กลิ่นอับชื้นในห้องเหมือนจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่สามารถทำให้บรรยากาศในห้องไม่น่าอยู่ขึ้นมาได้เลย แต่ถ้ามี “สเปรย์ดับกลิ่นห้อง” หรือ สเปรย์ฉีดห้อง ติดห้องเอาไว้ บอกเลยว่าช่วยแก้ปัญหาไปได้เยอะ แถมยังทำให้บรรยากาศในห้องสดชื่น น่าอยู่ และผ่อนคลายขึ้นได้ด้วย วัตสันเลยอยากบอกต่อ สเปรย์ดับกลิ่นห้องใช้ดี เปลี่ยนห้องอับชื้นให้กลับมาสดชื่นน่าอยู่กัน จะมีสเปรย์ดับกลิ่นห้อง ยี่ห้อไหนดีบ้างนั้น ลองไปดูกันเลย
สเปรย์ดับกลิ่นห้องคืออะไร? ทำไมทุกบ้านควรมี
สเปรย์ดับกลิ่นห้อง (Room Spray) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นอับ กลิ่นอาหาร หรือควันบุหรี่ โดยจะทำหน้าที่เปลี่ยนอากาศเหม็นให้หอมสดชื่นขึ้นทันที และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดในอากาศได้ด้วย ช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น แนะนำให้ทุกบ้านควรมีติดบ้านไว้ เพื่อแก้ปัญหากลิ่นอับ หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างเร่งด่วน และเปลี่ยนอารมณ์ห้องให้ผ่อนคลายขึ้นได้อีกด้วย
สเปรย์ดับกลิ่นห้องvs สเปรย์ปรับอากาศในห้องต่างกันอย่างไร?
หลายคนอาจสงสัยว่าสเปรย์ดับกลิ่นห้องกับสเปรย์ปรับอากาศในห้อง ต่างกันอย่างไร เพราะดูเผิน ๆ เหมือนทำหน้าที่คล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองมีจุดเด่นและการใช้งานต่างกันชัดเจน ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างกัน
| หัวข้อ | สเปรย์ดับกลิ่นห้อง | สเปรย์ปรับอากาศในห้อง |
| วัตถุประสงค์ | ทำลายและดูดซับกลิ่นเหม็นที่ต้นเหตุ | กลบกลิ่นอับ และสร้างกลิ่นหอม |
| ส่วนผสม | เอนไซม์, สารสกัดจากธรรมชาติ (ยูคาลิปตัส) และสารดูดกลิ่น | น้ำหอม (Fragrance), แอลกอฮอล์ และสารกระจายกลิ่น |
| ความเข้มข้นของกลิ่น | เข้มข้นมาก (กลิ่นหอมสะอาดและสมุนไพร) | ปานกลาง-เข้มข้น (กลิ่นดอกไม้และผลไม้ที่ผ่อนคลาย) |
| ระยะเวลาที่ได้ผล | นานกว่า (กลิ่นหอมติดทนนาน) | สั้น-ปานกลาง (หอมฟุ้งทันทีแต่ระเหยไว) |
| เหมาะกับห้องไหน | ห้องน้ำ ห้องที่มีคนสูบบุหรี่ ตู้รองเท้า | ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องทำงาน |
ต้นเหตุของกลิ่นอับในห้องมาจากไหน?
ต้นเหตุหลักของกลิ่นอับในห้องส่วนใหญ่จะเกิดจากความชื้นสะสม ที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งต้นเหตุของกลิ่นอับชื้นสามารถมาได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่
- ความชื้นสะสม สาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดกลิ่นอับชื้น ความชื้นสามารถเกิดได้ทั้งจากอากาศภายนอกช่วงหน้าฝน หรือความชื้นที่เกิดจากการทำกิจกรรมภายในห้อง
- การระบายอากาศไม่เพียงพอ ในห้องที่ปิดมิดชิดไม่มีหน้าต่าง ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท ความชื้นและกลิ่นต่าง ๆ เลยหมุนเวียนสะสมอยู่ในห้อง ทำให้เกิดกลิ่นอับ
- เครื่องปรับอากาศและแอร์ กลิ่นอับในแอร์ส่วนใหญ่จะเกิดจากแผ่นกรองฝุ่นหรือท่อน้ำทิ้งแอร์สกปรกและอับชื้น ควรเปิดโหมดพัดลมแรงสุด เพื่อไล่ความชื้นออก
- ผ้าและเครื่องนอน เสื้อผ้าที่ตากไม่แห้ง ผ้าเช็ดตัว ผ้าม่าน หรือที่นอนที่สะสมคราบเหงื่อไคลจากร่างกาย สามารถทำให้เกิดกลิ่นอับขึ้นได้
- เชื้อราและแบคทีเรีย เชื้อราที่เติบโตตามมุมห้อง ผนังที่ความชื้นสูง หรือวอลเปเปอร์ มีส่วนทำให้มีกลิ่นอับในห้องได้
- ขยะและเศษอาหาร ของกินหรือเศษอาหารที่ทิ้งไว้ในห้อง เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและกลิ่นอับขึ้นได้
วิธีเลือกสเปรย์ดับกลิ่นห้อง
1. เลือกตามวัตถุประสงค์
การเลือกสเปรย์ดับกลิ่นห้องขั้นแรก ลองนึกก่อนว่าจะใช้เพื่ออะไรเป็นหลัก ทั้งดับกลิ่นเร่งด่วน ฆ่าเชื้อโรค หรือเน้นความหอม จะช่วยให้เลือกได้ตรงจุดยิ่งขึ้น
- เน้นดับกลิ่นอับเร่งด่วน ควรเลือกสเปรย์ที่มีสูตรขจัดกลิ่นโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่ฉีดกลิ่นหอมมากลบ รวมถึงเลือกสเปรย์ที่เป็นละอองฝอย เพราะละอองจะกระจายตัวได้ดีและเข้าถึงพื้นที่อับชื้นได้เร็วด้วย
- เน้นฆ่าเชื้อโรค ควรเลือกสเปรย์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันยูคาลิปตัส (Eucalyptus Oil) หรือสเปรย์ฆ่าเชื้อ (Disinfectant Spray) เป็นส่วนผสมที่ช่วยลดเชื้อโรคในอากาศได้
- เน้นหอมยาวนาน ควรเลือกสเปรย์แบบอัตโนมัติ หรือสเปรย์สูตรเข้มข้นที่ปรับอากาศได้ต่อเนื่อง ทำให้กลิ่นหอมยาวนาน
- เน้นความปลอดภัยสำหรับเด็กและสัตว์เลี้ยง ควรเลือกสเปรย์ที่สกัดจากธรรมชาติ หรือเป็น Organic ปราศจากสารเคมีรุนแรง เพื่อให้ปลอดภัยกับเด็กและสัตว์เลี้ยงมากที่สุด
2. เลือกตามประเภทของห้อง
แต่ละห้องในบ้านมีบรรยากาศและกลิ่นที่ต่างกัน การเลือกสเปรย์ปรับอากาศในห้องให้ตรงกับห้องนั้น ๆ จะช่วยให้ทั้งหอมและใช้งานได้คุ้มค่าที่สุด
- ห้องนอน ควรเลือกสเปรย์ที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ อโรมา เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย หลับสบาย เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ คาโมมายล์ กลิ่นแนวแป้งเด็ก หรือกลิ่นธรรมชาติ (Essential Oil)
- ห้องนั่งเล่น เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้เวลาร่วมกัน ควรเน้นความหอมสดชื่น ผ่อนคลาย และไม่ฉุนจนเกินไป เพื่อให้บรรยากาศน่าอยู่ เช่น กลิ่นแนวซิตรัส (Citrus) กลิ่นแนวสมุนไพรธรรมชาติ กลิ่นแนวดอกไม้เบา ๆ
- ห้องน้ำ ควรเลือกสเปรย์ที่มีส่วนผสมของยูคาลิปตัส หรือกลิ่นแนวสดชื่น (Fresh) เช่น ซีตรัส เลมอน หรือโอเชี่ยน เพื่อให้กลบกลิ่นเหม็นอับและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดี
- ห้องครัว ควรเลือกเป็นกลิ่นที่ตัดกับกลิ่นอาหารได้ดี เช่น กลิ่นสมุนไพร กลิ่นส้ม หรือกลิ่นที่สะอาดมาก ๆ เพื่อขจัดควันและกลิ่นคาวออกไป
- ห้องเด็กหรือห้องสัตว์เลี้ยง ควรเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก อย่างสเปรย์ดับกลิ่นที่เป็นออร์แกนิก ปลอดสารพิษ หรือระบุว่า Pet-Safe, Baby-Safe และเลือกที่ไม่มีแอลกอฮอล์ฉุน หลีกเลี่ยงน้ำหอมสังเคราะห์ที่รุนแรง และควรเป็นสเปรย์ที่เน้นการสลายโมเลกุลกลิ่นไม่ใช่แค่กลิ่นหอมกลบ
เลือกตามประเภทของกลิ่นหอม และอารมณ์ที่ต้องการ
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้สเปรย์ดับกลิ่นห้องตอบโจทย์มากขึ้น คือการเลือกกลิ่นให้เข้ากับอารมณ์ที่อยากได้ จะหอมสดชื่น ผ่อนคลาย หรือโรแมนติก ก็มีให้เลือกหลายแนว
- กลิ่นสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เช่น กลิ่นแนวซิตรัส มะนาว ส้ม เกรปฟรุต เลมอน หรือโรสแมรี่ ช่วยให้รู้สึกปลอดโปร่ง ลดความเครียด และตื่นตัว เหมาะกับห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ออฟฟิศ
- กลิ่นผ่อนคลาย สงบ กลิ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบาย เหมาะแก่การพักผ่อน เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ มะลิ คาโมมายล์ หรือกลิ่นไม้หอม (Woody) กลิ่นแนวนี้จะเหมาะกับห้องนอนและห้องนั่งเล่นที่ต้องการการพักผ่อน
- กลิ่นหอมสะอาด บริสุทธิ์ เหมาะกับห้องน้ำ หรือห้องอับ ๆ ลองกลิ่นแนวยูคาลิปตัสจะช่วยดับกลิ่นและฆ่าเชื้อ กลิ่นมิ้นท์ หรือกลิ่นหอมสดชื่นแนวน้ำหอมสะอาด ๆ ก็ได้
- กลิ่นโรแมนติก อบอุ่น เช่น กลิ่นแนวดอกไม้ (Floral) กลิ่นวานิลลา หรือกลิ่นผสมแป้ง (Powdery) ที่หอมฟุ้งละมุน จะเหมาะกับห้องนั่งเล่นมาก
4. เลือกตามส่วนผสม ปลอดภัย และเป็นมิตรกับคนในบ้าน
วิธีเลือกสเปรย์ดับกลิ่นห้องให้ปลอดภัยและเป็นมิตรกับคนในบ้าน ควรเลือกสเปรย์ที่เน้นสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) หรือยูคาลิปตัส หลีกเลี่ยงสารเคมีสังเคราะห์ และเลือกสเปรย์ที่ระบุว่า ปลอดสารพิษ (Non-toxic) ไม่มีพทาเลต (Phthalates) และใช้สารกันเสียที่ปลอดภัย เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน รวมถึงเด็ก และสัตว์เลี้ยง
รวม 10 สเปรย์ดับกลิ่นห้องยี่ห้อไหนดี?
ใครกำลังตามหาสเปรย์ดับกลิ่นห้องหรือสเปรย์ฉีดห้องใช้ดี ดับกลิ่นอับได้จริง วัตสันคัดมาให้แล้ว 10 ตัวเด็ดทั้งสูตรฆ่าเชื้อโรค หอมยาวนาน และอ่อนโยนปลอดภัย ตามมาดูพร้อม ๆ กันได้เลย
1. Polar Spray
Polar Spray เป็นสเปรย์ปรับอากาศผสมยูคาลิปตัสออยล์จากธรรมชาติ มีคุณสมบัติหลักคือฆ่าเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราในอากาศ ช่วยกำจัดสารก่อภูมิแพ้ ลดกลิ่นอับไม่พึงประสงค์ และปรับอากาศให้หอมเย็นสดชื่น ด้วยเทคโนโลยี Activ Polar เหมาะสำหรับใช้ในบ้าน โรงเรียน และออฟฟิศ เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคด้วย
- กลิ่น มีทั้งหมด 2 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นยูคาลิปตัส และกลิ่นอินโนเซนส์
- ปริมาณ 280 มล.
- ราคา 250 บาท
- คุณสมบัติพิเศษ ฆ่าเชื้อโรคและเชื้อไวรัส ลดภูมิแพ้จากไรฝุ่น ดับกลิ่นอับอย่างตรงจุด ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ 100%
- เหมาะกับห้องไหน ห้องที่ต้องการความสะอาด อากาศบริสุทธิ์ และพื้นที่ที่ต้องการดูแลพิเศษเรื่องเชื้อโรคหรือสารก่อภูมิแพ้
2. Family Guard Disinfectant Spray Mountain Air
Family Guard Disinfectant Spray Mountain Air สเปรย์ดับกลิ่นที่ช่วยฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส เช่น RSV, H1N1 บนพื้นผิวแข็ง และพื้นผิวผ้าได้สูงถึง 99.9% และยังช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้ห้องหอมสดชื่น มีความปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว จึงจะเหมาะสำหรับใช้เช็ดหรือฉีดพ่นบริเวณที่ใช้งานบ่อย
- กลิ่น มีทั้งหมด 3 กลิ่น ได้แก่ กลิ่น Mountain Air, กลิ่น Fresh Floral และ Fragrance Free แบบไม่มีน้ำหอม
- ปริมาณ 280 มล.
- ราคา 182 บาท
- คุณสมบัติพิเศษ กำจัดกลิ่นอับ ฆ่าเชื้อโรค 99.9% สามารถใช้ได้หลายพื้นผิว
- เหมาะกับห้องไหน ทุกห้องภายในบ้าน เพื่อเพิ่มสุขอนามัยและความหอมสดชื่น
3. Ambipur Spray Air Freshener Passion
สเปรย์ดับกลิ่น Ambipur Spray Air Freshener Passion ช่วยขจัดกลิ่นอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์ในอากาศได้ดี และยังให้กลิ่นหอมที่สดชื่น ละมุน ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มดาวน์นี่ แถมเป็นสเปรย์ชนิดแห้งไม่ทิ้งคราบ ให้กลิ่นหอมยาวนาน และช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น
- กลิ่น มีทั้งหมด 8 กลิ่น ได้แก่ Lavender Vanilla & Comfort, Blossom & Breeze, Spring & Renewal, Downy Scent, Passion, Linen & Sky, Sweet Citrus และ Mystique
- ปริมาณ 275 มล.
- ราคา 159 บาท
- คุณสมบัติพิเศษ ขจัดกลิ่นเหม็นอับ เทคโนโลยีสเปรย์แห้ง ไม่ทิ้งคราบความชื้นบนพื้นผิวหรือวัสดุต่าง ๆ
- เหมาะกับห้องไหน ทุกห้องภายในบ้าน เพื่อเพิ่มสุขอนามัยและความหอมสดชื่น
4. DETTOL Disinfectant Spray
สเปรย์ดับกลิ่นห้อง DETTOL Disinfectant Spray เป็นสเปรย์ที่ช่วยฆ่าเชื้อโรค เชื้อไวรัส รวมถึง COVID-19 แบคทีเรีย และเชื้อรา ได้ถึง 99.9% บนพื้นผิวต่าง ๆ ทั่วบ้าน เช่น ลูกบิดประตู โถชักโครก ถังขยะ และสามารถใช้ฉีดพ่นในอากาศ เพื่อทำความสะอาดและขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้ห้องหอมสดชื่นยิ่งขึ้น
- กลิ่น มีทั้งหมด 3 กลิ่น ได้แก่ Crisp Breeze, Lavender และ Morning Dew
- ปริมาณ 450 มล.
- ราคา 289 บาท
- คุณสมบัติพิเศษ ฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิวต่าง ๆ ฆ่าเชื้อในอากาศ ขจัดกลิ่น และป้องกันโรค
- เหมาะกับห้องไหน ใช้ได้กับทุกห้องภายในบ้านและที่ทำงาน
5. Reunrom Aromatic Room Spray
Reunrom Aromatic Room Spray สเปรย์ดับกลิ่นห้องจากแบรนด์รื่นรมย์ เป็นสเปรย์น้ำหอมปรับอากาศ ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศห้องให้หอมสดชื่น ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติและดอกไม้ ช่วยดับกลิ่นอับไม่พึงประสงค์ และบางสูตรมีนวัตกรรมไฟทอนไซด์ ช่วยให้รู้สึกปลอดโปร่งคลายกังวล เหมาะสำหรับสร้างกลิ่นหอมที่นุ่มนวลและเพิ่มความหรูหราให้ห้องด้วย
- กลิ่น มีทั้งหมด 11 กลิ่น ได้แก่ สุขุมวิท (Sukhumvit), เพลินจิต (Ploen Chit), อารีย์ (Aree), บางเลน (Bang Len), แก่งกระจาน (Kaeng Krachan), ราชบุรี (Ratchaburi), ทองผาภูมิ (Thong Pha Phum), Summer Heaven, โกปี๊เตี่ยม และไทยเทมเพิลแฟร์
- ปริมาณ 150 มล.
- ราคา 790 บาท
- คุณสมบัติพิเศษ ปรับบรรยากาศ ดับกลิ่นอับ สร้างความผ่อนคลาย มีการดีไซน์กลิ่นเฉพาะตัว
- เหมาะกับห้องไหน ใช้ได้กับทุกห้องภายในบ้านและที่ทำงาน
6. W.DRESSROOM Dress & Living Clear Perfume
W.DRESSROOM Dress & Living Clear Perfume ตัวนี้จะเป็นน้ำหอมอเนกประสงค์ยอดนิยมจากเกาหลี ช่วยกำจัดกลิ่นอับและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99.9% และเพิ่มความหอมสดชื่นให้ร่างกาย เสื้อผ้า ห้องนอน ตู้เสื้อผ้า หรือรถยนต์ ให้กลิ่นหอมสะอาด เบาสบาย เหมาะสำหรับฉีดผ้า เสื้อผ้า ตู้เสื้อผ้า รองเท้า หรือห้องที่ต้องการปรับอากาศด้วย
- กลิ่น มีมากกว่า 10 กลิ่น เช่น No.97 April Cotton, No.49 Peach Blossom, No.45 Morning Rain, No.03 Baby Green Tea, No.34 Always Happy, No.09 Gogo Mango และ No.40 Chic Amber
- ปริมาณ 80 มล.
- ราคา 290 บาท
- คุณสมบัติพิเศษ ฆ่าเชื้อโรคได้ 99.9% เป็นน้ำหอมอเนกประสงค์ กลิ่นหอมสะอาดสไตล์เกาหลี
- เหมาะกับห้องไหน ใช้ได้กับทุกห้องภายในบ้านที่ต้องการปรับอากาศ
7. Dettol Disinfectant Spray Sakura Blossom
Dettol Disinfectant Spray Sakura Blossom สเปรย์ดับกลิ่นห้องที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส รวมถึงโควิด-19 ได้ถึง 99.9% สามารถใช้ได้ทั้งบนพื้นผิวแข็งและอ่อนนุ่ม รวมถึงขจัดกลิ่นอับชื้น ใช้สเปรย์ตัวนี้ได้ในทุกห้องที่ต้องการปรับอากาศ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องครัว และห้องทั่วไป มาพร้อมกับกลิ่นหอมซากุระ กลิ่นดอกไม้หอมสดชื่น ผ่อนคลาย
- กลิ่น มีทั้งหมด 3 กลิ่น ได้แก่ Sakura Blossom, Crisp Breeze และ Lavender
- ปริมาณ 450 มล.
- ราคา 289 บาท
- คุณสมบัติพิเศษ ฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิวต่าง ๆ ขจัดกลิ่นอับชื้น มีกลิ่นหอมซากุระ และกลิ่นดอกไม้หอมสดชื่น
- เหมาะกับห้องไหน ใช้ได้กับทุกห้องภายในบ้าน เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องทั่วไป
8. Ambipur Air Effects Mystique
Ambipur Air Effects Mystique สเปรย์ช่วยขจัดกลิ่นอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์ มาพร้อมกับกลิ่น Mystique หอมละมุน น่าอยู่ และหอมยาวนาน ด้วยเทคโนโลยี Odour Clear เปลี่ยนกลิ่นเหม็นให้เป็นกลิ่นหอมสดชื่นแนวละมุนอ่อนโยน ที่ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นดาวน์นี่ ฉีดแล้วแห้งไว ไม่ทิ้งคราบ และสเปรย์สามารถกระจายกลิ่นหอมได้ทั่วห้องอย่างรวดเร็ว
- กลิ่น มีทั้งหมด 8 กลิ่น ได้แก่ Lavender Vanilla & Comfort, Blossom & Breeze, Spring & Renewal, Downy Scent, Passion, Linen & Sky, Sweet Citrus และ Mystique
- ปริมาณ 275 มล.
- ราคา 159 บาท
- คุณสมบัติพิเศษ ขจัดกลิ่นเหม็นอับ เปลี่ยนกลิ่นเหม็นให้เป็นกลิ่นหอมสดชื่น ฉีดแล้วแห้งไว ไม่ทิ้งคราบ
- เหมาะกับห้องไหน ทุกห้องภายในบ้าน เพื่อเพิ่มสุขอนามัยและความหอมสดชื่น
9. Dettol Disinfectant Spray Lavender
Dettol Disinfectant Spray Lavender ตัวนี้เป็นสเปรย์ดับกลิ่นห้องที่ช่วยฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย และเชื้อราบนพื้นผิวได้ถึง 99.9% พร้อมขจัดกลิ่นอับและมอบกลิ่นหอมผ่อนคลาย และสามารถใช้ฉีดพ่นบนพื้นผิวได้หลากหลาย ทั้งพื้นผิวแข็งและอ่อนนุ่ม เช่น มือจับประตู โทรศัพท์ ถังขยะ และโซฟา ไม่ทิ้งคราบเหนียว และยังมาพร้อมกับกลิ่นหอมผ่อนคลายของลาเวนเดอร์อีกด้วย
- กลิ่น มีทั้งหมด 3 กลิ่น ได้แก่ Crisp Breeze, Lavender และ Morning Dew
- ปริมาณ 450 มล.
- ราคา 289 บาท
- คุณสมบัติพิเศษ ฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิวต่าง ๆ ฆ่าเชื้อในอากาศ ขจัดกลิ่นอับและมอบกลิ่นหอมผ่อนคลาย
- เหมาะกับห้องไหน ใช้ได้กับทุกห้องภายในบ้าน เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องทั่วไป
10. Eucalyptus Spray Kangaroo Brand
Eucalyptus Spray Kangaroo Brand น้ำมันยูคาลิปตัส สเปรย์ ตัวช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์ หอมสดชื่น ผ่อนคลาย และยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก หายใจโล่ง แก้ภูมิแพ้ ลดแบคทีเรีย และฆ่าเชื้อโรคในอากาศได้ เพราะมีสารยูคาลิปทอล (Eucalyptol) ธรรมชาติที่ช่วยให้ระบบหายใจดีขึ้น ส่วนใหญ่จะใช้ฉีดในห้องนอน รถยนต์ หรือบริเวณที่ต้องการได้เลย
- กลิ่น น้ำมันยูคาลิปตัส ไม่มีน้ำหอม
- ปริมาณ 300 มล.
- ราคา 254 บาท
- คุณสมบัติพิเศษ ปรับอากาศและหอมสดชื่น บรรเทาอาการหวัด ฆ่าเชื้อโรคและเชื้อรา ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์
- เหมาะกับห้องไหน ใช้ได้กับทุกห้องภายในบ้าน เช่น ห้องน้ำ ห้องนอน รถยนต์
ข้อควรระวังเมื่อใช้สเปรย์ดับกลิ่นห้องมีอะไรบ้าง?
แม้ว่าสเปรย์ดับกลิ่นห้องจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้หอมสดชื่น แต่ก็มีข้อควรระวังในการใช้ที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยของคนในบ้าน
- หลีกเลี่ยงใช้ในพื้นที่ปิดและไม่มีอากาศถ่ายเท ควรฉีดในที่ที่มีอากาศหมุนเวียน เพื่อป้องกันการสูดดมสารเคมีเข้มข้นเกินไป
- ควรระวังการเข้าสู่ร่างกาย ถ้าฉีดแล้วควรเดินเลี่ยงออกมาทันที ไม่ควรอยู่บริเวณที่เพิ่งฉีดพ่น
- ระวังผิวหนังและดวงตา ถ้าสเปรย์เข้าตาหรือสัมผัสผิวหนังอาจทำให้ระคายเคือง รอยแดง หรือแพ้ได้ ควรล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือสบู่
- เก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เพื่อไม่ให้เด็กหรือสัตว์เลี้ยงเผลอโดนสเปรย์ อาจเป็นอันตรายได้
- ห้ามเก็บในที่ที่โดนแสงแดด ไม่ควรเก็บในที่โดนแสงโดยตรง หรืออุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส
- ควรฉีดก่อนเปิดแอร์หรือหลังปิดแอร์ เพื่อป้องกันคราบน้ำมันไปอุดตันและทำให้แอร์เหม็นอับ
- สตรีมีครรภ์ ผู้เป็นภูมิแพ้ หรือโรคทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยง หรือใช้อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ
สเปรย์ดับกลิ่นห้องเรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยง่าย ๆ สำหรับปรับบรรยากาศภายในห้องที่ควรมีติดบ้านเอาไว้เลย เพราะนอกจากจะให้กลิ่นหอมสดชื่น และช่วยทำให้บรรยากาศสบาย ผ่อนคลายแล้ว บางรุ่นยังช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ด้วย ทั้งช่วยขจัดกลิ่นอับและยังช่วยป้องกันเชื้อโรคไปในตัว สำหรับใครที่อยากดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ลองไปเลือกช้อปสเปรย์ดับกลิ่นห้องหรือ สเปรย์ปรับอากาศในห้องได้ที่ Watsons ได้เลย เพราะมีให้เลือกมากมายหลากหลายกลิ่นที่ชอบ
คำถามที่พบบ่อย
Q: สเปรย์ดับกลิ่นห้องใช้บ่อย ๆ ทุกวัน อันตรายไหม?
A: การใช้สเปรย์ปรับอากาศเป็นประจำทุกวันมีความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว เนื่องจากสารเคมีที่ใช้ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ พทาเลต (Phthalates) และสารระเหย (VOCs) อาจสะสมในร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองตา คอ ปวดศีรษะ ภูมิแพ้กำเริบ และส่งผลเสียต่อปอดได้ โดยเฉพาะในห้องปิดที่เปิดแอร์
Q: ฉีดสเปรย์ดับกลิ่นในห้องนอนก่อนนอนได้ไหม?
A: เราสามารถฉีดสเปรย์ดับกลิ่นในห้องนอนได้ แต่ควรทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีดก่อนเวลาเข้านอนประมาณ 15 – 30 นาที เพื่อให้กลิ่นเจือจางลงบ้าง หรือฉีดเพียงเล็กน้อยก่อนเปิดแอร์ หรือหลังปิดแอร์แล้ว เพื่อไม่ให้สารเคมีตกค้างในอากาศมากเกินไป
Q: สเปรย์ดับกลิ่นห้องเก็บไว้ได้นานแค่ไหน?
A: สเปรย์ดับกลิ่นห้องสามารถเก็บไว้ได้นาน 1 – 2 ปี ควรจัดเก็บให้เป็นที่ และควรเก็บในที่แห้ง หรือเก็บในที่อุณหภูมิห้องปกติ ไม่วางในที่ที่โดนแสงแดดโดยตรง เพื่อยืดอายุการใช้งาน แต่ควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นหรือลักษณะที่เปลี่ยนไป หากเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ควรใช้ต่อ ให้ทิ้งโดยทันที
Q: สเปรย์ดับกลิ่นห้องช่วยกำจัดเชื้อโรคได้จริงหรือ?
A: สเปรย์ดับกลิ่นห้องหรือสเปรย์ปรับอากาศทั่วไป ส่วนใหญ่ทำหน้าที่เพียงแค่กลบกลิ่นเท่านั้น แต่สเปรย์บางประเภทที่ระบุว่าเป็น สเปรย์ฆ่าเชื้อโรค (Disinfectant Spray) จะสามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศหรือบนพื้นผิวได้จริง
Q: สเปรย์ดับกลิ่นห้องต่างจากน้ำหอมฉีดห้องอย่างไร?
A: สเปรย์ดับกลิ่นห้องเน้นกำจัดกลิ่นอับทันที ส่วนใหญ่มักมีสารเคมีหรือเอนไซม์ดักจับกลิ่น ส่วนน้ำหอมฉีดห้องเน้นเพิ่มความหอมต่อเนื่องจากการผสมหัวน้ำหอมเข้มข้น เพื่อให้กลิ่นหอมฟุ้งติดทนนาน และสเปรย์ดับกลิ่นจะเห็นผลเร็วในการดับกลิ่นมากกว่า เหมาะใช้กับพื้นที่เฉพาะจุด ส่วนน้ำหอมจะช่วยให้บรรยากาศหอมฟุ้งเท่านั้น
- 10 ทิชชู่เปียกเช็ดหน้ายี่ห้อไหนดีอ่อนโยนต่อผิว
- 10 สเปรย์ดับกลิ่นห้อง ปรับอากาศในห้อง ยี่ห้อไหนดี
- 10 ลิปกลอส Lip Gloss ยี่ห้อไหนดี ฉ่ำวาว ติดทนนาน
- Manifesting คืออะไร และใช้ยังไงถึงได้ผล กฎเมนิเฟสแค่คิดบวกก็สำเร็จ!
- 10 ยาย้อมผมยี่ห้อไหนดี ไม่มีแอมโมเนีย ยาย้อมผมออแกนิคไม่มีสารเคมี ทำแล้วผมไม่เสีย





