Get the App
DOWNLOAD NOW
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน
  • google-play
  • app-store
  • app-gallery
Find a Store Blog
English
Community
NEW!!
Stores & Services
0
MY BAG
Share

โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับร่างกายมนุษย์ แต่หลายคนมักคิดว่าโปรตีนมีหน้าที่เพียงแค่สร้างกล้ามเนื้อเท่านั้น ความจริงแล้วโปรตีนมีบทบาทที่ซับซ้อนและหลากหลายมากกว่าที่เราเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนจากแหล่งพืชหรือสัตว์ ต่างก็มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ส่งผลต่อสุขภาพในแง่มุมที่แตกต่างกัน การเข้าใจถึงประโยชน์ที่ซ่อนเร้นเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถเลือกรับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสมและได้รับประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ แล้วการกินโปรตีนช่วยอะไรบ้าง ตามมาดูกัน

โปรตีน คืออะไร

โปรตีนเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยสายโซ่ของกรดอะมิโนที่เชื่อมต่อกันด้วยพันธะเปปไทด์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ โปรตีนมีโครงสร้างที่ซับซ้อนและหลากหลาย แต่ละชนิดจะมีลำดับกรดอะมิโนและรูปร่างเฉพาะตัว ทำให้สามารถทำหน้าที่ได้แตกต่างกันไป ตั้งแต่การเป็นเอนไซม์ที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ โปรตีนจึงไม่ใช่เพียงแค่สารอาหารธรรมดา แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้

โปรตีนสำคัญอย่างไร?

โปรตีนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในหลายระดับ ตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงระบบอวัยวะต่าง ๆ นอกจากหน้าที่หลักในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อแล้ว โปรตีนยังทำหน้าที่เป็นตัวขนส่งสารอาหารและออกซิเจนในกระแสเลือด เป็นส่วนประกอบของระบบภูมิคุ้มกันที่ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรค ควบคุมสมดุลของน้ำและอิเล็กโทรไลต์ในร่างกาย และเป็นแหล่งพลังงานสำรองเมื่อร่างกายต้องการ การขาดโปรตีนจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเจริญเติบโต การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และการฟื้นฟูของร่างกายหลังเจ็บป่วย ดังนั้นการได้รับโปรตีนที่เพียงพอและมีคุณภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพที่ดี

ส่วนประกอบสำคัญของโปรตีนมีอะไรบ้าง?

โปรตีนประกอบด้วยกรดอะมิโน 20 ชนิด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กรดอะมิโนจำเป็น (Essential amino acids) 9 ชนิดที่ร่างกายสร้างไม่ได้และต้องได้รับจากอาหาร ได้แก่ histidine, isoleucine, leucine, lysine, methionine, phenylalanine, threonine, tryptophan และ valine กรดอะมิโนไม่จำเป็น (Non-essential amino acids) 11 ชนิดที่ร่างกายสามารถสร้างได้เอง และกรดอะมิโนกึ่งจำเป็น (Conditionally essential amino acids) ที่ร่างกายสร้างได้แต่อาจไม่เพียงพอในสถานการณ์พิเศษ เช่น ขณะเจ็บป่วยหรือเครียด การรวมตัวของกรดอะมิโนเหล่านี้ในลำดับและสัดส่วนที่แตกต่างกันจะสร้างโปรตีนที่มีหน้าที่และคุณสมบัติต่างกัน ทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมการบริโภคโปรตีนจากแหล่งที่หลากหลายจึงมีความสำคัญ

ทำไมร่างกายต้องการโปรตีน?

ร่างกายมนุษย์ต้องการโปรตีนเพราะเป็นสารที่ไม่สามารถทดแทนได้ในกระบวนการสำคัญหลายอย่าง ซึ่งไม่มีสารอาหารชนิดอื่นใดที่สามารถทำหน้าที่แทนได้ โปรตีนเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ใหม่ทุกวัน เนื่องจากเซลล์ในร่างกายมีอายุจำกัดและต้องมีการทดแทนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้โปรตีนยังทำหน้าที่เป็นเอนไซม์ที่เร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ และเป็นแอนติบอดีที่ต่อสู้กับเชื้อโรค สิ่งที่น่าสนใจคือร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมโปรตีนไว้ได้เหมือนไขมันหรือคาร์โบไฮเดรต ทำให้เราต้องได้รับโปรตีนจากอาหารเป็นประจำทุกวันเพื่อรักษาสมดุลและการทำงานปกติของร่างกาย

โปรตีนดีอย่างไร?

1.เสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

หากถามว่าโปรตีนช่วยอะไรในการเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ โปรตีนนั้นจะช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้เกิดการฉีกขาดเล็กน้อยของเส้นใยกล้ามเนื้อ โปรตีนจะเข้าไปช่วยซ่อมแซมและสร้างเส้นใยใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม กระบวนการนี้เรียกว่า muscle protein synthesis ซึ่งต้องใช้กรดอะมิโนจากโปรตีนเป็นวัตถุดิบหลัก การรับประทานโปรตีนภายใน 2 ชั่วโมงหลังออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูได้ดีที่สุด

ป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ หลังอายุ 30 ปี ร่างกายจะเริ่มสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ การได้รับโปรตีนที่เพียงพอจะช่วยชะลอกระบวนการนี้ โดยเฉพาะโปรตีนที่มี leucine สูง เช่น เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นม ซึ่งจะกระตุ้นการสร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

หากถามว่าโปรตีนช่วยอะไรในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย โปรตีนจะช่วยสร้างแอนติบอดี้ ซึ่งแอนติบอดี้เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งการขาดโปรตีนจะทำให้ร่างกายผลิตแอนติบอดี้ได้น้อยลง ส่งผลให้ภูมิต้านทานโรคลดลง โดยเฉพาะกรดอะมิโน arginine และ glutamine มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน

นอกจากนี้ยังช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายจากการติดเชื้อ การมีโปรตีนเพียงพอจะทำให้ร่างกายสามารถรับมือกับการติดเชื้อได้ดีและหายเร็วขึ้น

3.ควบคุมน้ำหนัก

การกินโปรตีนช่วยอะไรในการควบคุมน้ำหนัก โปรตีนจะช่วยให้ความรู้สึกอิ่มนานโดยการศึกษาพบว่าการเพิ่มโปรตีนในอาหารสามารถลดความหิวได้ถึง 60% และลดการกินอาหารว่างในตอนดึกได้ถึง 50% ซึ่งช่วยในการควบคุมปริมาณแคลอรีโดยรวม

การย่อยและเผาผลาญโปรตีนใช้พลังงานมากที่สุดเมื่อเทียบกับสารอาหารอื่น คิดเป็น 20-30% ของแคลอรีที่ได้รับ ในขณะที่คาร์โบไฮเดรตใช้ 5-10% และไขมันใช้ 0-3% เท่านั้น กระบวนการนี้เรียกว่า diet-induced thermogenesis ซึ่งช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานรวมของร่างกาย

4.บำรุงผิวพรรณและเส้นผม

การกินโปรตีนช่วยอะไรบ้างในการบำรุงผิวพรรณและเส้นผม โปรตีนจะช่วยสร้างคอลลาเจนและเคราติน คอลลาเจนเป็นโปรตีนหลักที่ให้ความยืดหยุ่นและความแข็งแรงแก่ผิวหนัง ส่วนเคราตินเป็นโปรตีนที่สร้างเส้นผมและเล็บ การได้รับโปรตีนที่มีกรดอะมิโน proline, glycine และ hydroxyproline เพียงพอจะช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนได้ดี โดยเฉพาะโปรตีนจากปลาและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทะเล

ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง เส้นผมแข็งแรง การขาดโปรตีนจะทำให้ผิวหนังแห้ง เหี่ยวย่น และเส้นผมบาง หักง่าย เนื่องจากร่างกายจะปรับลำดับความสำคัญโดยส่งโปรตีนไปใช้กับอวัยวะสำคัญก่อน เช่น หัวใจ ตับ และสมอง การรับประทานโปรตีนครบถ้วนจะช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น มีความยืดหยุ่น และเส้นผมเงางาม

5.สร้างฮอร์โมนและเอนไซม์

หากถามว่าโปรตีนช่วยอะไรในการสร้างฮอร์โมนและเอนไซม์ โปรตีนจะมีหน้าที่ช่วยควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนหลายชนิดเป็นโปรตีน เช่น insulin ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด growth hormone ที่ช่วยการเจริญเติบโต และ thyroid hormones ที่ควบคุมการเผาผลาญ การขาดโปรตีนจะส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเหล่านี้ ทำให้เกิดความผิดปกติในการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

ช่วยในกระบวนการเผาผลาญ เอนไซม์ทุกชนิดในร่างกายเป็นโปรตีน ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ ตั้งแต่การย่อยอาหาร การสร้างพลังงาน ไปจนถึงการกำจัดสารพิษ การมีโปรตีนเพียงพอจะช่วยให้เอนไซม์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กระบวนการเผาผลาญในร่างกายดำเนินไปอย่างราบรื่น

โปรตีนจากสัตว์มีอะไรบ้าง?

1.เนื้อสัตว์

เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน โดยเฉพาะเนื้อแดงที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบี 12 ในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ดี อย่างไรก็ตาม ควรเลือกส่วนที่ไม่ติดมันและหลีกเลี่ยงเนื้อแปรรูปเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจและมะเร็ง

2.ไข่

เป็นโปรตีนที่สมบูรณ์แบบที่สุด มีคะแนน biological value เท่ากับ 100 ซึ่งหมายความว่าร่างกายสามารถใช้ประโยชน์จากกรดอะมิโนได้เกือบทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี choline ที่ช่วยการทำงานของสมองและ lutein, zeaxanthin ที่ดีต่อสายตา ไข่ยังเป็นแหล่งวิตามิน D ที่หาได้ยากจากอาหารธรรมชาติ

3.นม

ประกอบด้วยโปรตีนสองชนิดหลัก คือ casein และ whey ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน casein ย่อยช้าช่วยให้อิ่มนาน ส่วน whey ย่อยเร็วและกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อได้ดี นมยังเป็นแหล่งแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินบี 12 ที่สำคัญต่อการทำงานของกระดูกและระบบประสาท

4.ปลา

เป็นโปรตีนไขมันต่ำที่มีกรดไขมัน omega-3 โดยเฉพาะ EPA และ DHA ที่ช่วยลดการอักเสบและบำรุงสมอง ปลาทะเลน้ำลึกอย่างแซลมอนและทูน่าให้ทั้งโปรตีนคุณภาพสูงและไขมันดี ปลาเป็นแหล่งวิตามิน D และ selenium ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

5.อาหารทะเล หอย ปู กุ้ง และหมึก

เป็นโปรตีนไขมันต่ำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุหายาก เช่น ไอโอดีน สังกะสี และทองแดง อาหารทะเลมี taurine ที่ช่วยการทำงานของหัวใจและสมอง แต่ควรระวังเรื่องการปนเปื้อนของโลหะหนักและบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม

ข้อดีของโปรตีนจากสัตว์คืออะไร?

: มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ร่างกายดูดซึมได้ง่าย

โปรตีนจากพืชมีอะไรบ้าง?

1.ถั่วเมล็ดแห้ง

เป็นแหล่งโปรตีนและไฟเบอร์สูง มีสารประกอบฟีนอลิกและสารต้านอนุมูลอิสระ ถั่วลินทิลและถั่วดำมี folate สูงที่ช่วยการทำงานของระบบประสาท ถั่วเมล็ดแห้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดคอเลสเตอรอลได้ดี แต่อาจขาดกรดอะมิโน methionine

2.เต้าหู้

ผลิตจากถั่วเหลืองที่มีโปรตีนสมบูรณ์ใกล้เคียงโปรตีนสัตว์ มี isoflavones ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและมะเร็งเต้านม เต้าหู้ยังเป็นแหล่งแคลเซียมและแมกนีเซียมที่ดี โดยเฉพาะเต้าหู้ที่ทำจากน้ำส้มสายชูหรือเกลือแคลเซียม การหมักยังเพิ่มการดูดซึมของสารอาหาร

3.ควินัว

เป็นธัญพืชที่มีโปรตีนสมบูรณ์แบบ มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนเหมือนโปรตีนสัตว์ อุดมไปด้วยไฟเบอร์ แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และแมงกานีส ควินัวไม่มีกลูเตนจึงเหมาะสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตน และมีดัชนีน้ำตาลต่ำช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

4.เมล็ดเจีย 

เป็น superfood ที่มีโปรตีนสูงและกรดไขมัน omega-3 จากพืช มีไฟเบอร์ละลายน้ำสูงที่ช่วยให้อิ่มนานและควบคุมน้ำตาลในเลือด เมล็ดเจียยังอุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส และสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถดูดซึมน้ำได้มากทำให้ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก

5.ธัญพืช ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และข้าวบาร์เลย์

ให้โปรตีนพร้อมคาร์โบไฮเดรตซับซ้อนและไฟเบอร์ ธัญพืชเต็มเมล็ดมีวิตามินบีกลุ่ม แมกนีเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ การผสมธัญพืชกับถั่วจะได้โปรตีนที่สมบูรณ์แบบ เช่น ข้าวกับถั่วแดง

ข้อดีของโปรตีนจากพืชคืออะไร?

: มีไฟเบอร์สูง ไขมันต่ำ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ

ร่างกายต้องการปริมาณโปรตีนต่อวันเท่าไหร่?

  • ผู้ใหญ่ทั่วไปควรได้รับโปรตีน 0.8-1.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตัวอย่างเช่น:
  • คนน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีน 48-60 กรัมต่อวัน ปริมาณนี้เทียบเท่ากับ ไก่ย่าง 200 กรัม หรือ ปลาแซลมอน 180 กรัม หรือ ไข่ 8 ฟอง หรือ เต้าหู้ 300 กรัม ควรแบ่งการบริโภคเป็น 3-4 มื้อ มื้อละ 15-20 กรัม เพื่อให้ร่างกายดูดซึมและใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • นักกีฬาอาจต้องการมากถึง 1.2-2.0 กรัมต่อกิโลกรัม นักกีฬาความทนทานต้องการ 1.2-1.4 กรัม/กก. ส่วนนักกีฬาที่เน้นความแข็งแรงต้องการ 1.6-2.0 กรัม/กก. ช่วงเวลาที่สำคัญคือ 30 นาทีหลังออกกำลังกาย ควรได้รับโปรตีน 20-25 กรัมเพื่อกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อและการฟื้นฟู
  • ผู้สูงอายุควรได้รับ 1.0-1.2 กรัมต่อกิโลกรัม เนื่องจากประสิทธิภาพการดูดซึมและใช้ประโยชน์จากโปรตีนลดลงตามอายุ ผู้สูงอายุจึงต้องการโปรตีนมากกว่าคนทั่วไป ละรักษามวลกล้ามเนื้อ ควรเน้นโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่าย เช่น ไข่ ปลา และผลิตภัณฑ์นม

เลือกแหล่งโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพอย่างไรดี?

1.เลือกเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ

อกไก่

เป็นโปรตีนไขมันต่ำที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน อกไก่ไม่มีหนังให้โปรตีน 31 กรัมต่อ 100 กรัม และมีไขมันเพียง 3.6 กรัม อุดมไปด้วยนีอาซิน (วิตามิน B3) ที่ช่วยการทำงานของระบบประสาทและการเผาผลาญพลังงาน ควรปรุงด้วยวิธีย่าง ต้ม หรือนึ่ง

ปลา

โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึกที่มี omega-3 สูง เช่น แซลมอน ทูน่า และซาบะ ปลาให้โปรตีน 20-25 กรัมต่อ 100 กรัม พร้อมไขมันดีที่ช่วยลดการอักเสบ ป้องกันโรคหัวใจ และบำรุงสมอง แนะนำให้บริโภค 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

เนื้อแดงส่วนที่ไม่ติดมัน

เช่น เนื้อสันในของวัวหรือหมู ให้โปรตีนสูงและธาตุเหล็กในรูป heme iron ที่ดูดซึมได้ดีกว่าธาตุเหล็กจากพืช นอกจากนี้ยังมีสังกะสี ซีลีเนียม และวิตามินบี 12 ควรจำกัดปริมาณไม่เกิน 500 กรัมต่อสัปดาห์และหลีกเลี่ยงเนื้อแปรรูป

2.เพิ่มโปรตีนจากพืช

ถั่วเมล็ดแห้งหลากชนิด

ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว และถั่วลินทิล ให้โปรตีน 15-25 กรัมต่อ 100 กรัม พร้อมไฟเบอร์สูงที่ช่วยเลี้ยงแบคทีเรียดีในลำไส้ มี folate โปแตสเซียม และแมกนีเซียม การแช่น้ำค้างคืนก่อนปรุงจะช่วยลดสารต้านการดูดซึมและทำให้ย่อยง่ายขึ้น

เต้าหู้และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง

เต้าหู้แข็ง เต้าหู้นุ่ม เทมเป้ และนมถั่วเหลือง ให้โปรตีนสมบูรณ์พร้อม isoflavones ที่มีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยลดอาการวัยหมดประจำเดือนและป้องกันโรคหัวใจ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีแคลเซียมเพิ่มจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น

ธัญพืชครบส่วน

ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ และควินัว ให้โปรตีนพร้อมคาร์โบไฮเดรตซับซ้อนที่ปล่อยพลังงานอย่างช้า ๆ มีวิตามินบีกลุ่ม เหล็ก และแมกนีเซียม ไฟเบอร์ในธัญพืชเต็มเมล็ดช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอล

ผสมผสานแหล่งโปรตีน

รับประทานทั้งโปรตีนจากพืชและสัตว์ การผสมผสานจะได้รับกรดอะมิโนที่สมบูรณ์แบบและสารอาหารที่หลากหลาย โปรตีนสัตว์ให้วิตามิน B12 ธาตุเหล็ก และสังกะสี ส่วนโปรตีนพืชให้ไฟเบอร์ สารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุต่าง ๆ การผสมยังช่วยลดความเสี่ยงจากการบริโภคเนื้อสัตว์มากเกินไป

สร้างความหลากหลายในมื้ออาหาร การหมุนเวียนแหล่งโปรตีนป้องกันการเบื่อหน่ายและให้สารอาหารที่ครอบคลุม วันหนึ่งอาจเริ่มด้วยไข่ในมื้อเช้า ปลาในมื้อกลางวัน และถั่วในมื้อเย็น การผสมผสานนี้ยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยั่งยืนของการบริโภคอีกด้วย

เมื่อทราบกันไปแล้วว่าโปรตีนช่วยอะไรบ้าง ดังนั้นการรับประทานโปรตีนให้เพียงพอและเลือกแหล่งที่ดีมีความสำคัญต่อสุขภาพ ไม่ว่าคุณจะเลือกโปรตีนจากพืชหรือสัตว์ สิ่งสำคัญคือการรับประทานให้หลากหลายและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย

แหล่งอ้างอิง

  • กระทรวงสาธารณสุข
  • สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย
  • องค์การอนามัยโลก (WHO)

Edited by ภก. กุลพงษ์ ศรีศักดิ์ประทุม  เลขใบประกอบ ภ.20992

คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ

Previous

ยาเม็ดคุมกำเนิดปรับฮอร์โมนเพศหญิงต้องเลือกอย่างไร

Next

ยาและอาหารที่ไม่ควรทานพร้อมกัน

Related Topics
Share
*/?>