Get the App
DOWNLOAD NOW
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน
  • google-play
  • app-store
  • app-gallery
Find a Store Blog
English
Community
NEW!!
Stores & Services
0
MY BAG
Share

ใครก็อยากมีผมนุ่มสลวยเงางาม ดูสุขภาพดีกันทั้งนั้น และถ้าเกิดว่าอยากมีผมนุ่มลื่น แถมกลิ่นหอมละมุนไปด้วย “ครีมหมักผม” น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกบำรุงที่ตอบโจทย์ เพราะครีมหมักผมมีส่วนช่วยฟื้นบำรุงผมแห้งเสีย ชี้ฟู ให้กลับมาเรียบสวย สุขภาพดีได้อย่างล้ำลึก และวันนี้วัตสันก็ไปพลาด ขอขนเอาครีมหมักผม กลิ่นหอมละมุน บำรุงผิวเรียบลื่น ไม่พันกันมาบอกต่อกันด้วย จะมีครีมหมักผม ยี่ห้อไหนดีกันบ้านงนั้น ลองตามไปดูกันเลย

ครีมหมักผม (Hair Mask) คืออะไร? ต่างจากครีมนวดผมยังไง?

ครีมหมักผม เป็นทรีตเมนต์บำรุงผมล้ำลึก อุดมไปด้วยสารอาหาร น้ำมันธรรมชาติ และโปรตีนที่มากกว่าครีมนวดผม และยังมีเนื้อที่ข้นกว่าด้วย ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผมแห้งเสีย ชี้ฟู หรือผมผ่านเคมีอย่างล้ำลึกถึงแกนผม และไม่จำเป็นต้องใช้บ่อยเท่าครีมนวดผม ใช้สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว

หัวข้อ ครีมหมักผม ครีมนวดผม
ความเข้มข้น เนื้อสัมผัสที่หนาและเข้มข้นกว่าครีมนวดผมทั่วไป เนื้อสัมผัสหนา แต่เข้มข้นน้อยกว่าครีมหมักผม
ระยะเวลาทิ้งไว้ ควรทิ้งไว้ 15 – 30 นาที ควรทิ้งไว้ 1 – 3 นาที
ความถี่ 1 – 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ 2 – 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์
ผลลัพธ์ ผมนุ่มสลวย มีน้ำหนัก ลดความหยาบกระด้าง ฟื้นฟูผมเสียให้แข็งแรงขึ้น และช่วยลดปัญหาผมแตกปลาย ผมนุ่มลื่น ลดการชี้ฟู เพิ่มประกายเงางาม ปิดเกล็ดผม และช่วยให้ผมไม่พันกัน
เหมาะกับ ผมแห้งกรอบ ผมเสียจากการทำสี ดัด ยืด ผมที่ผ่านความร้อนบ่อย และผู้ที่มีผมหยิกธรรมชาติที่ต้องการการบำรุงล้ำลึก สภาพผมทุกประเภทที่ต้องการบำรุง โดยเฉพาะผมแห้งเสีย ทำสี หรือต้องการดูแลสุขภาพเส้นผม

“เคราติน” คืออะไรสารสำคัญที่ครีมหมักผมต้องมี?

เคราติน คือโปรตีนโครงสร้างหลักที่ประกอบเป็นเส้นผมของเรา จำนวนมากถึง 90 – 95% เคราตินทำหน้าที่สร้างความแข็งแรง ยืดหยุ่น และเป็นเกราะป้องกันผมจากความร้อนและสารเคมี จึงมีครีมหมักผมเคราติน หรือครีมหมักผมที่มีส่วนผสมของเคราตินขึ้นมา เพื่อช่วยเติมเต็มโปรตีนที่สูญเสียไป ฟื้นฟูผมแห้งเสียชี้ฟู ให้กลับมาเรียบลื่น เงางาม และจัดทรงง่ายขึ้น

ส่วนผสมสำคัญในที่หมักผมที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อมีอะไรบ้าง?

ส่วนผสม ประโยชน์ เหมาะกับผมประเภทไหน
Hydrolyzed Keratin ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างผมเสีย เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่น กักเก็บความชุ่มชื้น ลดการชี้ฟู และป้องกันความเสียหายจากความร้อน และมลภาวะ ผมทำเคมีหนัก ผมแห้งเสียและแตกปลาย ผมชี้ฟู จัดทรงยาก ผมบางและเปราะบาง
Argan Oil ช่วยบำรุงล้ำลึก เพิ่มความชุ่มชื้น ลดผมชี้ฟู ปกป้องผมจากความร้อนและมลภาวะ รวมถึงช่วยให้ผมนุ่มลื่นเงางาม จัดทรงง่าย ผมแห้งเสีย หยาบกระด้าง ชี้ฟู หรือผมที่ผ่านการทำสี
Shea Butter ช่วยบำรุงผมแห้งเสีย ล็อกความชุ่มชื้น ลดผมชี้ฟู แก้ปัญหาหนังศีรษะแห้ง และช่วยให้ลอนผมชัดเจนขึ้น ผมแห้ง เสีย หยาบกร้าน หรือผมหยิก-หยักศกที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
Biotin (Vitamin B7) ช่วยสร้างเคราติน เสริมรากผมให้แข็งแรง ลดผมร่วง เพิ่มความหนา และชะลอผมหงอกก่อนวัย ผมร่วง ผมบางจากการขาดสารอาหาร ผมเปราะบางขาดง่าย และผู้ที่ทำเคมีกับผมบ่อยครั้ง
Bond-Building Tech ลดการขาดเปราะพิ่มความแข็งแรง ฟื้นฟูผมเสียอย่างล้ำลึก และช่วยสร้างเกราะป้องกันเส้นผมจากความร้อนและการจัดแต่งทรงผม ผมฟอก ผมทำสี ผมดัด ยืด และผมแห้งเสียมากที่ต้องการการฟื้นฟูเร่งด่วน
Camellia / Tsubaki Oil ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ล็อคความเงางาม ฟื้นฟูผมแห้งเสียและแตกปลาย ลดผมชี้ฟู ทำให้ผมนุ่มสลวย มีน้ำหนัก ผมแห้งกร้าน ผมทำสี ดัด และผมที่ต้องการบำรุงล้ำลึกโดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ
Pro-Vitamin B5 ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่น ลดผมแตกปลาย และบำรุงหนังศีรษะให้แข็งแรง ช่วยให้ผมเงางามนุ่มลื่น ผมแห้งเสีย ผมทำสี ผมชี้ฟู และผู้ที่มีปัญหาหนังศีรษะแห้งหรือแพ้ง่าย

เลือกครีมหมักผม ยี่ห้อไหนดี ให้เหมาะกับปัญหาของผมคุณ?

ครีมหมักผมแต่ละสูตรออกแบบมาให้เหมาะกับปัญหาผมที่ต่างกัน ก่อนจะเลือกว่าที่ครีมหมักผมยี่ห้อไหนดี ลองเช็กสภาพและปัญหาผมของตัวเองก่อน แล้วจะเลือกได้ตรงและคุ้มค่ากว่าเดิม

ผมเสียจากการทำสี / ฟอกสี / ดัดผม

ผมเสียจากการทำสี ฟอกสี ดัดผม เรียกได้ว่าเป็นผมเสียที่ค่อนข้างรุนแรง ควรเลือกครีมหมักผมที่เป็นสูตรเข้มข้นที่เติมโปรตีน เคราติน (Keratin) ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างผม และเลือกครีมหมักผมที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นด้วยออยล์บำรุง เช่น Argan Oil เพื่อลดความแห้งกรอบ แนะนำให้ใช้เป็นประจำ 1 – 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ เพื่อฟื้นฟูผมช็อตหรือแตกปลายให้กลับมานุ่มลื่น

ผมแห้ง ชี้ฟู โดนความร้อนจากไดร์ / เครื่องม้วนผมบ่อย

ผมแห้งและผมเสีย ชี้ฟูจากการโดนความร้อน ควรเลือกครีมหมักผมที่เป็นสูตรเข้มข้น มีเคราติน (Keratin) โปรตีน หรือน้ำมันบำรุงเข้มข้น เช่น Argan Oil, Coconut Oil เป็นส่วนผสม เพื่อเติมความชุ่มชื้นและซ่อมแซมแกนผมที่เสียหาย และลองเลือกเป็นเนื้อครีมที่เข้มข้น แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อให้ครีมหมักผมซึมซาบสู่เส้นผมอย่างล้ำลึก

ผมบาง แตกหัก ร่วงง่าย

สำหรับผมบาง แตกหัก และร่วงง่าย ควรเลือกครีมหมักผมสูตรเข้มข้นที่ปราศจากซิลิโคนและพาราเบน หรือเน้นเป็นครีมหมักผมที่มีส่วนผสมเสริมความแข็งแรงอย่าง Keratin, Biotin หรือโปรตีนจากพืช เพื่อให้เข้าไปช่วยซ่อมแซมเส้นผม รวมเลือกสูตรที่อ่อนโยนต่อหนังศีรษะ ชุ่มชื้น แต่ระวังอย่าใช้เนื้อครีมเยอะเกินไป เพราะจะทำให้ผมดูลีบแบน

ผมทำเคมีรุนแรง (เสียมาก)

สำหรับผมเสียมาก ๆ อย่างที่ทำเคมีรุนแรงมาก ไม่ว่าจะดัด ยืด กัดสี ฯลฯ ควรเลือกเป็นครีมหมักผมมีความเข้มข้น และมีส่วนผสมของ เคราติน (Keratin) เพื่อช่วยซ่อมแซมโครงสร้างโปรตีน รวมถึงส่วนผสมอาร์แกนออยล์ (Argan Oil) หรือกรดอะมิโน เพื่อให้ช่วยเติมความชุ่มชื้นและลดความกรอบแห้ง แนะนำให้เลือกเป็นเนื้อครีมข้น ที่ปราศจากซิลิโคนและพาราเบน เพื่อไม่ให้มีสารตกค้างสะสม ทำให้ผมแห้งเสีย และหนังศีรษะระคายเคือง

ผมปกติ ต้องการบำรุงทั่วไปและกลิ่นหอม

ผมปกติที่ต้องการการบำรุงทั่วไป รวมถึงเพิ่มกลิ่นหอมให้เส้นผม ลองเลือกเป็นครีมหมักผมที่มีส่วนช่วยบำรุงและให้กลิ่นหอม หรือเลือกเป็นสูตรที่ผสมน้ำมันบำรุงธรรมชาติ เช่น อาร์แกน อัลมอนด์ หรือวิตามินอี เพื่อเพิ่มความเงางาม นุ่มลื่น และไม่ทำให้ผมหนักเกินไป รวมถึงเลือกเป็นเนื้อครีมบางเบาหรือปานกลางที่มีกลิ่นหอมติดทน และควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่มีพาราเบนเพื่อสุขภาพหนังศีรษะที่ดี

รูปแบบบรรจุภัณฑ์ กระปุก vs ซอง

การเลือกครีมหมักผมจากรูปแบบบรรจุภัณฑ์ ลองเปรียบเทียบจากการใช้งาน สำหรับการใช้งานเป็นประจำในระยะยาว ครีมหมักผมแบบกระปุกจะคุ้มราคามากกว่า ส่วนแบบซองจะพกพาสะดวก  ใช้งานง่าย ไม่ต้องกลัวเรื่องสิ่งสกปรกสะสมเพราะใช้หมดเป็นครั้ง ๆ เหมาะกับการเดินทาง และราคาย่อมเยากว่าด้วย

รีวิว ครีมหมักผมยี่ห้อไหนดี 2569? คัดมา 10 แบรนด์ดัง

1. LOLANE Intense Care Keratin Repair Mask

ครีมหมักผม LOLANE Intense Care Keratin Repair Mask

มาเริ่มกันที่ครีมหมักผม ราคาจับต้องได้ ถูกและดี คุ้มราคา อย่าง LOLANE Intense Care Keratin Repair Mask จะเป็นทรีทเม้นท์สูตรเข้มข้นที่เน้นฟื้นฟูโครงสร้างผมแห้งเสีย เปราะบาง จากการทำเคมี ยืด ดัด หรือไดร์บ่อย เพราะมีนวัตกรรม Triple Keratin ซ่อมแซมผมเสียลึกถึง 3 ชั้น ให้ผมแข็งแรงขึ้น นุ่มสลวย เงางาม มีน้ำหนักตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ด้วย

  • ส่วนผสมหลัก Pro-Keratin Ex (เคราติน 3 โมเลกุล), Hyaluronic Acid (ในบางสูตร), Coconut Oil (น้ำมันมะพร้าว) และ Amino Acids
  • เนื้อสัมผัสและกลิ่น ครีมเข้มข้น กลิ่นติดทน หอมหรูหราแบบร้านทำผม
  • ระยะเวลาหมัก ประมาณ 5 – 10 นาที
  • ขนาด 200 กรัม
  • ราคาโดยประมาณ 140 บาท
  • จุดเด่น ช่วยให้ผมนุ่มลื่น มีน้ำหนัก และแข็งแรงขึ้นตั้งเเต่ครั้งแรกที่ใช้ กลิ่นหอมติดทนนาน ราคาคุ้มค่า หาซื้อง่าย
  • จุดด้อย เนื้อครีมล้างออกยาก หากใช้ในปริมาณมากเกินไป หรือชโลมใกล้โคนผม อาจทำให้ผมมันไว
  • เหมาะกับผมประเภทไหน ผมแห้งเสีย เปราะบาง และหยาบกระด้าง ที่ผ่านการทำเคมี เช่น ยืด ดัด หรือทำสี

2. TRESemmé Keratin Smooth Mask

ครีมหมักผม TRESemmé Keratin Smooth Mask

ต่อมาเป็นอีกหนึ่งครีมหมักผม ราคาดีจับต้องได้ อย่าง TRESemmé Keratin Smooth Mask ตัวช่วยฟื้นบำรุงผมแห้งเสียชี้ฟูอย่างล้ำลึกด้วยเคราตินและมารูล่าออยล์ ลดผมพันกัน ทำให้ผมนุ่มลื่น เงางาม และจัดทรงง่ายยาวนานถึง 72 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการจัดการผมที่ผ่านการทำเคมี หรือจัดแต่งทรงบ่อย ให้กลับมาเรียบลื่นนุ่มสลวยเหมือนทำทรีตเมนต์ที่ซาลอน 

  • ส่วนผสมหลัก Hydrolyzed Keratin (เคราติน), Sclerocarya Birrea Seed Oil (น้ำมันมารูล่า), Dimethiconol / Amodimethicone และ Keratinbond
  • เนื้อสัมผัสและกลิ่น ครีมเข้มข้น กลิ่นหอมหรูหราเหมือนทำสปา
  • ระยะเวลาหมัก ประมาณ 3 – 5 นาที
  • ขนาด 80 มล.
  • ราคาโดยประมาณ 199 บาท
  • จุดเด่น นุ่มลื่นเงางามดุจทำทรีทเมนท์ที่ ซาลอน และมีกลิ่นหอมติดทนนาน
  • จุดด้อย เนื้อครีมเข้มข้นมากจนอาจทำให้คนผมมัน หรือผมบางรู้สึกหนักผม ผมลีบแบน หรือหนังศีรษะมันไวขึ้นได้
  • เหมาะกับผมประเภทไหน ผมแห้งเสีย ชี้ฟู จัดทรงยาก และผมที่ผ่านการทำเคมีหรือใช้ความร้อนบ่อย ๆ

3. I-NATURE ครีมหมักผมน้ำมันมะพร้า

ครีมหมักผม I-NATURE ครีมหมักผมน้ำมันมะพร้าว

ตัวนี้จะเป็นครีมหมักผม ราคาดีจับต้องได้ และน่าจะถูกใจสายธรรมชาติ อย่าง I-NATURE ครีมหมักผมน้ำมันมะพร้าว ตัวนี้เป็นทรีทเม้นท์สูตรเข้มข้นที่ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสีย ชี้ฟู และแตกปลายให้กลับมานุ่มสลวย เงางาม มีน้ำหนัก ด้วยคุณค่าจากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น วิตามิน E และ B5 บำรุงลึกถึงรากผม ลดไฟฟ้าสถิตย์ ทำให้ผมเรียงตัวสวยและดูสุขภาพดี

  • ส่วนผสมหลัก Virgin Coconut Oil (น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น), Cocos Nucifera Milk (น้ำกะทิ), Vitamin E, D-panthenol, Tea Tree Oil และ Henna Extract
  • เนื้อสัมผัสและกลิ่น ครีมเข้มข้น กลิ่นหอมมะพร้าวธรรมชาติอ่อนๆ
  • ระยะเวลาหมัก ประมาณ 5 – 10 นาที
  • ขนาด 150 กรัม
  • ราคาโดยประมาณ 189 บาท
  • จุดเด่น ทำให้ผมนุ่มลื่น มีน้ำหนัก และกลิ่นหอมมะพร้าวอ่อน ๆ ราคาคุ้มค่า
  • จุดด้อย เนื้อครีมเข้มข้นมากจนอาจทำให้คนผมมัน หรือผมบางรู้สึกหนักผม ผมลีบแบน หรือหนังศีรษะมันไวขึ้นได้
  • เหมาะกับผมประเภทไหน ผมแห้งเสีย แห้งกรอบ ชี้ฟู และผ่านการทำเคมี (ยืด ดัด ทำสี) Asiatemplate 

4. BUALUANG Hair Treatment Keratin Smooth And Sericin Protein For Intense Care

ครีมหมักผม BUALUANG Hair Treatment Keratin Smooth And Sericin Protein For Intense Care

อีกหนึ่งครีมหมักผมราคาย่อมเยา จะเป็น BUALUANG Hair Treatment Keratin Smooth And Sericin Protein For Intense Care ครีมหมักผมช่วยบำรุงเส้นผมแห้งเสียจากการทำเคมี ความร้อน และแสงแดดอย่างล้ำลึก ด้วยส่วนผสมหลัก เคราติน และเซริซิน (โปรตีนจากรังไหม) และช่วยเติมโปรตีนให้ผมแข็งแรง นุ่มสลวยชุ่มชื้น ลดผมชี้ฟูแตกปลาย พร้อมเคลือบเส้นผมให้เงางามด้วย

  • ส่วนผสมหลัก Keratin (เคราติน) และ Sericin (เซริซิน)
  • เนื้อสัมผัสและกลิ่น ครีมเข้มข้น กลิ่นหอมละมุนอ่อน ๆ
  • ระยะเวลาหมัก ประมาณ 3 – 5 นาที
  • ขนาด 150 กรัม
  • ราคาโดยประมาณ 125 บาท
  • จุดเด่น ทำให้ผมแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กลิ่นหอมติดผม ราคาประหยัด และหาซื้อง่ายตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป
  • จุดด้อย หากล้างออกไม่สะอาดพอ อาจทำให้ผมมันไว หรือรู้สึกหนักผมได้
  • เหมาะกับผมประเภทไหน ผมแห้งเสียรุนแรง ผมแตกปลาย ผมทำสี ดัด ยืด หรือผมที่ผ่านความร้อนบ่อย

5. FINO Premium Touch Hair Mask

ครีมหมักผม FINO Premium Touch Hair Mask

ตามมาด้วยครีมหมักผมราคากลาง ๆ ให้ผลลัพธ์ที่ดี อย่าง FINO Premium Touch Hair Mask ครีมหมักผมสูตรเข้มข้นจากญี่ปุ่น ที่เน้นฟื้นฟูผมแห้งเสียรุนแรงจากการทำสี ดัด หรือความร้อน ให้กลับมานุ่มลื่น ชุ่มชื้น สลวยเงางามทันทีหลังใช้ ด้วยส่วนผสมบำรุงล้ำลึก 6 ชนิด และรอยัลเจลลี่ ช่วยให้ผมมีน้ำหนัก จัดทรงง่าย ไม่พันกัน และให้กลิ่นหอมติดทนนานอีกด้วย

  • ส่วนผสมหลัก Royal Jelly EX (นมผึ้ง), Trehalose, PCA, Phytosteryl Derivative, Squalane, Glutamic Acid และ Ripijua EX
  • เนื้อสัมผัสและกลิ่น ครีมเข้มข้น กลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ ติดทนนาน
  • ระยะเวลาหมัก ประมาณ 5 – 10 นาที
  • ขนาด 230 กรัม
  • ราคาโดยประมาณ 399 บาท
  • จุดเด่น เนื้อครีมเข้มข้นผสมสควาเลน และ 6 เซรั่มบำรุง ในราคาจับต้องได้
  • จุดด้อย เนื้อเข้มข้นอาจทำให้ผมดูลีบแบน หรือหนังศีรษะมันไว บางคนอาจแพ้กลิ่น หรือรู้สึกฉุน
  • เหมาะกับผมประเภทไหน ผมแห้งเสียมาก แห้งกรอบ แตกปลาย หรือผ่านการทำเคมี (ดัด, ยืด, ทำสี) และความร้อนเป็นประจำ

6. TSUBAKI Premium EX Repair Mask

ครีมหมักผม TSUBAKI Premium EX Repair Mask

ตามมาด้วย TSUBAKI Premium EX Repair Mask มาส์กบำรุงกระปุกทอง ตัวช่วยบำรุงผมเข้มข้นที่โดดเด่นเรื่องการฟื้นบำรุงผมเสียมากเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน โดยใช้เทคโนโลยี Ionic Repair ซึมซาบสารบำรุงลึกถึงแกนผม ล็อกความชุ่มชื้นให้ผมเนียนนุ่มลื่น เปล่งประกายเงางามดูมีออร่าได้ทันทีหลังใช้ แบบไม่ต้องรอเวลา

  • ส่วนผสมหลัก Camellia Oil, โปรตีนไข่มุก, รอยัล เจลลี่ และนวัตกรรม Damage Sensor
  • เนื้อสัมผัสและกลิ่น ครีมเข้มข้น กลิ่นหอมหรูหราสไตล์ Fruity Floral
  • ระยะเวลาหมัก ประมาณ 5 นาที
  • ขนาด 180 กรัม
  • ราคาโดยประมาณ 559 บาท
  • จุดเด่น ฟื้นบำรุงเร่งด่วน ใช้งานง่าย มีกลิ่นหอมสไตล์ Fruity Floral ที่หอมนานและพรีเมียม
  • จุดด้อย ถ้ามีผมเส้นเล็กหรือผมมันง่ายมาก อาจทำให้ผมดูแบนหรือลีบได้ หากชโลมมากเกินไป
  • เหมาะกับผมประเภทไหน ผมเสียรุนแรง ผมแห้งแตกปลาย และผมที่ผ่านการทำเคมีมาหนัก

7. Farger Bond Booster Hair Treatment

ครีมหมักผม Farger Bond Booster Hair Treatment

ต่อมาเป็น Farger Bond Booster Hair Treatment ตัวนี้จะเป็นทรีทเม้นท์เชื่อมแกนผม สูตรเข้มข้นที่เน้นฟื้นฟูผมเสียจากการทำเคมี ไมว่าจะดัด ยืด ฟอก ทำสี ช่วยบำรุงได้อย่างล้ำลึก และช่วยกู้ผมแห้งช็อตให้กลับมาแข็งแรง นุ่มลื่น เงางาม ไม่ชี้ฟู ด้วยส่วนผสมสารเชื่อมพันธะ Bis-Aminopropyl Diglycol Dimaleate และการบำรุงจาก Shea Butter และ Argan Oil อีกด้วย

  • ส่วนผสมหลัก Bis-Aminopropyl Diglycol Dimaleate, Shea Butter, Argan Oil และ Hydrolyzed Wheat Protein
  • เนื้อสัมผัสและกลิ่น ครีมเข้มข้น กลิ่นหอมพรีเมียมแนวละมุน สดชื่น
  • ระยะเวลาหมัก ประมาณ 5 – 10 นาที
  • ขนาด 220 มล.
  • ราคาโดยประมาณ 290 บาท
  • จุดเด่น ช่วยกู้ผมเสียลึกถึงแกนด้วยสารบำรุงเข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่ม หอมนาน คุ้มราคา
  • จุดด้อย หาซื้อยากในบางพื้นที่ สำหรับผมที่เสียมากจริง ๆ อาจต้องใช้เวลานานและต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นผลชัดเจน
  • เหมาะกับผมประเภทไหน ผมที่แห้งเสียหนักจากการทำเคมีซ้ำซ้อน

8. HAIR IT Hya Keratin Intensive Hair Treatment

ครีมหมักผม HAIR IT Hya Keratin Intensive Hair Treatment

ครีมหมักผมตัวต่อมาจะเป็น HAIR IT Hya Keratin Intensive Hair Treatment ทรีทเม้นท์สูตรเข้มข้นที่เด่นเรื่องการฟื้นฟูผมแห้งเสีย และชี้ฟูจากการทำเคมี ทั้งดัด ยืด ทำสี และเป็นครีมหมักผมที่ใช้ Hya เติมความชุ่มชื้นล้ำลึก และยังมี Keratin เสริมโครงสร้างผมให้แข็งแรง ช่วยให้ผมนุ่มสลวย เงางาม มีน้ำหนัก ล้างออกง่าย และจัดทรงง่ายขึ้นด้วย

  • ส่วนผสมหลัก Hyaluronic Acid, Keratin (เคราติน), Centella Asiatica Extract (สารสกัดใบบัวบก), Chenopodium Quinoa Seed Extract (สารสกัดควินัว) และ Hydrolyzed Protein
  • เนื้อสัมผัสและกลิ่น ครีมเข้มข้น กลิ่นหอมหรูหราคล้ายน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ติดผมยาวนาน
  • ระยะเวลาหมัก ประมาณ 1 – 3 นาที
  • ขนาด 120 กรัม
  • ราคาโดยประมาณ 395 บาท
  • จุดเด่น ช่วยให้ผมนุ่มลื่น เงางาม และหอมติดทนนาน ใช้น้อยแต่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
  • จุดด้อย ถ้าใช้ปริมาณมากเกินไป หรือชโลมใกล้โคนผม อาจทำให้ผมมันไวและลีบแบน อาจรู้สึกว่ากลิ่นน้ำหอมแรงเกินไป
  • เหมาะกับผมประเภทไหน ผมแห้งเสียรุนแรง ผมทำสี ชี้ฟู และไม่มีน้ำหนัก

9. MIRAIR Mirror Hair Treatment Oil Complex & Vitamin E

ครีมหมักผม MIRAIR Mirror Hair Treatment Oil Complex & Vitamin E

มาถึง MIRAIR Mirror Hair Treatment Oil Complex & Vitamin E ตัวนี้จะเป็นทรีทเม้นท์เข้มข้นที่เน้นฟื้นบำรุงผมแห้งเสียให้กลับมานุ่มลื่น เงางามดุจกระจก ช่วยปิดเกล็ดผม ลดการชี้ฟูและแตกปลาย ด้วยคุณค่าจาก Oil Complex ไม่ว่าจะเป็น Argan Oil Moringa Seed Oil และ Vitamin E ที่ล็อคความชุ่มชื้น ให้ผมนุ่มสลวยหวีง่าย และมีกลิ่นหอมติดทนนานด้วย

  • ส่วนผสมหลัก Moringa Pterygosperma Seed Oil (Moringa Seed Oil), Betaine,  Argan Oil และ Vitamin E
  • เนื้อสัมผัสและกลิ่น ครีมเข้มข้น กลิ่นหอมสดชื่นติดผม
  • ระยะเวลาหมัก ประมาณ 3 – 5 นาที
  • ขนาด 230 กรัม
  • ราคาโดยประมาณ 390 บาท
  • จุดเด่น ช่วยให้ผมนุ่มลื่นไม่พันกัน ลดความชี้ฟู และกลิ่นหอมติดทนนานตลอดวัน
  • จุดด้อย ถ้าใช้ปริมาณมากเกินไป หรือล้างออกไม่สะอาด อาจทำให้ผมมันไวได้
  • เหมาะกับผมประเภทไหน ผมแห้งเสียมาก แห้งกรอบ ชี้ฟูแตกปลาย และผู้ที่ทำสีผม หรือผ่านการทำเคมีบ่อย

10. Daeng Gi Meo Ri Nourishing

ครีมหมักผม Daeng Gi Meo Ri Nourishing

มาถึง Daeng Gi Meo Ri Nourishing ครีมหมักผมแบบพรีเมี่ยม บำรุงเข้มข้น ตัวนี้จะเป็นครีมหมักผมเข้มข้นสูตรสมุนไพรเกาหลี 33% ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียมาก ปลายแตกแห้งกรอบ ให้กลับมานุ่มสลวย เงางาม มีน้ำหนัก และลดปัญหาการหลุดร่วงของเส้นผม และจะเน้นการบำรุงล้ำลึกจากโสมและสมุนไพรธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ทำสีหรือผ่านความร้อนบ่อย ๆ ด้วย

  • ส่วนผสมหลัก โสมเกาหลี ดอกคามีเลีย สารสกัดโปรตีนจากรังไหมสีทอง อาร์แกนออยล์ และเคราติน
  • เนื้อสัมผัสและกลิ่น ครีมเข้มข้น กลิ่นหอมสมุนไพร แต่ไม่ฉุน
  • ระยะเวลาหมัก ประมาณ 10 – 15 นาที
  • ขนาด 230 กรัม
  • ราคาโดยประมาณ 390 บาท
  • จุดเด่น ฟื้นบำรุงผมแห้งเสียมากให้กลับมานุ่มลื่น เงางาม ด้วยสารสกัดสมุนไพรเกาหลีเข้มข้น
  • จุดด้อย มีกลิ่นโสมและสมุนไพรค่อนข้างชัด ซึ่งบางคนอาจไม่ชอบ มีราคาสูงกว่าครีมหมักผมทั่วไปในท้องตลาด
  • เหมาะกับผมประเภทไหน ผมแห้งเสียมาก แห้งกรอบจากการทำเคมี (ดัด, ยืด, ทำสี) และโดนความร้อนเป็นประจำ

ตารางเปรียบเทียบ ครีมหมักผม แนะนำ 2569

ชื่อผลิตภัณฑ์  ส่วนผสมเด่น ระยะเวลาหมัก ขนาด  ราคา (ประมาณ) เหมาะกับ
LOLANE Intense Care Keratin Repair Mask Pro-Keratin Ex (เคราติน 3 โมเลกุล), Hyaluronic Acid (ในบางสูตร), Coconut Oil (น้ำมันมะพร้าว) และ Amino Acids 5 – 10 นาที  200 กรัม  140 บาท ผมแห้งเสีย เปราะบาง และหยาบกระด้าง ที่ผ่านการทำเคมี เช่น ยืด ดัด หรือทำสี
TRESemmé Keratin Smooth Mask Hydrolyzed Keratin (เคราติน), Sclerocarya Birrea Seed Oil (น้ำมันมารูล่า), Dimethiconol / Amodimethicone และ Keratinbond 3 – 5 นาที  80 มล.  199 บาท  ผมแห้งเสีย ชี้ฟู จัดทรงยาก และผมที่ผ่านการทำเคมีหรือใช้ความร้อนบ่อย ๆ 
I-NATURE ครีมหมักผมน้ำมันมะพร้าว   Virgin Coconut Oil (น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น), Cocos Nucifera Milk (น้ำกะทิ), Vitamin E, D-panthenol, Tea Tree Oil และ Henna Extract 5 – 10 นาที 150 กรัม 189 บาท ผมแห้งเสีย แห้งกรอบ ชี้ฟู และผ่านการทำเคมี (ยืด ดัด ทำสี) 
BUALUANG Hair Treatment Keratin Smooth And Sericin Protein For Intense Care Keratin (เคราติน) และ Sericin (เซริซิน)   3 – 5 นาที  150 กรัม  125 บาท ผมแห้งเสียรุนแรง ผมแตกปลาย ผมทำสี ดัด ยืด หรือผมที่ผ่านความร้อนบ่อย 
FINO Premium Touch Hair Mask   Royal Jelly EX (นมผึ้ง), Trehalose, PCA, Phytosteryl Derivative, Squalane, Glutamic Acid และ Ripijua EX 5 – 10 นาที 230 กรัม  399 บาท  ผมแห้งเสียมาก แห้งกรอบ แตกปลาย หรือผ่านการทำเคมี (ดัด, ยืด, ทำสี) และความร้อนเป็นประจำ 
TSUBAKI Premium EX Repair Mask Camellia Oil, โปรตีนไข่มุก, รอยัล เจลลี่ และนวัตกรรม Damage Sensor 5 นาที  180 กรัม  559 บาท  ผมเสียรุนแรง ผมแห้งแตกปลาย และผมที่ผ่านการทำเคมีหนัก 
Farger Bond Booster Hair Treatment   Bis-Aminopropyl Diglycol Dimaleate,  Shea Butter, Argan Oil และ Hydrolyzed Wheat Protein 5 – 10 นาที  220 มล. 290 บาท  ผมที่แห้งเสียหนักจากการทำเคมีซ้ำซ้อน 
HAIR IT Hya Keratin Intensive Hair Treatment   Hyaluronic Acid, Keratin (เคราติน), Centella Asiatica Extract (สารสกัดใบบัวบก), Chenopodium Quinoa Seed Extract (สารสกัดควินัว) และ Hydrolyzed Protein 1 – 3 นาที  120 กรัม 395 บาท  ผมแห้งเสียรุนแรง ผมทำสี ชี้ฟู และไม่มีน้ำหนัก 
MIRAIR Mirror Hair Treatment Oil Complex & Vitamin E   Moringa Pterygosperma Seed Oil (Moringa Seed Oil), Betaine,  Argan Oil และ Vitamin E 3 – 5 นาที  230 กรัม 390 บาท  ผมแห้งเสียมาก แห้งกรอบ ชี้ฟูแตกปลาย และผู้ที่ทำสีผมหรือผ่านการทำเคมีบ่อย 
Daeng Gi Meo Ri Nourishing   โสมเกาหลี ดอกคามีเลีย สารสกัดโปรตีนจากรังไหมสีทอง อาร์แกนออยล์ และเคราติน 10 – 15 นาที 230 กรัม  390 บาท ผมแห้งเสียมาก แห้งกรอบจากการทำเคมี (ดัด, ยืด, ทำสี) และโดนความร้อนเป็นประจำ

หมักผมอย่างไรให้ถูกต้องและได้ผลดีที่สุด?

การใช้ครีมหมักผมให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับที่หมักผมยี่ห้อไหนดีอย่างเดียว วิธีหมักที่ถูกต้องก็ช่วยให้สารบำรุงซึมเข้าเส้นผมได้ลึกและเห็นผลเร็วขึ้นด้วย

  • สระผมก่อนหมัก เพื่อล้างคราบสกปรกและไขมันออกก่อน ทำให้สารบำรุงซึมเข้าสู่เส้นผมได้ดีขึ้น
  • ซับผมให้หมาด หลังสระให้เช็ดหรือรีดน้ำออกจากเส้นผมให้หมาดที่สุด ไม่ควรหมักขณะผมเปียกโชก เพราะครีมจะเจือจางและไหลออก
  • แบ่งผมเป็นช่อ แบ่งผมเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ชโลมครีมหมักผมได้ทั่วถึงทุกเส้น และเน้นชโลมที่ปลายผมที่แห้งเสีย
  • นวดบำรุง นวดหนังศีรษะและเส้นผมเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และให้สารอาหารซึมลึก
  • ใช้ความร้อนช่วยปิดเกล็ดผม ใช้หมวกคลุมผม หรือผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดคลุมทิ้งไว้ 15 – 30 นาที เพื่อเปิดเกล็ดผม
  • ล้างออกให้สะอาด ล้างออกด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง เพื่อปิดเกล็ดผมและล็อกความชุ่มชื้น

ครีมหมักผม vs ทรีทเม้นท์ผม vs เซรั่มผม ต่างกันอย่างไร? ต้องใช้ทุกตัวไหม?

หัวข้อ ครีมหมักผม ทรีทเม้นท์ผม เซรั่มผม
เวลาใช้ ควรใช้เพียงสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง หลังจากสระผม 1 – 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ หลังจากสระผม   ใช้หลังสระผมทุกครั้งขณะผมหมาด หรือใช้ได้ทุกวันในปริมาณเล็กน้อย
ต้องล้างออกหรือไม่ ต้องล้างออก ต้องล้างออก ไม่ต้องล้างออก
เป้าหมาย เป้าหมายเพื่อบำรุงผมล้ำลึก แก้ผมเสียแห้งกรอบจากการทำเคมีหรือความร้อน เป้าหมายเพื่อซ่อมแซม ฟื้นบำรุง และเติมความชุ่มชื้นให้เส้นผมอย่างล้ำลึก แก้ปัญหาผมแห้งเสีย ผมทำสี หรือผมพันกัน เป้าหมายหลักเพื่อเคลือบเส้นผมให้เงางาม ลดชี้ฟู ฟื้นฟูผมแห้งเสีย และป้องกันความร้อน

ทริคทำผมเงางาม ให้ผมสวยปังแบบออกจากซาลอนได้ที่บ้านมีอะไรบ้าง?

นอกจากการเลือกครีมหมักผมที่ดีแล้ว เทคนิคระหว่างหมักและจัดทรงก็ช่วยให้ผมดูเงางามสวยปังได้ไม่แพ้ออกจากซาลอนเลย

ทริคระหว่างหมักผม

  • ล้างผมด้วยน้ำเย็นตอนสุดท้ายเสมอ เพื่อปิดเกล็ดผม
  • เพิ่ม Apple Cider Vinegar Rinse ทิ้งไว้ 20 – 30 นาที เพื่อช่วยดีท็อกซ์หนังศีรษะ ปรับสมดุลค่า pH ลดรังแค ขจัดสารตกค้าง
  • ห่อผมด้วย Microfiber Towel แทนผ้าขนหนูทั่วไป ช่วยให้ดูดซับน้ำได้เร็ว และลดการดึงรั้งเส้นผมที่บอบบางเมื่อเปียก

ทริคระหว่างไดร์ผม

  • ใช้หัวไดร์แบบ Diffuser หรือ Concentrator เพื่อกระจายลมให้ทั่วและอ่อนโยน ทำให้ไม่ชี้ฟู และเพิ่มวอลลุ่ม
  • เป่าจากโคนผมลงปลายเสมอ (Top-down) เพื่อช่วยปิดเกล็ดผม ทำให้ผมเรียบตรง เงางาม ไม่ชี้ฟู ลดการพันกัน
  • ลดความร้อนก่อนสิ้นสุด ช่วยปิดเกล็ดผมที่เปิดออกจากการเป่าลมร้อน ทำให้ผมล็อกทรงได้นานขึ้น ลดความชี้ฟู และเพิ่มความเงางาม
  • ทา Hair Serum หรือ Argan Oil บนผมหมาด ก่อนไดร์ จะช่วยปกป้องเส้นผมจากความร้อน และล็อกความชุ่มชื้นไม่ให้ผมแห้งเสีย

ทริคหลังจัดทรง

  • ใช้ Shine Spray หรือ Glossing Mist เพิ่มความเงางาม และบำรุงผมให้ดูสุขภาพดี
  • Boar Bristle Brush สำหรับ Finishing เพราะหวีประเภทนี้จะช่วยดึงน้ำมันธรรมชาติจากหนังศีรษะลงมาเคลือบปลายผม ทำให้ผมเงางาม สุขภาพดี ลดผมชี้ฟู ลดไฟฟ้าสถิต
  • Cold Water Spray ก่อนออกจากบ้าน จะช่วยล็อกทรงผมให้เนี้ยบ ไม่ชี้ฟู ระหว่างวันได้ดี เหมาะกับอากาศร้อนแบบเมืองไทย

ปัญหาที่พบบ่อยจากการใช้ครีมหมักผม และวิธีแก้ไขเป็นอย่างไร?

ใช้ครีมหมักผมแล้วเจอปัญหาไม่คาดคิด ไม่ต้องรีบเปลี่ยนตัวทันที ส่วนใหญ่แก้ได้ง่าย ๆ แค่ปรับวิธีใช้หรือเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผมมากขึ้น

หมักแล้วผมหนัก เหนอะหนะ / ไม่ฟู

ถ้าเกิดหมักผมแล้วผมหนัก เหนอะหนะ หรือไม่ฟู อาจจะเกิดจากการใช้ครีมหมักผมที่มีความเข้มข้นเกินไป มีการหมักใกล้โคนผม ใช้ครีมหมักผมในปริมาณมากเกินไป หรือครีมหมักผมล้างออกไม่หมด ลองเปลี่ยนมาหมักแค่ช่วงกลาง-ปลายผม แล้วล้างน้ำเปล่าให้สะอาดหมดจด

ใช้แล้วผมแห้งมากขึ้น / เหมือนแพ้

ถ้าเกิดหมักผมแล้วผมแห้งกรอบหรือเหมือนแพ้ อาจจะเกิดจากการใช้ครีมหมักผมที่ไม่เหมาะกับสภาพผม รวมถึงการหมักที่ทิ้งไว้นานเกินไปจนสารเคมีตกค้าง และเกิดการอุดตัน หรือส่วนผสมบางตัวในทรีทเมนต์กระตุ้นให้ผมช็อต วิธีแก้เบื้องต้นให้หยุดใช้ครีมหมักผมตัวนั้นก่อน แล้วล้างผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยนเพื่อเอาความมันออก และใช้ครีมนวดผมสูตรชุ่มชื้นสูงนวดปลายผม

หมักบ่อยแต่ผมไม่ฟื้นฟูขึ้น

สาเหตุที่หมักผมบ่อยแต่ไม่ฟื้นฟู อาจเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ตรงจุด หมักนานเกินไปจนอุดตัน หรือทำเคมีซ้ำซ้อน ลองลดการใช้ความร้อนและสารเคมีเส้นผม เล็มปลายผมที่เสียออก และเปลี่ยนมาเน้นบำรุงด้วยทรีตเมนต์ที่มีส่วนผสมของเคราตินหรือน้ำมันบำรุงเข้มข้น 1 – 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ และไม่ควรหมักผมนานเกินไป หมักแค่ 10 – 20 นาที ก็เพียงพอแล้ว

หมักผมแล้วแต่งทรงยาก

ปัญหาหมักผมแล้วจัดทรงยากอาจจะเกิดจากผมมีความมันเกินไป หรือได้รับความชุ่มชื้นมากเกินพอดีจนผมลีบแบนและลื่น สามารถแก้ได้ง่าย ๆ ด้วยการลดความถี่ในการหมักผม เป็นสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง ก็พอ และเปลี่ยนแชมพูเป็นสูตรสมดุล แล้วล้างออกให้สะอาดที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้ครีมนวดบริเวณโคนผม และใช้สเปรย์จัดทรงที่เพิ่มโวลุ่มช่วยให้จัดทรงได้ดีขึ้น

ครีมหมักผม เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยบำรุงผมที่ดี โดยเฉพาะกับผมที่มีปัญหาแห้งเสีย ครีมหมักผมจะช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียให้กลับมานุ่มลื่น มีน้ำหนัก นอกจากนี้ยังช่วยให้ผมไม่ชี้ฟู ไม่พันกัน และมีกลิ่นหอมละมุนไปในตัว สำหรับใครที่กำลังมองหาครีมหมักผม กลิ่นหอมละมุน บำรุงผมเรียบลื่น ก็ลองมาช้อปที่ Watsons กันได้เลย เพราะที่นี่มีให้เลือกหลายสูตร ทั้งที่ร้านค้าและออนไลน์

คำถามที่พบบ่อย

Q: ครีมหมักผม กับ ครีมนวดผม ต่างกันอย่างไร ต้องใช้ทั้งคู่ไหม?

A: ครีมหมักผมกันครีมนวดผมจะแตกต่างกันที่ความเข้มข้น การบำรุง และระยะเวลาการใช้งาน สำหรับครีมหมักผม จะเน้นบำรุงล้ำลึกซ่อมแซมผมเสียด้วยสารเข้มข้น มีเนื้อข้น และต้องหมักทิ้งไว้ 15 – 30 นาที ส่วนครีมนวด จะเน้นปิดเกล็ดผม เพิ่มความนุ่มลื่น ชโลมแล้วล้างออกได้ทันที ไม่จำเป็นต้องใช้คู่กันทุกวัน

Q: ครีมหมักผมควรใช้บ่อยแค่ไหน สัปดาห์ละกี่ครั้ง?

A: ครีมหมักผม (Hair Mask) ควรใช้ 1 – 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ เพื่อบำรุงล้ำลึก และไม่จำเป็นต้องใช้ทุกวันเหมือนครีมนวดทั่วไป เพราะมีความเข้มข้นสูง สำหรับคนผมแห้งเสียมากสามารถเพิ่มเป็น 2 – 3 ครั้ง ได้ แต่หากมีผมเส้นเล็กหรือมันง่าย ควรใช้เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อป้องกันผมลีบแบน

Q: ควรหมักผมก่อนหรือหลังสระผม?

A: เวลาหมักผมสามารถทำได้ทั้งก่อนสระบนผมแห้ง เพื่อบำรุงล้ำลึกและลดผมพันกัน และหลังสระบนผมหมาด เพื่อฟื้นฟูสภาพผมอย่างเต็มที่ แต่ถ้าผมแห้งเสียมากควรทำก่อนสระ 15 – 20 นาที สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ส่วนคนผมมันง่ายแนะนำหมักก่อนสระ หรือทาแค่ช่วงปลายผมหลังสระ

Q: ครีมหมักผม ทิ้งไว้นานแค่ไหนดีที่สุด?

A: ครีมหมักผมหรือทรีทเม้นท์เข้มข้นควรทิ้งไว้ 10 – 30 นาที เพื่อให้สารบำรุงซึมซาบเต็มที่ แต่ถ้าเป็นครีมนวดผมทั่วไปทิ้งไว้ 3 – 5 นาที ก็เพียงพอ แต่ไม่ควรทิ้งไว้นานเกินกว่าที่ฉลากระบุ เพราะอาจทำให้ผมมันและลีบแบนได้ ควรชโลมแค่ช่วงกลางถึงปลายผม และล้างออกให้สะอาด

Q: ใช้ครีมหมักผมแล้วผมยิ่งหนัก มัน ทำอย่างไร?

A: วิธีแก้ปัญหาผมหนักและมันจากการใช้ครีมหมักผม ลองสระผมด้วยแชมพูทำความสะอาดล้ำลึก เพื่อขจัดคราบมันตกค้าง ตามด้วยการปรับพฤติกรรมการบำรุงผม ด้วยการชโลมครีมนวดเฉพาะช่วงปลายผม ให้ห่างจากหนังศีรษะประมาณ 15 ซม. แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นให้สะอาดหมดจด และลดความถี่ในการหมักผมลง

Previous

10 ครีมโอเลย์ ตัวไหนดี 2026 สูตรสีแดง สีขาว สีม่วง

Related Topics
Share
*/?>