หลายคนอาจจะเคยเห็น หรืออาจจะกำลังมีปัญหาแผลเป็น ที่เป็นแผลนูน แข็ง และยังรู้สึกเจ็บ ๆ คัน ๆ บริเวณที่เป็นแผลเป็นอยู่ แผลเป็นลักษณะนี้มักจะถูกเรียกว่าเป็น “คีลอยด์” เป็นปัญหาผิวหนังที่เกิดจากการสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็นมากเกินไป ซึ่งสามารถแก้ได้หลายวิธี หนึ่งในนั้นก็คือการใช้ “ยาทาคีลอยด์” ตัวช่วยให้แผลนุ่มลง สีจางลง และลดการขยายตัวของคีลอยด์ลงได้ วัตสันเลยอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับยาทาคีลอยด์ให้มากขึ้น เพื่อเลือกใช้ยาที่เหมาะสม และรักษาปัญหาแผลเป็นคีลอยด์ได้อย่างตรงจุด
ยาทาคีลอยด์ (Keloid Cream) คืออะไร?
ยาใช้ทาภายนอกเพื่อรักษา หรือลดขนาดแผลเป็นนูนแข็ง ที่เรียกว่า “คีลอยด์” ส่วนใหญ่มักจะมีส่วนผสมของซิลิโคนเจล สารสกัดจากหัวหอม (Allium Cepa) หรือสเตียรอยด์ ช่วยลดการอักเสบ ความคัน ทำให้แผลนุ่มลง แบนราบขึ้น และลดรอยแดง แต่ยาทาจะให้ผลลัพธ์ช้า และจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่อง เลยจะเหมาะสมกับแผลขนาดเล็กมากกว่า
แผลเป็นนูน (คีลอยด์) เกิดจากอะไร? ต่างจากแผลเป็นทั่วไปอย่างไร?
แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) ที่เกิดเป็นแผลนูนขึ้นมา เกิดจากกระบวนการซ่อมแซมบาดแผลผิดปกติ จากร่างกายที่สร้างคอลลาเจนมากเกินความจำเป็นในช่วงสมานแผล ทำให้แผลนูน หนา แข็ง และขยายขนาดลุกลามเกินขอบเขตบาดแผลเดิม และจะแตกต่างจากแผลเป็นทั่วไป สังเกตได้จากคีลอยด์จะเป็นก้อนเนื้อนูน แข็ง มันวาว ที่ขยายขนาดใหญ่กว่าขอบเขตบาดแผลเดิมอย่างต่อเนื่องและไม่ยุบลงเอง ส่วนแผลเป็นทั่วไปมักเรียบแบน หรือนูนเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ จางหรือนุ่มลงตามเวลา
ยาทาคีลอยด์ ยาลบรอยแผลเป็น มีกี่ประเภท?
ยาทาคีลอยด์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ ประเภทตามสารออกฤทธิ์หลัก และประเภทตามรูปแบบผลิตภัณฑ์ ดังนี้
ประเภทตามสารออกฤทธิ์หลัก
- ซิลิโคนเจล (Silicone Gel / Silicone Sheet)
เจลใสที่ใช้ทาเพื่อรักษาและป้องกันแผลเป็นนูน คีลอยด์ โดยจะสร้างฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น ปรับสมดุลการสร้างคอลลาเจน ทำให้แผลนุ่มลง เรียบเนียน และจางลง
- สารสกัดหัวหอม (Allium Cepa / Onion Extract)
ยาทาที่มักจะมาในรูปแบบเจลใสหรือครีม ช่วยลดการอักเสบ ยับยั้งการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป ทำให้แผลนูนนิ่มลงและเรียบเนียนขึ้น โดยใช้สารสกัดจากหัวหอม (Allium Cepa) ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และช่วยลดกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อพังผืดที่มากเกินไปที่เป็นสาเหตุของแผลนูน
- เฮพาริน (Heparin / Heparinoid)
ยาช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้เนื้อเยื่อแผลเป็นอ่อนนุ่มลง ลดความนูน แข็ง และลดอาการคันหรือเจ็บปวดที่เกิดจากคีลอยด์ได้ดี มักมีส่วนผสมของ Mucopolysaccharide polysulphate (MPS) ที่ช่วยรักษาแผลเป็นนูน
- Centella Asiatica (ใบบัวบก)
ยาทาคีลอยด์ที่มีส่วนผสมของ Centella Asiatica ช่วยรักษาแผลนูน คีลอยด์ และแผลเป็นสิวได้ดี และยังมีคุณสมบัติสมานแผล ลดการอักเสบ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้แผลหายเร็วขึ้น ผิวเรียบเนียน และลดรอยแดงและดำได้ดีถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่มาในรูปแบบครีมหรือเจลที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว
ประเภทตามรูปแบบผลิตภัณฑ์
- ซิลิโคนเจล (Silicone Gel)
ยาทาคีลอยด์ประเภทนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยม เพราะใช้งานง่าย แห้งเร็ว มีตัวเจลที่ช่วยสร้างฟิล์มบาง ๆ เคลือบแผล และยังช่วยควบคุมความชื้น รวมถึงลดการสร้างคอลลาเจนส่วนเกิน เหมาะสำหรับแผลบนใบหน้าหรือข้อพับ
- แผ่นแปะซิลิโคน (Silicone Sheet / Gel Sheet)
แผ่นเจลใสที่ใช้แปะทับแผลนูน ใช้แปะทับรอยแผลเป็นที่ปิดสนิทแล้ว ช่วยปิดทับและกดแผลให้แบนราบลง ช่วยลดการสูญเสียน้ำในผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการอักเสบ และช่วยให้แผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ แบนราบและนุ่มลงถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง
- ครีมหรือเจลลดรอยแผลเป็น (Scar Cream / Gel)
ยาทาภายนอกที่ช่วยให้แผลนุ่ม นูนน้อยลง และจางไวขึ้น โดยทำงานผ่านการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และสร้างสมดุลคอลลาเจน ส่วนใหญ่มักจะมีส่วนผสมของสารสกัดจากหอมหัวใหญ่ (Allium Cepa) เฮพารินอยด์ (Heparinoid) หรืออัลลันโทอิน (Allantoin) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และช่วยให้แผลนุ่มลง
ตารางเปรียบเทียบยาทาคีลอยด์ตามประเภท
เพื่อให้เห็นภาพรวมของยาทาคีลอยด์แต่ละประเภทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตารางด้านล่างนี้สรุปจุดเด่น ข้อดี ข้อเสีย และความเหมาะสมของแต่ละประเภทไว้ให้แล้ว
| ประเภท | จุดเด่น | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับใคร |
| ซิลิโคนเจล (Silicone Gel) |
ช่วยให้แผลเป็นนูนราบลง นุ่มลง และสีจางลง ไม่มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคือง เหมาะสำหรับใช้ต่อเนื่องยาวนาน | มีทั้งแบบเจลทา และแผ่นแปะ แห้งไว ใช้งานง่ายสามารถทาเครื่องสำอางทับได้ ได้รับการยอมรับจากแพทย์ว่าเป็นวิธีหลักในการรักษาแผลเป็นนูน และคีลอยด์ | ต้องใช้เมื่อแผลปิดสนิทหรือตัดไหมแล้วเท่านั้น จำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน 4 – 8 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อให้เห็นผลชัดเจน ราคาค่อนข้างสูง ไม่สามารถรักษาแผลเป็นลักษณะหลุมลึกหรือกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกได้ | ผู้ที่มีแผลผ่าตัด ผู้ที่มีแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ ผู้ที่มีแผลอุบัติเหตุที่เสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นนูน ผู้ที่ต้องการลดรอยแดงหรือรอยดำจากแผล |
| แผ่นแปะซิลิโคน (Silicone Sheet / Gel Sheet) |
ช่วยลดการสร้างเนื้อเยื่อพังผืด ทำให้แผลเป็นนุ่มลงและเรียบเนียนขึ้น สร้างชั้นฟิล์มเคหรือคีลอยด์ (Keloid)ลือบแผล ป้องกันการสูญเสียน้ำ ช่วยให้แผลไม่แห้งตึง | ใช้ซ้ำได้ สามารถล้างทำความสะอาด และนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง จนกว่าความเหนียวจะหมดไป ผลิตจากซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ ไม่ระคายเคือง ไม่เจ็บตัว | ต้องแปะต่อเนื่องอย่างน้อย 12 – 24 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลา 2 – 3 เดือนขึ้นไป จึงจะเห็นผลชัดเจน แต่ต้องใช้กับแผลที่ปิดสนิทแล้วเท่านั้น อาจทำให้รู้สึกเหนอะหนะ หรือเกิดผดผื่นคันได้ในบางราย |
ผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด ผู้ที่มีแผลเป็นนูน รวมถึงแผลเป็นแดง (Hypertrophic scar) และผู้ที่เกิดแผลจากอุบัติเหตุไฟไหม้ หรือแผลถูกบาดจากของมีคม รวมถึงผู้ที่ต้องการป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนหลังแผลปิดสนิท |
| ครีมหรือเจลลดรอยแผลเป็น (Scar Cream / Gel) |
ช่วยสมานผิว ลดการอักเสบ ป้องกันแผลเป็นนูน หรือคีลอยด์ (Keloid) และลดเลือนรอยแดงและดำ ทำให้แผลที่ปิดสนิทแล้วดูจางลงและเรียบเนียนขึ้น | ใช้งานง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมไว สามารถแต่งหน้าทับได้ ปลอดภัยและประหยัด เป็นทางเลือกเริ่มต้นที่ปลอดภัยกว่าการเลเซอร์หรือฉีดยา | ต้องทาต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันอย่างน้อย 2 – 6 เดือน ถึงจะเห็นผลชัดเจน ห้ามใช้ทาแผลที่ยังไม่ปิดสนิท หรือยังมีเลือดออก ไม่สามารถแก้ปัญหาแผลเป็นรุนแรงได้ทั้งหมด | ผู้ที่มีแผลเป็นหลังผ่าตัดหรืออุบัติเหตุที่ปิดสนิทแล้ว ผู้ที่เป็นแผลเป็นนูน หรือคีลอยด์ (Keloid) และแผลเป็นนูนแดง (Hypertrophic scars) ผู้ที่มีปัญหารอยแดงและรอยดำจากสิว รวมถึงผู้ที่ต้องการดูแลรอยแผลให้จางลงอย่างปลอดภัยและค่อยเป็นค่อยไป |
แนะนำ ยาทาคีลอยด์ ยี่ห้อไหนดี?
สำหรับใครที่กำลังมองหายาทาคีลอยด์ หรือยาทาแผลเป็นนูนที่ดี ด้านล่างนี้คือผลิตภัณฑ์ยาลบรอยแผลเป็นที่ได้รับความนิยม และมีให้เลือกซื้อที่วัตสัน
1. Dermatix Ultra Gel
เจลซิลิโคนรักษาแผลเป็นที่ช่วยให้แผลนุ่มลง เรียบเนียน และจางลง โดยใช้เทคโนโลยี CPX และวิตามินซีเอสเทอร์ (Vitamin C Ester) ช่วยให้รอยแผลเป็นมีสีจางลงและดูกลืนไปกับผิว เหมาะสำหรับแผลเป็นนูน แผลคีลอยด์ แผลผ่าตัด แผลอุบัติเหตุ และรอยแผลจากสิวที่แผลปิดสนิทแล้ว อายุไม่เกิน 2 ปี ตัวเนื้อเจลแห้งไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และยังป้องกันแผลเป็นใหม่ ช่วยป้องกันไม่ให้แผลใหม่กลายเป็นแผลนูนหรือคีลอยด์
- สูตร / ส่วนผสมหลัก เจลซิลิโคน ใช้เทคโนโลยี CPX และวิตามินซีเอสเทอร์ (Vitamin C Ester)
- ขนาด 15 กรัม
- ราคา 940 บาท
- จุดเด่น เจลซิลิโคนรักษาแผลเป็น ที่ช่วยลดรอยดำให้จางลง แห้งเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เนื้อเจลบางเบา ไม่มีกลิ่น
- เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีรอยแผลเป็นนูน แผลคีลอยด์ หรือแผลเป็นจากการผ่าตัด อุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และแผลหลังศัลยกรรม ที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี
2. Actewound Silicone Gel Sheet
แผ่นแปะซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ที่ช่วยดูแลรอยแผลเป็นนูน ทั้งแบบคีลอยด์ (Keloid) และแผลเป็นนูนแดง (Hypertrophic) ทั้งเก่าและใหม่ให้จางลง นุ่มลง และเรียบเนียนขึ้น สามารถใช้ได้ดีกับแผลผ่าตัด แผลอุบัติเหตุ หรือแผลคีลอยด์ โดยช่วยคงความชุ่มชื้นให้ผิว ลดอาการคัน ติดแน่นแนบสนิทกับผิวได้เองโดยไม่ต้องใช้พลาสเตอร์ และนำกลับมาใช้ซ้ำได้จนกว่าความเหนียวจะหมดลง
- สูตร / ส่วนผสมหลัก แผ่นแปะซิลิโคน Medical Grade Silicone
- ขนาด 15 กรัม
- ราคา 940 บาท
- จุดเด่น ใช้วัสดุเกรดทางการแพทย์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา แผ่นบางแนบสนิทผิว ยึดติดได้เองโดยไม่ต้องใช้เทปพันทับ ล้างน้ำทำความสะอาดและนำมาใช้ซ้ำได้
- เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีแผลผ่าตัด แผลอุบัติเหตุ และแผลเป็นนูน หรือแผลคีลอยด์
3. Hiruscar Silicone Pro
เจลซิลิโคนใสที่ออกแบบมาเพื่อดูแลรอยแผลเป็นโดยเฉพาะ ช่วยให้แผลเป็นอ่อนนุ่มขึ้น จางลง และลดเลือนรอยแผลเป็นนูนและคีลอยด์ ด้วยส่วนผสมของ MPS, วิตามินซี และวิตามินอี ช่วยคงความชุ่มชื้น เคลือบผิวเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ลดการสูญเสียน้ำของผิว (Transepidermal Water Loss) ซึ่งช่วยบรรเทาอาการคันและตึงของแผลได้ ลดอาการคัน เกลี่ยง่าย แห้งเร็ว เหมาะสำหรับแผลผ่าตัด แผลอุบัติเหตุ และแผลเป็นจากการเป็นสิวที่นูนขึ้นมา
- สูตร / ส่วนผสมหลัก เจลซิลิโคนใส มีส่วนผสมของ MPS, วิตามินซี และวิตามินอี
- ขนาด 10 กรัม
- ราคา 677 บาท
- จุดเด่น เจลซิลิโคนใสลดรอยแผลเป็น สูตรเข้มข้น เนื้อเจลแห้งไวไม่เหนอะหนะ สามารถทาทับแล้วแต่งหน้าได้เลย
- เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการดูแลแผลเป็นบนใบหน้า และร่างกายอย่างตรงจุด
4. Provamed Scar Silicone
เจลลดรอยแผลเป็นเนื้อซิลิโคนใส สูตรเข้มข้นที่ช่วยลดรอยแผลนูน ยุบตัวลง และทำให้นุ่มลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนผสมของ Episolve (โปรตีนจากพืช) ที่ช่วยกระตุ้นการสมานผิวใหม่ และมีส่วนผสมของ Vitamin C และ E ช่วยบำรุงผิวให้สีผิวสม่ำเสมอ ลดรอยแดงดำ เหมาะสำหรับแผลเป็นจากอุบัติเหตุ แผลผ่าตัด แผลน้ำร้อนลวก และแผลไฟไหม้ โดยช่วยเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน และลดเลือนรอยแดงและดำให้จางลงได้
- สูตร / ส่วนผสมหลัก เจลซิลิโคนใส ส่วนผสมของ Episolve (โปรตีนจากพืช) Vitamin C และ E
- ขนาด 10 กรัม
- ราคา 280 บาท
- จุดเด่น ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ลดการสร้างคีลอยด์ ทำให้แผลนูนนุ่มลง แลดูเรียบเนียน เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ ใช้ได้ทั้งแผลใหม่และเก่า
- เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีปัญหาแผลเป็นนูน แผลคีลอยด์ แผลผ่าตัด แผลอุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และแผลศัลยกรรม (เช่น จมูก หน้าอก) ทั้งเก่าและใหม่
5. Smooth E Smooth Scar Serum
Smooth E Smooth Scar Serum ตัวช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นชนิดต่าง ๆ ทั้งรอยแดงและรอยดำจากสิว หลุมสิว แผลผ่าตัด หรือแผลนูนแดง โดยใช้สารสกัดธรรมชาติ และเปปไทด์ช่วยสมานแผล มีสารสกัดจากหัวหอม (Allium Cepa) และใบบัวบก (Centella) ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และลดโอกาสการเกิดแผลเป็นชนิดนูนแดงหรือคีลอยด์ ทำให้แผลนุ่ม เรียบเนียน และจางลงภายใน 2 – 4 สัปดาห์ ช่วยป้องกันคีลอยด์และกระตุ้นการสร้างผิวใหม่
- สูตร / ส่วนผสมหลัก เนื้อเจล มีส่วนผสมของ สารสกัดจากหัวหอม (Allium Cepa) ใบบัวบก (Centella) และเปปไทด์
- ขนาด 7 กรัม
- ราคา 340 บาท
- จุดเด่น เนื้อเจลเหลวบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบขาว และไม่ทำให้ผิวหน้ามันเพิ่ม
- เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีปัญหารอยแผลเป็นจากสิว รอยแดง รอยดำ และหลุมสิว
ตารางเปรียบเทียบยาทาคีลอยด์ที่แนะนำ
ด้านล่างนี้เป็นตารางเปรียบเทียบยาทาคีลอยด์ทุกยี่ห้อที่แนะนำ เพื่อให้เลือกได้ง่ายขึ้นว่ายี่ห้อไหนดีและเหมาะสมกับตัวเอง
| ยี่ห้อ | สูตร / ส่วนผสมหลัก | ขนาด | ราคา | จุดเด่น | เหมาะสำหรับ |
| Dermatix Ultra Gel |
เจลซิลิโคน ใช้เทคโนโลยี CPX และวิตามินซีเอสเทอร์ |
15 กรัม | 940 บาท | เจลซิลิโคนรักษาแผลเป็น ที่ช่วยลดรอยดำให้จางลง แห้งเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เนื้อเจลบางเบา ไม่มีกลิ่น |
ผู้ที่มีรอยแผลเป็นนูน แผลคีลอยด์ หรือแผลเป็นจากการผ่าตัด อุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และแผลหลังศัลยกรรม ที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี |
| Actewound Silicone Gel Sheet |
แผ่นแปะซิลิโคน Medical Grade Silicone |
15 กรัม |
940 บาท |
ใช้วัสดุเกรดทางการแพทย์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา แผ่นบางแนบสนิทผิว ยึดติดได้เองโดยไม่ต้องใช้เทปพันทับ ล้างน้ำทำความสะอาดและนำมาใช้ซ้ำได้ | ผู้ที่มีแผลผ่าตัด แผลอุบัติเหตุ และแผลเป็นนูน หรือแผลคีลอยด์ |
| Hiruscar Silicone Pro |
เจลซิลิโคนใส ส่วนผสมของ MPS, วิตามินซี และวิตามินอี |
10 กรัม |
677 บาท | เจลซิลิโคนใสลดรอยแผลเป็น สูตรเข้มข้น เนื้อเจลแห้งไวไม่เหนอะหนะ สามารถทาทับแล้วแต่งหน้าได้เลย | ผู้ที่ต้องการดูแลแผลเป็นบนใบหน้าและร่างกายอย่างตรงจุด |
| Provamed Scar Silicone |
เจลซิลิโคนใส มีส่วนผสมของ Episolve (โปรตีนจากพืช) Vitamin C และ E |
10 กรัม |
280 บาท | ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ลดการสร้างคีลอยด์ ทำให้แผลนูนนุ่มลง แลดูเรียบเนียน เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ ใช้ได้ทั้งแผลใหม่และเก่า | ผู้ที่มีปัญหาแผลเป็นนูน แผลคีลอยด์ แผลผ่าตัด แผลอุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และแผลศัลยกรรม (เช่น จมูก หน้าอก) ทั้งเก่าและใหม่ |
| Smooth E Smooth Scar Serum |
เนื้อเจล มีส่วนผสมของสารสกัดจากหัวหอม (Allium Cepa) ใบบัวบก (Centella) และเปปไทด์ |
7 กรัม |
340 บาท | เนื้อเจลเหลวบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบขาว และไม่ทำให้ผิวหน้ามันเพิ่ม | ผู้ที่มีปัญหา รอยแผลเป็นจากสิว รอยแดง รอยดำ และหลุมสิว |
ยาทาคีลอยด์ vs ครีมลบรอยแผลเป็นทั่วไป ต่างกันอย่างไร?
หลายคนอาจสงสัยว่ายาทาคีลอยด์กับครีมลบรอยแผลเป็นทั่วไปมีความแตกต่างกันอย่างไร ตารางด้านล่างนี้จะช่วยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน
| ประเภท | จุดเด่น | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับใคร | ราคา |
| ยาทาคีลอยด์ | ช่วยลดรอยแผลเป็นนูนและนุ่มลงได้ด้วยการสร้างความชุ่มชื้นและเคลือบผิว สามารถทาได้เองที่บ้าน ไม่ต้องไปพบแพทย์บ่อย |
ใช้สะดวกและปลอดภัยกว่าการฉีด | เห็นผลช้า ต้องใช้เวลาทาต่อเนื่องหลายเดือน หรืออย่างน้อย 3 – 6 เดือน ได้ผลน้อยกับแผลคีลอยด์ที่มีขนาดใหญ่ แข็ง หรือเป็นมานาน | เหมาะสำหรับแผลใหม่หรือแผลขนาดเล็ก | 200 – 1,000 บาท |
| ครีมลบรอยแผลเป็นทั่วไป | ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดความนูน และเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้แผลนุ่มลง | ใช้งานง่าย หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยา เห็นผลดีกับแผลเป็นใหม่ | เห็นผลช้า ต้องใช้ความสม่ำเสมอต่อเนื่องอย่างน้อย 1 – 3 เดือน แผลเป็นเก่า (อายุมากกว่า 1 ปี) อาจลดเลือนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่สามารถรักษาหลุมสิวได้ดีเท่าตัวอื่น ๆ | เหมาะสำหรับรอยแผลใหม่ แผลผ่าตัด แผลสิว และแผลนูน | 100 – 1,000 บาท |
เลือกยาทาคีลอยด์ตามประเภทแผลเป็นอย่างไร?
การเลือกยาทาคีลอยด์ที่เหมาะสมกับประเภทแผลเป็นจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้เร็วและตรงจุดยิ่งขึ้น ดูรายละเอียดแต่ละประเภทได้ดังนี้
แผลเป็นนูน (คีลอยด์)
สำหรับรอยแผลเป็นคีลอยด์ หรือแผลเป็นนูน ควรเลือกเป็นยาทาคีลอยด์กลุ่มซิลิโคนเจล (Silicone Gel) หรือแผ่นแปะซิลิโคนจะให้ผลดีที่สุด เพราะมีส่วนช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ลดความนูน และยับยั้งการขยายตัวของแผลได้ดีเยี่ยม ควบคู่กับการใช้สารสกัดที่ช่วยให้แผลนุ่ม เช่น สารสกัดจากหอมหัวใหญ่ (Allium Cepa), MPS, หรือวิตามินอี เพื่อผลลัพธ์ที่ดีควรทาต่อเนื่องทันทีที่แผลหายสนิท
แผลเป็นปกติ
การเลือกยาทาคีลอยด์สำหรับแผลเป็นนูนปกติ ควรเลือกยาทาคีลอยด์ที่มีส่วนผสมของ ซิลิโคนเจล (Silicone Gel) เป็นหลัก เพื่อคงความชุ่มชื้นและลดขนาดแผล และใช้ร่วมกับสารสกัดจากหัวหอม (Allium Cepa) หรือวิตามินซีและอัลฟาอาร์บูติน เพื่อลดความคล้ำ และแนะนำให้เลือกเป็นเนื้อเจลที่แห้งไว ไม่เหนอะหนะ พร้อมกับทาต่อเนื่องอย่างน้อย 2 – 3 เดือน
แผลผ่าตัด
สำหรับการเลือกยาทาคีลอยด์ที่เหมาะกับแผลผ่าตัด แนะนำให้เลือกเป็นยาทาคีลอยด์ที่มีส่วนผสมของ ซิลิโคนเจล (Silicone Gel) เป็นหลัก เพื่อคงความชุ่มชื้นและลดการสร้างคอลลาเจนส่วนเกิน เริ่มทาหลังจากแผลแห้งสนิทหรือตัดไหมแล้ว ประมาณ 7 – 14 วัน โดยเลือกสูตรที่ช่วยลดรอยแดงและดำ และควรใช้ให้ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 – 6 เดือน เพื่อให้แผลเรียบเนียนขึ้น
รอยสิว
ยาทาคีลอยด์สำหรับรอยสิว แนะนำให้เลือกเป็นแบบเจลที่มีส่วนผสมของซิลิโคน (Silicone Gel) เป็นหลัก เพื่อให้เคลือบผิวและเก็บความชุ่มชื้น ลดความนูน และควรมีสารกลุ่ม Vitamin E, Allantoin หรือ Onion Extract เพื่อช่วยลดรอยแดงและดำไปด้วย และควรเลือกเป็นยาทาที่อ่อนโยน ผ่านการทดสอบการระคายเคือง (Dermatologically Tested) มาแล้วจะดีที่สุด
ส่วนผสมสำคัญในยาทาคีลอยด์ที่ควรมองหามีอะไรบ้าง?
- ซิลิโคนเจล (Silicone Gel) ส่วนผสมหลักที่ส่วนใหญ่มักจะมีในยาทาคีลอยด์ ตัวช่วยลดความนูน คัน และทำให้อ่อนนุ่มลง
- สารสกัดจากหัวหอม (Allium Cepa) ช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป
- MPS (Mucopolysaccharide Polysulphate) ช่วยให้แผลนุ่มลง เพิ่มความชุ่มชื้น
- วิตามินอี (Vitamin E) และ Allantoin ช่วยสมานผิว ลดอาการคัน และเร่งการซ่อมแซมแผล
- วิตามินเอ (Vitamin A / Retinoids) ช่วยผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการเรียงตัวของคอลลาเจนใหม่
วิธีใช้ยาทาคีลอยด์อย่างถูกต้อง
- ทำความสะอาดแผล ล้างบริเวณแผลเป็นให้สะอาดและเช็ดให้แห้งสนิทก่อนทายา
- เริ่มใช้ยาเมื่อแผลปิดสนิท สำหรับแผลใหม่ ให้เริ่มทาหลังจากแผลหายและปิดสนิทดีแล้วเท่านั้น ห้ามใช้กับแผลสดหรือแผลที่ยังไม่ปิด เพราะจะทำให้แผลอักเสบและเป็นรอยดำ
- ทายาบาง ๆ แตะเนื้อเจลหรือครีม ทาลงบนแผลเป็น แล้วลูบเบา ๆ บาง ๆ ให้ทั่วแผล
- นวดยาเบา ๆ ไม่จำเป็นต้องถูนวดแรง ๆ แค่ลูบยาเบา ๆ บาง ๆ ก็พอแล้ว
- ทายาอย่างต่อเนื่อง ทาวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น โดยใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน หรือประมาณ 2 – 3 เดือน เพื่อเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
- ดูแลแผลระหว่างรักษา ถ้าใช้แผ่นซิลิโคนเจลร่วมด้วย ควรแปะวันละ 12 – 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยกดแผลและป้องกันไม่ให้สัมผัสอากาศ
ปัญหาที่พบบ่อยในการใช้ยาทาคีลอยด์มีอะไรบ้าง และแก้ได้อย่างไร?
การใช้ยาทาคีลอยด์หรือยาลบรอยแผลเป็นอาจพบปัญหาบางอย่างระหว่างทาง รวมถึงวิธีแก้ไขดังนี้
ใช้แล้วไม่เห็นผล
การใช้ยาหรือครีมทาคีลอยด์แล้วไม่เห็นผล สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น คีลอยด์มีขนาดใหญ่และเก่าเกินกว่ายาจะรักษาได้ เพราะยาคีลอยด์เป็นยาทาที่ได้ผลดีเฉพาะกับแผลเป็นที่เกิดขึ้นใหม่ รวมถึงการทายาไม่ต่อเนื่อง หรือคีลอยด์มีความดื้อยา ซึ่งมักต้องใช้การรักษาโดยแพทย์ร่วมด้วย เช่น การฉีดยาสเตียรอยด์ การทำเลเซอร์ หรือการผ่าตัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง
การใช้ยาหรือวิธีการรักษาคีลอยด์บางครั้งมีส่วนทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง เช่น คัน ผิวหนังแดง แห้งลอก หรือแผลช้ำ เนื่องจากตัวยาสเตียรอยด์มีความเข้มข้นสูง รวมถึงครีมบางชนิดมีส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น อาการคัน ผิวแห้งตึง หรือลอก ในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
แผลเป็นกลับมาอีก
คีลอยด์เป็นเนื้อเยื่อที่เติบโตผิดปกติจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไป สาเหตุหลัก ๆ จะมาจากความตึงเครียดของผิวหนังบริเวณเดิม การอักเสบซ้ำ พันธุกรรม และการที่ยาไม่สามารถขจัดเซลล์คีลอยด์ทั้งหมดได้ เลยมีโอกาสสูงที่แผลคีลอยด์จะกลับมาเป็นได้อีก โดยเฉพาะถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ยาทาคีลอยด์เป็นยาที่ใช้เพื่อลดแผลเป็นนูน และยังช่วยให้แผลนุ่มลง สีจางลง และลดอาการคันหรือเจ็บได้ แต่ถ้าอยากให้การใช้ยาทาคีลอยด์ได้ผลดี ก็ควรทายาให้สม่ำเสมอและใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด หรือในบางกรณีอาจจะต้องใช้ยาทาคีรอยด์ร่วมกับการรักษาแบบอื่น ๆ อย่างการฉีดยา เลเซอร์ หรือการผ่าตัด และควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพื่อความปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย
Q: ยาทาคีลอยด์ใช้ได้กับแผลสดไหม?
A: ยาทาคีลอยด์ไม่ควรใช้กับแผลสดที่ยังเป็นแผลเปิด หรือแผลที่ยังมีเลือดออกเด็ดขาด แต่สามารถใช้กับแผลเป็นใหม่ หรือแผลที่เพิ่งตกสะเก็ดได้ เพราะยาทาคีลอยด์ควรทาเมื่อแผลปิดดีแล้วเท่านั้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยลดโอกาสการเกิดแผลนูนตั้งแต่ต้น สามารถป้องกันการนูนและลดโอกาสเกิดคีลอยด์ได้ 40-60% และควรใช้ต่อเนื่อง 6-12 เดือน
Q: ต้องใช้ยาทาคีลอยด์นานแค่ไหนถึงเห็นผล?
A: สำหรับระยะเวลาในการทายาคีลอยด์ให้เห็นผล แนะนำให้ใช้อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 2-3 เดือน หรือ 4-6 เดือน เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพื่อให้ยาทาออกฤทธิ์ และทำให้แผลนุ่มและลดความนูนลง และควรเริ่มทาทันทีที่แผลปิดสนิทหรือหลังตัดไหม เพื่อให้ได้ผลการรักษาดีที่สุด
Q: ยาทาคีลอยด์ซื้อได้ที่ไหน?
A: ยาทาคีลอยด์และแผ่นแปะแผลเป็นนูน สามารถซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป เช่น Boots, Watsons, ร้านขายยาใกล้บ้าน หรือตามช่องทางออนไลน์ เช่น Shopee Thailand และ Lazada ก็สามารถหาซื้อได้ด้วยเหมือนกัน และควรเลือกซื้อยาทาคีลอยด์จากร้านที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
Q: ใช้ยาทาคีลอยด์กับแผลเป็นจากสิวได้ไหม?
A: สำหรับปัญหาสิวสามารถใช้ยาทาคีลอยด์ (Keloid) หรือยาลบรอยแผลเป็นนูนกับแผลสิวได้ โดยเฉพาะสิวที่หายแล้วทิ้งรอยนูนแดง (Hypertrophic scars) ยาเหล่านี้ช่วยให้แผลแบนราบลง นุ่มขึ้น และจางลง แต่ไม่แนะนำให้ใช้กับแผลสิวที่ยังอักเสบอยู่ เพราะอาจทำให้สิวอักเสบมากขึ้น รวมถึงแผลเป็นจากสิวบางประเภท เช่น แผลเป็นหลุม หรือหลุมสิว ซึ่งการใช้ยาทาคีลอยด์อาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร และควรปรึกษาแพทย์หากแผลมีขนาดใหญ่
Q: ยาทาคีลอยด์ราคาเท่าไหร่?
A: ยาทาคีลอยด์แบบเจล หรือครีมลดรอยแผลเป็นนูน มีราคาตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ขนาด และส่วนผสม โดยเจลซิลิโคนทั่วไปขนาดเล็ก (7-15 กรัม) ราคามักจะอยู่ที่ประมาณ 150-300 บาท ส่วนยี่ห้อดัง เช่น Dermatix Ultra (15g) ราคาประมาณ 400-500 บาท และ Mederma ราคาประมาณ 400-600 บาท รวมถึงแผ่นแปะซิลิโคนราคาเริ่มต้นที่ 90-300 บาท
คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ
- 10 โลชั่นวาสลีน ตัวไหนดี ปี 2026 ครีมทาผิว Vaseline
- ยาทาคีลอยด์ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ช่วยรักษาแผลเป็นนูน
- 15 คลีนซิ่งออยล์ ยี่ห้อไหนดี 2026 คลีนหน้าสะอาด ไม่ต้องเสียค่าสำลี!
- 10 เซ็ตติ้งสเปรย์ตัวปัง 2026 สเปรย์ล็อคเมคอัพ
- กันแดด Anessa สูตรไหนดี ปี 2026 รวมสูตรยอดนิยม เบาสบายผิว





