โหลดแอปฯ
ดาวน์โหลด:
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน
  • google-play
  • app-store
  • app-gallery
ค้นหาร้านค้า บทความน่าอ่าน
Community
ใหม่!!
Watsons Services
0
ตะกร้า
Share
ผมทำสีสวยโทนบลอนด์ เทา หรือประกายหม่น อาจดูโดดเด่น และสวยสะกดสายตา แต่หลังผ่านการทำสีได้ไม่นาน หลายคนอาจต้องเจอปัญหาสีผมเหลือง ส้ม หรือซีดจางจากแสงแดด และมลภาวะ หนึ่งในเคล็ดลับที่จะช่วยคุมโทนสีผมให้หม่นสวย คือ การใช้ “แชมพูม่วง” ไอเทมสำคัญที่จะช่วยล็อกเฉด ลดความเหลือง และฟื้นชีวิตให้ผมทำสี วันนี้วัตสันจะพาไปทำความรู้จักกับแชมพูม่วง พร้อมตอบคำถามแชมพูม่วงยี่ห้อไหนดี? ด้วย 3 ยี่ห้อตัวท็อปที่คนรักผมทำสีไม่ควรพลาด 

Highlight

  • แชมพูม่วงคืออะไร? ทำไมคนทำสีผมต้องมีติดบ้าน?
  • แชมพูม่วงเหมาะกับใคร?
  • แชมพูม่วงใช้ยังไง?
  • เผยทริกเลือกแชมพูม่วงอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง
  • 3 แชมพูม่วง ยี่ห้อไหนดี ใช้ดี สีติดทนนาน ไม่หลุดลอกง่าย
  • ใช้แชมพูม่วงดีอย่างไร?
  • ข้อควรระวังในการใช้แชมพูม่วงมีอะไรบ้าง?

แชมพูม่วงคืออะไร? ทำไมคนทำสีผมต้องมีติดบ้าน?

แชมพูม่วงหรือยาสระผมสีม่วง คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีเม็ดสีม่วงเป็นส่วนผสม โดยเม็ดสีม่วงจะช่วยปรับสมดุลสีผมให้ดูสวยสดใส แก้ปัญหาสีเหลือง ส้มที่เกิดจากการเฟดหรือซีดจางของสีผมหลังการทำสี และยืดอายุสีผมให้อยู่ได้นานขึ้น นับว่าแชมพูม่วงเป็นไอเทมที่คนทำสีผมโทนเย็น เช่น สีบลอนด์ เทา หรือคนที่ฟอกผมขาดไม่ได้เลยทีเดียว

แชมพูม่วงคืออะไร? ทำไมคนทำสีผมต้องมีติดบ้าน?

แชมพูม่วงเหมาะกับใคร?

แชมพูม่วงเหมาะกับใครที่ฟอกสีผมหรือทำผมสีโทนอ่อน เช่น เทา บลอนด์ พาสเทล และอื่น ๆ เพราะแชมพูม่วงหรือยาสระผมสีม่วงนั้นจะช่วยป้องกันสีเหลืองหรือสีทองในเส้นผม โดยความถี่ในการใช้แชมพูม่วงควรอยู่ที่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์หรือปฏิบัติตามวิธีใช้ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ เพื่อป้องกันการดูดซึมเม็ดสีม่วงมากเกินไปจนทำให้ผมติดสีม่วงหรือเป็นรอยด่าง

แชมพูม่วงใช้ยังไง?

ใช้ยาสระผมม่วงยังไงให้ได้ผลดีที่สุด? สามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลย

  • เริ่มจากสระผมด้วยแชมพูปกติในรอบแรกแล้วล้างออก 
  • บีบแชมพูม่วงในปริมาณที่เหมาะสม ชโลมให้ทั่วผมที่เปียก และนวดเบา ๆ ตั้งแต่โคนจรดปลาย 
  • ทิ้งไว้ประมาณ 3–5 นาที หรือหากต้องการผลลัพธ์ที่เข้มขึ้นสามารถหมักผมได้สูงสุด 10–15 นาที (อย่างไรก็ตามควรอ่านวิธีใช้ที่ติดอยู่กับขวด)
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และใช้ครีมนวดหรือทรีตเมนต์บำรุงผมตามปกติ 
แชมพูม่วงใช้ยังไง?

เผยทริกเลือกแชมพูม่วงอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง

การเลือกแชมพูม่วงที่เหมาะกับสภาพผมของตัวเองจะช่วยบำรุง และรักษาเฉดสีผมให้ดูหม่นสวยสุขภาพดี มาดู 4 สิ่งที่ต้องคำนึงก่อนตัดสินใจเลือกซื้อแชมพูม่วงไปพร้อมกันเลย

1. เลือกตามโทนสีผม

  • ผมสีอ่อน เช่น สีบลอนด์ เทา เงิน หรือเฉดหม่น ควรเลือกแชมพูม่วงแบบเข้มข้น (สูตร Anti-Yellow) ที่ออกแบบมาสำหรับลดเม็ดสีเหลืองส้มโดยเฉพาะ 
  • ผมสีธรรมชาติหรือผมสีเข้ม เช่น น้ำตาลเข้ม ดำ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาสระผมสีม่วง เพราะอาจไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน

2. เลือกตามสภาพเส้นผม

  • สำหรับผมทำสีที่แห้งเสีย ควรเลือกแชมพูม่วงสูตรอ่อนโยนหรือมีส่วนผสมบำรุง เช่น เคราติน วิตามินบี 5 หรือไฮยาลูรอนิค แอซิด เพื่อป้องกันผมแห้ง และช่วยดูแลสุขภาพเส้นผมควบคู่ไปด้วย
  • ใครที่มีปัญหาหนังศีรษะมันหรือเป็นรังแค ควรเลือกแชมพูม่วงสูตรที่เหมาะสมกับปัญหาหนังศีรษะร่วมด้วย หรือทางที่ดี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือกใช้

3. เลือกตามเนื้อแชมพู เช่น ครีม โฟม เจล

  • แชมพูม่วงเนื้อครีมจะมีความเข้มข้นสูง ช่วยขจัดสีเหลือง ส้มได้เร็ว เหมาะกับผมทำสีอ่อนหรือคนที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจน
  • แชมพูม่วงเนื้อโฟมหรือเจล มักอ่อนโยน จึงเหมาะกับการใช้เป็นประจำหรือกับคนหนังศีรษะแพ้ง่าย ผมแห้ง

4. เลือกตามบรรจุภัณฑ์และปริมาณ

  • พิจารณาขนาดขวด และปริมาณที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ถ้าไว้ผมยาว ควรเลือกแชมพูม่วงขวดใหญ่ เพื่อความคุ้มค่า และใช้ได้นาน
  • เลือกบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย เช่น ฝาปั๊มหรือฝาที่เปิดปิดง่าย
  • สุดท้าย อย่าลืมอ่านฉลากส่วนประกอบ และวันหมดอายุ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ และความปลอดภัยในการใช้งาน

3 แชมพูม่วง ยี่ห้อไหนดี ใช้ดี สีติดทนนาน ไม่หลุดลอกง่าย

มาตอบคำถามที่หลายคนสงสัยกันว่า แชมพูม่วงยี่ห้อไหนดี? โดยวัตสันคัดมาให้แล้ว 3 ตัวท็อปที่ต้องมี

TRESemmé Color Vibrancy Aminobond+ No1 Purple Toning Shampoo

1. TRESemmé Color Vibrancy Aminobond+ No1 Purple Toning Shampoo

TRESemmé Color Vibrancy Aminobond+ No1 Purple Toning Shampoo เป็นแชมพูม่วงสำหรับใครที่ทำสีผมอ่อนหรือกัดฟอกสีผม ด้วยเทคโนโลยี AminoBond+ ช่วยล็อกเฉดสีผม ป้องกันไม่ให้ผมออกเหลืองหรือเปลี่ยนเป็นสีส้ม อีกทั้งยังเป็นแชมพูม่วงที่มาพร้อมสารสกัดพิเศษที่ช่วยฟื้นฟู และบำรุงเส้นผมให้นุ่ม แข็งแรง เงางาม ไม่แห้งกรอบ

  • ส่วนผสมหลัก: Water, Sodium Laureth Sulfate, Sodium Chloride, Cocamidopropyl Betaine, Dimethiconol, Perfume, Sodium Benzoate, Glycol Distearate, Carbomer, Citric Acid, TEA-Dodecylbenzenesulfonate, Cocamide MEA, Guar Hydroxypropyltrimonium Chloride, Disodium EDTA, Trideceth-10, PEG-45M, Phenoxyethanol, Cyclotetrasiloxane, Glycerin, Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Oil, Glycine Soja (Soybean) Phytoplacenta Extract, Sodium Sulfate, Silica, Iodopropynyl Butylcarbamate, Calcium Chloride, Butylated Hydroxytoluene, CI 60730
  • ปริมาณ: 220 ml.
  • ราคา: 329 บาท
L'Oreal Paris EverPure Brass Toning Purple Shampoo

2. L’Oreal Paris EverPure Brass Toning Purple Shampoo

L’Oreal Paris EverPure Brass Toning Purple Shampoo เป็นแชมพูม่วงสูตรพิเศษสำหรับผมทำสีโทนอ่อนหรือผมที่ผ่านสารฟอก ช่วยปรับสมดุล และลดประกายสีเหลืองหรือส้มด้วยเทคโนโลยี Purple Dye ผสานสารสกัดเติมความชุ่มชื้นล้ำลึกให้เส้นผม พร้อมกลิ่นหอมอโรมาผ่อนคลายระหว่างสระ อีกทั้งยังเป็นแชมพูม่วงสูตรปราศจากซัลเฟต 100% ไม่ระคายเคืองหนังศีรษะ และอ่อนโยนต่อเส้นผม

  • ส่วนผสมหลัก: AQUA/WATER/EAU, COCO-BETAINE, DISODIUM LAURETH SULFOSUCCINATE, SODIUM COCOYL ISETHIONATE, SODIUM LAURYL SULFOACETATE, SODIUM LAUROYL SARCOSINATE, GLYCOL DISTEARATE, SODIUM CHLORIDE, DECYL GLUCOSIDE, PARFUM / FRAGRANCE, POLYQUTERNIUM-10, SODIUM HYDROXIDE, AMODIMETHICONE, PPG-5-CETETH-20, CITRIC ACID, PEG-55 PROPYLENE GLYCOL OLEATE, PROPYLENE GLYCOL, CARBOMER, ACRYLATES/BEHENETH-25 METHACRYLATE COPOLYMER, CI 60730 / EXT VIOLET 2, BUTYLENE GLYCOL, BENZOIC ACID, TRIDECETH-6, LINALOOL, SALICYLIC ACID, MAGNESIUM NITRATE, HEXYL CINNAMAL, HYDROXYCITRONELLAL, SODIUM BENZOATE, CETRIMONIUM CHLORIDE, TETRASODIUM EDTA, SORBITOL, HIBISCUS SABDARIFFA FLOWER EXTRACT, METHYLCHLOROISOTHIAOLINONE, MAGNESIUM CHLORIDE, METHYLISOTHIAZOLINONE. F.I.L#D230036/2A
  • ปริมาณ: 200 ml.
  • ราคา: 299 บาท
Hair System by Watsons Purple Shampoo

3. Hair System by Watsons Purple Shampoo

Hair System by Watsons Purple Shampoo เป็นแชมพูม่วงที่มีสารสกัดสีม่วงเข้มข้น ช่วยลดสีเหลืองหรือส้มหลังการฟอกหรือกัดสีผม ปรับโทนสีให้ออกหม่น และคงความสวยของสีผมอ่อนให้นานยิ่งขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นแชมพูม่วงสูตรอ่อนโยนต่อหนังศีรษะ เพราะปราศจากพาราเบน มิเนอรัลออยล์ และ SLS พร้อมสารบำรุงช่วยฟื้นฟูผมให้แข็งแรง เงางาม และไม่แห้งเสีย

  • ส่วนผสมหลัก: Aqua (Water), Sodium C14-16 Olefin Sulfonate, Cocamidopropyl Betaine, Sodium Chloride, Sodium Benzoate, Lauramide DEA, Phenoxyethanol, Cocamide Methyl MEA, Parfum (Fragrance), PEG-120 Methyl Glucose Dioleate, Citric Acid, PEG-40 Hydrogenated Castor Oil, Guar Hydroxypropyltrimonium Chloride, Propylene Glycol, Disodium EDTA, Polyquaternium-7, Glycerin, Alpha-Glucan Oligosaccharide, Propanediol, Cocos Nucifera (Coconut) Oil, Cynara Scolymus (Artichoke) Leaf Extract, Oryza Sativa (Rice) Seed Protein, Gluconolactone, Phytic Acid, Oryza Sativa (Rice) Extract, Acacia Concinna Fruit Extract, Tamarindus Indica Extract, Calcium Gluconate, Linalool, CI 60730
  • ปริมาณ: 250 ml.
  • ราคา: 199 บาท

ใช้แชมพูม่วงดีอย่างไร?

  • แชมพูม่วง ช่วยลดความเหลือง และส้มของเส้นผมที่ฟอกหรือทำสีอ่อน ทำให้สีผมยังดูสวย เป๊ะ เปล่งประกายเหมือนพึ่งทำสีใหม่อยู่เสมอ
  • ยืดอายุ และปกป้องสีผมที่ทำสีมาหรือฟอกให้คงความสดใสได้นานขึ้น
  • ช่วยให้ผมโทนเย็น เช่น บลอนด์ เทา มุก ดูเป็นประกายหม่นเย็น และมีความสมดุล ไม่หมองหรือหม่นผิดโทน
  • ผมดูนุ่มลื่น สุขภาพดี และช่วยลดอาการผมแห้งเสีย เมื่อใช้ยาสระผมม่วงควบคู่กับครีมนวดหรือทรีตเมนต์สำหรับผมทำสี

ข้อควรระวังในการใช้แชมพูม่วงมีอะไรบ้าง?

  • ควรใช้แชมพูม่วงในความถี่ที่เหมาะสม เช่น 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ หลีกเลี่ยงการใช้ทุกวัน เพื่อป้องกันสีผมออกหม่นหรือม่วงเกินไป
  • ไม่ควรทิ้งแชมพูม่วงบนเส้นผมนานเกินเวลาที่แนะนำ เพราะอาจเกิดการสะสมของเม็ดสีจนผมดูหมองหรือสีเพี้ยน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาสระผมสีม่วงกับผมที่แห้งเสียมากหรือหนังศีรษะที่มีปัญหา เพราะอาจทำให้ระคายเคืองหรือผมแห้งกว่าเดิม
  • ระวังสีของแชมพู อาจติดพื้นห้องน้ำสีอ่อนหรือเสื้อผ้า หากเผลอหยดหรือไม่ล้างออกทันที
  • ควรใช้แชมพูม่วงควบคู่กับครีมนวดหรือทรีตเมนต์เฉพาะสำหรับผมทำสี เพื่อช่วยบำรุงไม่ให้ผมแห้งเสีย
  • ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ และคำแนะนำก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผม และสีผมที่ทำ

อ่านมาจนถึงตรงนี้ คงได้คำตอบแล้วว่า แชมพูม่วงยี่ห้อไหนดี? ใครที่ทำสีผมต้องรีบไปซื้อแชมพูม่วงมาตุนไว้เลย เพราะไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญหาสีเหลือง และส้มที่ไม่ต้องการ แชมพูม่วงยังช่วยล็อกสีผมให้สวยยาวนานขึ้น ถือว่า เป็นการลงทุนในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่คุ้มค่าสุด ๆ

คำถามที่พบบ่อย

Q: ผมหงอกควรใช้แชมพูอะไร?

A: แนะนำให้ใช้แชมพูที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ช่วยฟื้นฟูหนังศีรษะ และกระตุ้นการเกิดผมใหม่ ควรหลีกเลี่ยงแชมพูที่มีสารเคมีรุนแรงเพื่อป้องกันความเสียหายของเส้นผม และหนังศีรษะ

Q: แชมพูม่วงใช้ทุกวันได้ไหม?

A: ไม่ควรใช้แชมพูม่วงทุกวันเพราะอาจทำให้ผมดูหม่นหรือสะสมเม็ดสีม่วงมากเกินไป แนะนำให้ใช้แชมพูม่วงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือปรับตามสภาพสีผม และคำแนะนำบนฉลาก

Q: แชมพูม่วงใช้กับผมสีเข้มได้ไหม?

A: แชมพูม่วงอาจไม่จำเป็นสำหรับคนทำผมสีเข้ม เพราะอาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของสีอย่างชัดเจน

Q: ใช้แชมพูม่วงแทนแชมพูปกติได้ไหม?

A: ไม่ควรใช้แชมพูม่วงแทนแชมพูปกติในการสระผมทุกวัน เพราะแชมพูม่วงออกแบบมา เพื่อปรับโทนสีผม และลดความเหลืองในผมที่ทำสีหรือผมฟอก หากใช้บ่อยเกินไป อาจทำให้ผมดูหม่นหรือมีสีม่วงสะสม และอาจทำให้สุขภาพผมแห้งได้ในบางยี่ห้อ ควรใช้สลับร่วมกับแชมพูทั่วไป

Q: ใช้แชมพูม่วงแล้วผมจะแห้งไหม?

A: การใช้แชมพูม่วงหรือยาสระผมสีม่วงนั้นอาจทำให้ผมรู้สึกแห้งขึ้นในบางกรณี โดยเฉพาะหากใช้กับผมที่แห้งเสียอยู่แล้ว แนะนำให้ใช้ควบคู่กับครีมนวดหรือทรีตเมนต์บำรุงหลังสระทุกครั้ง


คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ

Previous

10 คอนแทคเลนส์สายตาสั้น ยี่ห้อไหนดี ปลอดภัย ใส่สบายตา

Related Topics
Share
WHAT’S HOT
  1. 10 ร้านเสื้อผ้าในไอจีราคาถูก หลักร้อย ไม่ตกเทรนด์
  2. 12 สกินแคร์จาก CICA ส่วนผสมช่วยลดสิว ผิวระคายเคือง
  3. 10 สถานที่ขอพรเรื่องความรัก ช่วยคนโสดไม่ให้นก
  4. 15 ครีมบำรุงผิวขาว และครีมทาผิวขาวยี่ห้อไหนดี 2026
  5. แต่งหน้าเป๊ะปังด้วยเมคอัพ ชิ้นที่สอง1บาท
  6. 10 ทรีทเม้นท์ผม ยี่ห้อไหนดี ช่วงบำรุง ฟื้นฟูผมแห้งเสียให้กลับมานุ่มสลวย
  7. คอลเลคเตอร์ คืออะไร? วิธีใช้คอลเลคเตอร์ที่ถูกต้อง กลบรอยสิว ใต้ตาให้เนียนกริบ
  8. 10 คอนทัวร์หน้า ยี่ห้อไหนดี เพิ่มมิติ สันกรามชัด ดั้งพุ่งได้ง่าย ๆ ด้วยมือเรา
  9. ทาครีมแล้วแสบหน้า ร้อนหน้า เป็นเพราะอะไร? ต้องทำยังไงต่อ?
  10. 10 คอนแทคเลนส์สายตาสั้น ยี่ห้อไหนดี ปลอดภัย ใส่สบายตา
  11. 3 แชมพูม่วง ยี่ห้อไหนดี? ไอเทมล็อกสีผมให้สวยยาวนาน ไม่หลุด ไม่หมอง
*/?>