความชุ่มชื้น และเสริมโปรตีนให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น ทำให้ผมไม่เปราะขาดง่าย ลดผมร่วงไปได้บ้าง

Previous

กันแดด Elixir ตัวไหนดี? รวม 10 ครีมกันแดด Elixir น่าใช้

Related Topics
Share
WHAT’S HOT
  1. 10 ร้านเสื้อผ้าในไอจีราคาถูก หลักร้อย ไม่ตกเทรนด์
  2. 12 สกินแคร์จาก CICA ส่วนผสมช่วยลดสิว ผิวระคายเคือง
  3. 10 สถานที่ขอพรเรื่องความรัก ช่วยคนโสดไม่ให้นก
  4. 15 ครีมบำรุงผิวขาว และครีมทาผิวขาวยี่ห้อไหนดี 2026
  5. แต่งหน้าเป๊ะปังด้วยเมคอัพ ชิ้นที่สอง1บาท
  6. 10 ลูกอมแก้เจ็บคอ ยี่ห้อไหนดี บรรเทาอาการไอ ชุ่มคอ
  7. 10 วิตามินบำรุงผม ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 บำรุงรากผม แก้ผมร่วงให้หนาและแข็งแรง
  8. ตัดผมวันไหนดี? ห้ามตัดผมวันไหน รวมความเชื่อตัดผม
  9. กันแดด Elixir ตัวไหนดี? รวม 10 ครีมกันแดด Elixir น่าใช้
  10. 10 เซรั่มและออยล์บำรุงผมแห้งกร้าน ให้กลับมานุ่มสลวย ยี่ห้อไหนดี
  11. 10 ทรีทเม้นท์ผม ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ช่วยบำรุงผม
*/?>