ขมิ้นชัน คือเครื่องเทศที่มีสีสดใส ทรงพลัง และยังมักถูกนำมาสกัดเป็นยา มีการศึกษาวิจัยมากมายในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าขมิ้นสามารถชะลอการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์ ช่วยการในการขับสารพิษในตับและไต รวมถึงมีส่วนช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงาน แต่นอกจากสรรพคุณที่ช่วยบำรุงร่างกายจากภายในแล้ว ขมิ้นยังช่วยบำรุงร่างกายจากภายนอก และมีประโยชน์ต่อผิวของเรามาก ๆ เลยด้วย ส่วนประโยชน์ของขมิ้นจะช่วยอะไรบ้าง ลองตามไปดูกันต่อได้เลย
สารสำคัญในขมิ้นชัน คืออะไร และทำงานอย่างไร?
หัวใจสำคัญที่ทำให้ขมิ้นมีคุณประโยชน์มากมายคือ “เคอร์คูมิน (Curcumin)” ซึ่งเป็นสารในกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ที่พบในเหง้าขมิ้นชัน สารตัวนี้เองที่เป็นที่มาของสีเหลืองสดใส และเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ขมิ้นชันมีสรรพคุณโดดเด่นทั้งในด้านสุขภาพและการดูแลผิว
เคอร์คูมินทำงานอยู่ 3 กลไกหลัก ได้แก่
- ต้านการอักเสบ เคอร์คูมินสามารถยับยั้งเอนไซม์และโปรตีนที่ก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกาย จึงช่วยได้ตั้งแต่อาการปวดข้อไปจนถึงสิวอักเสบบนผิวหน้า
- ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากความเสียหายที่เกิดจากมลภาวะและแสงแดด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยและผิวหมองคล้ำ
- ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา คุณสมบัตินี้ทำให้สรรพคุณของขมิ้นชันในด้านการดูแลผิวโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการรักษาสิว กลาก หรือโรคผิวหนังต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม เคอร์คูมินมีข้อจำกัดคือร่างกายดูดซึมได้ค่อนข้างน้อย การรับประทานคู่กับพริกไทยดำซึ่งมีสารไพเพอรีน (Piperine) จะช่วยเพิ่มการดูดซึมได้ดีขึ้นถึง 20 เท่า
ขมิ้นชันดีต่อร่างกายภายในอย่างไรบ้าง?
สรรพคุณขมิ้นชันไม่ได้หยุดอยู่แค่ในครัว แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพจากภายในได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบย่อยอาหาร ตับ หรือภูมิคุ้มกัน มาดูกันว่าขมิ้นชันมีประโยชน์อะไรบ้าง
1. ช่วยล้างพิษในตับ
ขมิ้นชันมีฤทธิ์ป้องกันตับอักเสบ ช่วยบำรุงและฟื้นฟูตับ โดยมีการใช้ขมิ้นชันทดลองรักษาโรคตับแข็งในหนู ผลปรากฏว่าอาการไม่ลุกลามเพิ่ม ขมิ้นเลยมีส่วนช่วยขับพิษที่สะสมในตับ
2. แก้อาการท้องร่วง
ขมิ้นมีสรรพคุณช่วยสร้างสมดุลให้ระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหาร เมื่อมีอาการท้องร่วงลองนำขมิ้นมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปตำพร้อมผสมน้ำเปล่า หลังจากนั้นคั้นเฉพาะน้ำให้ได้ 1 ถ้วยตวง แบ่งกินครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ
3. รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
ขมิ้นชัน มีฤทธิ์ในการรักษาอาการอักเสบ จึงสามารถช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารให้หายเร็วขึ้น ลองหั่นขมิ้นชันผสมกับน้ำผึ้ง จะช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และจุกเสียดแน่นท้องได้ด้วย
4. รักษาริดสีดวง
จากสรรพคุณรักษาการอักเสบ สำหรับคนที่เป็นริดสีดวงทวาร และมีแผลบริเวณทวารหนัก ให้ใช้ผงขมิ้นทาหัวริดสีดวง จะช่วยสมานแผลให้แห้งและหายเร็วขึ้น เพราะขมิ้นชันจะช่วยลดการอักเสบ ช่วยฆ่าเชื้อโรค และทำให้เนื้อเยื่อบริเวณแผลกระชับเร็วขึ้น
5. ป้องกันโรคข้อเข่าอักเสบ
ในชมิ้นมีสารเคอร์คูมิน จะมีสรรพคุณช่วยชะลอความเสื่อมที่จะเกิดขึ้นกับข้อต่อส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้ โดยงานวิจัยหลายชิ้นในต่างประเทศยังระบุด้วยว่า ประสิทธิภาพในการต้านการอักเสบนี้ เทียบเท่ากับยาต้านการอักเสบแผนปัจจุบันสำหรับโรคข้ออักเสบได้เลย
6. ลดระดับไขมันในเส้นเลือด
ขมิ้นยังมีสารไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) ที่อยู่ในพืชธรรมชาติอย่างขมิ้นชันจะช่วยยับยั้งคอเลสเตอรอล มีฤทธิ์ในการลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันและโรคหัวใจ
7. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด
สรรพคุณของขมิ้นจะช่วยต่อต้านและทำให้จำนวนสารอนุมูลอิสระในร่างกายลดลง นอกจากสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ด้วยตัวมันเองแล้ว ขมิ้นยังเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย
12 ประโยชน์ของขมิ้นทาผิวต่อผิวกาย
นอกจากสรรพคุณขมิ้นชันที่ดีต่อสุขภาพภายในแล้ว ขมิ้นยังเป็นสมุนไพรที่ช่วยดูแลผิวได้ครอบคลุมตั้งแต่หน้าถึงผิวกาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิว ริ้วรอย หรือผิวหมองคล้ำ
1. เพิ่มความเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ
ขมิ้นทาผิวมีคุณสมบัติในการต่อต้านการอักเสบและต่อต้านการเกิดรอยแดงมากมาย ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีในการเพิ่มความสว่างให้กับผิว นอกจากนี้ยังมีการศึกษามากมายที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อใส่ขมิ้นลงในมอยส์เจอไรเซอร์ ขมิ้นจะมีส่วนช่วยลดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นได้
2. ขับสารพิษจากใบหน้า
ผสมขมิ้นที่มีคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบเข้ากับพืชชนิดอื่นๆ เช่น ชบา (บางครั้งเรียกว่า “พืชโบท็อกซ์”) สะเดา ฝรั่ง กระเพราและไผ่ แล้วจะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการขับสารพิษ
3. รักษาและป้องกันตำหนิต่าง ๆ
ขมิ้นคือสารต่อต้านการอักเสบตามธรรมชาติ ซึ่งหมายความว่าการใช้ขมิ้นทาผิวหรือขมิ้นชันทาหน้าสามารถช่วยรักษาตำหนิต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันที่ผิวของเรา ซึ่งทำให้รูขุมขนและผิวสะอาดมากขึ้น
4. ช่วยรักษาหลุมสิว
ขมิ้นชันสามารถต้านแบคทีเรีย Cutibacterium Acnes ที่ทำให้เกิดสิวประเภทรอยโรคได้ และยังมีสารออกฤทธิ์ในขมิ้นที่เรียกว่าเคอร์คูมินมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่สามารถต่อสู้กับสิว โดยขมิ้นทาผิวหรือขมิ้นชันทาหน้าจะช่วยลดการอักเสบของผิวหนังและสมานผิวได้ด้วย
5. ช่วยรักษาแผล
นอกจากแผลจากสิวแล้ว เคอร์คูมินที่พบในขมิ้นทาผิวยังสามารถช่วยรักษาบาดแผลโดยการลดการอักเสบและออกซิเดชั่น และยังลดการตอบสนองของร่างกายต่อบาดแผลที่ผิวหนัง ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
6. ช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงิน
โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคทางผิวหนัง อาการคือทำให้ผิวหนังแห้งมาก อักเสบ และเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง ซึ่งขมิ้นชันสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน และลดอาการอักเสบของผิวหนังได้ เนื่องจากขมิ้นเป็นสารต้านจุลชีพและต้านการอักเสบ
7. ช่วยชะลอริ้วรอย
นอกจากสารเคอร์คูมินในชมิ้นชัน จะช่วยรักษาบาดแผลโดยการลดการอักเสบได้แล้ว เคอร์คูมินในขมิ้นชันยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนและเสริมสร้างความยืดหยุ่นของผิว การใช้ขมิ้นชันทาหน้าจึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย
8. ลดความหมองคล้ำรอบดวงตา
การใช้ขมิ้นชันทาหน้ามีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและของเหลวบริเวณรอบดวงตา ซึ่งจะช่วยลดอาการบวมและทำให้ผิวรอบดวงตาสว่างขึ้น ลดความหมองคล้ำรอบดวงตา หายกังวลเรื่องขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าไปได้เลย
9. ช่วยให้ความชุ่มชื้น
ขมิ้นชันเป็นอีกหนึ่งพืชสมุนไพรที่เหมาะกับคนผิวแห้งด้วยนะ เพราะขมิ้นชันจะช่วยมอบความชุ่มชื้นให้กับผิว และนอกจากนั้นการใช้ขมิ้นทาผิวหรือขมิ้นชันทาหน้ายังช่วยเพิ่มกระบวนการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป เพื่อให้เซลล์ผิวสามารถสร้างใหม่ได้ดียิ่งขึ้น
10. ช่วยให้ขนขึ้นช้าลง
ขมิ้นชันยังมีสรรพคุณเด็ด ๆ เหมาะสำหรับคนที่เบื่อการโกนขน แวกซ์ขนบ่อย ๆ เพราะขมิ้นชันสามารถช่วยชะลอการงอกของเส้นขนได้ โดยมีการทดลองนำน้ำมันขมิ้นชันมาทาใต้วงแขนของผู้หญิง 60 คน เป็นเวลา 10 สัปดาห์ จากการศึกษาพบว่าการใช้ขมิ้นชันทาผิวช่วยลดหรือชะลอการเจริญเติบโตของเส้นขนในบริเวณที่ทำการทดสอบได้
11. ลดฝ้า จุดด่างดำ และรอยดำ
หนึ่งในสรรพคุณขมิ้นชันที่หลายคนชื่นชอบคือช่วยเรื่องผิวหน้าไม่สม่ำเสมอ เพราะสารเคอร์คูมิน (curcumin) ในขมิ้นมีคุณสมบัติยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นต้นเหตุของฝ้า จุดด่างดำ และรอยดำบนผิว การใช้ขมิ้นชันทาหน้าเป็นประจำจึงช่วยให้รอยดำจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ และทำให้สีผิวโดยรวมดูสม่ำเสมอขึ้น
12. ช่วยรักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน และผื่นคัน
อีกหนึ่งขมิ้นชันสรรพคุณเด่นที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณคือช่วยดูแลโรคผิวหนัง เพราะขมิ้นชันมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา ต้านแบคทีเรีย และต้านการอักเสบ จึงสามารถบรรเทาอาการของกลาก เกลื้อน และผื่นคันได้ โดยนำผงขมิ้นชันผสมน้ำเปล่าหรือน้ำมันมะพร้าว ทาบริเวณที่มีอาการวันละ 2 ครั้ง จะช่วยลดการอักเสบและอาการคันได้
10 สูตรขมิ้นชันทาหน้าแบบไหนที่ช่วยให้ผิวสวยได้จริง?
ตามไปส่องประโยชน์ของขมิ้นชันมาแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าขมิ้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะต่อผิวของเรา วัตสันเลยอยากชวนเพื่อน ๆ มาแก้ปัญหาผิว และบำรุงผิวด้วยขมิ้นชัน จากสูตรขมิ้นชันทาหน้าเหล่านี้ จะมีสูตรอะไรบ้าง ลองตามไปดูกันเลย
1. สูตรขมิ้นชันทาหน้าเพื่อผิวขาว โกลว์ กระจ่างใส
ส่วนผสม ขมิ้นผง 1 ถ้วย นมสด 3/4 ถ้วย
วิธีทำ ผสมผงขมิ้นกับนมสดให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกหน้าแล้วปล่อยไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด การใช้ขมิ้นชันทาหน้าจะช่วยให้หน้าขาวกระจ่างใสขึ้น และยังช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่มชุ่มชื้นได้อีกด้วย
2. สูตรลดริ้วรอย
ส่วนผสม ขมิ้นผง 1 ช้อนชา นมสด 1 ถ้วย ดินสอพอง 2-3 เม็ด และแตงกวา 1 ลูก
วิธีทำ หั่นแตงกวาเป็นชิ้นเล็ก ๆ ปั่นให้ละเอียด เติมส่วนผสมอื่น ๆ ลงไปปั่นรวมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกหน้าประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น พอกหน้าด้วยขมิ้นชันทาหน้าสูตรนี้เป็นประจำ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ผิวหน้าจะเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์กว่าวัย
3. สูตรลดตาคล้ำ
ส่วนผสม ผงขมิ้น 2 ช้อนชา น้ำมะนาวสดที่คั้นแล้ว นมเปรี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ นำขมิ้น 2 ช้อนชาที่เตรียมไว้ ใส่ลงในถ้วยขนาดเล็ก นำนมเปรี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับขมิ้นคนจนเข้ากัน หยดน้ำมะนาวลงไปประมาณ 2-3 หยด คนให้จนเป็นเนื้อเดียวกัน นำสำลีขนาดบางชุบ หรือตัดขมิ้นบาง ๆ ลงสำลี แล้วแปะลงใต้ตา ทิ้งขมิ้นชันทาหน้าไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
4. สูตรชะลอขน
ส่วนผสม ผงขมิ้น น้ำอุ่น
วิธีทำ ผสมขมิ้นผงในน้ำอุ่นขนเข้ากัน ให้ข้นหน่อย ๆ ไม่เหลวเกินไป คนจนเนื้อเนียน นำมาพอกบริเวณที่ต้องการแวกซ์ขนบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำธรรมดา ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นให้ชุ่ม บิดให้หมาด ๆ แล้วเอามาเช็ดหน้าอีกครั้ง ทำเรื่อย ๆ เป็นประจำทุกวัน ขมิ้นทาผิวจะไปช่วยให้เส้นขนบางลง จนกระทั่งหลุดร่วงออกมาในที่สุด
5. สูตรลดปัญหาผิวแห้ง
ส่วนผสม ขมิ้นชัน 1/2 ช้อนชา นมสด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำกุหลาบ 1-2 หยด
วิธีทำ ผสมส่วนผสมเข้าด้วยกัน พอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก การใช้ขมิ้นชันทาหน้าจะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นและเพิ่มความนุ่มนวลมากขึ้น
6. สูตรปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
ส่วนผสม ขมิ้น 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ ผสมส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ขมิ้นทาผิวสูตรนี้จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดปัญหารอยดำต่าง ๆ ได้ดี
7. สูตรรักษาสิว
ส่วนผสม ผงขมิ้น น้ำอุ่น
วิธีทำ ผสมผงขมิ้นเข้ากับน้ำมันมะพร้าวแล้วทาบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น การใช้ขมิ้นชันทาหน้าก็จะช่วยให้สิวยุบลงและหายไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะผงขมิ้นชันมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดสิว
8. สูตรลดความมันบนใบหน้า
ส่วนผสม ผงขมิ้น 1 ช้อนชา นมสด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ เนื้อวุ้นว่านหางจระเข้บดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ ผสมส่วนผสมให้เข้ากัน นำมาพอกหน้าจนทั่วไป ปล่อยขมิ้นชันทาหน้าไว้ 30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น
9. สูตรกำจัดสิวหัวดำ
ส่วนผสม ขมิ้นชัน นมสด
วิธีทำ ผสมขมิ้นชันกับนมสด นำมาขัดเป็นวงกลมอย่างเบามือบริเวณที่มีปัญหาสิว จากนั้นทำซ้ำอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะเห็นว่าขมิ้นชันทาหน้าช่วยให้สิวหัวดำลดลง ผิวหน้าดูเรียบเนียนใสมากขึ้น
10. สูตรกระชับรูขุมขน
ส่วนผสม ไข่ไก่ 1 ฟอง ขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
วิธีทำ นำไข่ไก่ 1 ฟอง แยกเอาแต่เฉพาะไข่ขาว ผสมขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะและน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันพอกให้ทั่วใบหน้า ขมิ้นชันทาหน้าสูตรนี้จะช่วยกระชับรูขุมขนให้ดูเล็กลง และยังช่วยล็อกความอ่อนเยาว์ กำจัดริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างดีเลย
ใช้ขมิ้นชันทาหน้าอย่างไรให้ถูกต้องและได้ผล?
การใช้ขมิ้นทาหน้าให้ได้ผลดีและปลอดภัยนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องสูตรส่วนผสม แต่ความถี่และระยะเวลาพอกก็สำคัญไม่แพ้กัน มาดูวิธีใช้ที่ถูกต้องกันค่ะ
- ความถี่ที่แนะนำ ควรใช้ขมิ้นชันทาหน้า สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เท่านั้น ไม่ควรใช้ทุกวัน เพราะอาจทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองสะสมได้
- ระยะเวลาพอก พอกทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรพอกทิ้งไว้ข้ามคืน เพราะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ผิวจะติดสีเหลือง
ขั้นตอนการทา
- ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดก่อนพอกทุกครั้ง
- ผสมส่วนผสมตามสูตรที่ต้องการ แล้วทาให้ทั่วหน้า หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา
- พอกทิ้งไว้ 15-20 นาที
- ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วซับหน้าให้แห้งเบา ๆ
- ตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
ข้อควรระวังในการใช้ขมิ้นชันทาหน้ามีอะไรบ้าง?
แม้สรรพคุณขมิ้นชันจะมีประโยชน์ต่อผิวมากมาย แต่ก็มีบางเรื่องที่ควรระวังก่อนใช้ ดังนี้
1. อาจทำให้ผิวติดสีเหลือง ขมิ้นมีสารเคอร์คูมิน (curcumin) ที่มีสีเหลืองเข้ม หากพอกทิ้งไว้นานเกินไปหรือล้างออกไม่สะอาด อาจทำให้ผิวหน้าติดสีเหลืองชั่วคราวได้ แนะนำให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดและทำความสะอาดให้ทั่วถึง
2. อาจเกิดอาการแพ้ แม้จะเป็นสมุนไพรธรรมชาติ แต่บางคนอาจแพ้ขมิ้นชันได้ ควรทดสอบโดยทาขมิ้นชันบริเวณข้อพับแขนก่อน ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง หากไม่มีอาการแดง คัน หรือระคายเคือง จึงค่อยนำไปใช้กับใบหน้า
3. ไม่ควรใช้กับผิวที่มีแผลเปิดหรืออักเสบรุนแรง หากมีสิวอักเสบที่มีหนองหรือแผลเปิดบนใบหน้า ควรหลีกเลี่ยงการพอกขมิ้นชันโดยตรงบริเวณนั้น เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มขึ้นได้
4. ควรหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ผิวรอบดวงตาบางและบอบบางกว่าส่วนอื่น ควรระวังไม่ให้ขมิ้นชันเข้าตา เพราะอาจทำให้ระคายเคืองได้
5. ไม่ควรพอกบ่อยเกินไป แนะนำให้ใช้ขมิ้นชันทาหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น การใช้บ่อยเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองได้
ตามไปดูประโยชน์ของ “ ขมิ้นชัน “ มาแล้ว เรียกได้ว่าเป็นพืชสมุนไพรที่เป็นยา บำรุงร่างกายได้ทั้งภายในร่างกายและภายนอก ให้ประโยชน์ต่อผิว ใช้ขมิ้นชันทาหน้าช่วยบำรุงให้ผิวเนียนใสไร้สิว สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากบำรุงผิวแบบธรรมชาติประหยัดงบ ลองทำสูตรพอกหน้าจากขมิ้นชัน ตามสูตรที่วัตสันนำมาแชร์กันดูได้ รับรองว่าเพื่อน ๆ ได้ผิวสวยเนียนใสไร้สิวอย่างแน่นอน
คำถามที่พบบ่อย
Q: ขมิ้นชันสดกับขมิ้นชันผงต่างกันอย่างไร ควรเลือกใช้แบบไหน?
A: ขมิ้นชันสดมีปริมาณน้ำมันหอมระเหยสูงกว่าและมักนิยมใช้ในการประกอบอาหาร ส่วนขมิ้นชันผงผ่านกระบวนการอบแห้งซึ่งทำให้สะดวกต่อการใช้งานและเก็บรักษาได้นานกว่า สำหรับการพอกหน้าหรือทาผิว ขมิ้นผงจะควบคุมปริมาณและผสมส่วนผสมอื่นได้ง่ายกว่า
Q: ขมิ้นชันกับขมิ้นอ้อยต่างกันอย่างไร?
A: แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่เป็นพืชคนละชนิด ขมิ้นชันมีสีเหลืองเข้มและอุดมไปด้วยสารเคอร์คูมิน เหมาะสำหรับดูแลสุขภาพและผิวพรรณ ส่วนขมิ้นอ้อยมีสีขาวอมเหลืองอ่อนกว่า นิยมใช้ในการแต่งกลิ่นและทำเครื่องหอมมากกว่า
Q: ควรรับประทานขมิ้นชันวันละเท่าไรถึงจะได้ประโยชน์?
A: ปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปคือขมิ้นชันผง 1–3 กรัมต่อวัน หรือหากเป็นแคปซูลสารสกัดเคอร์คูมิน ควรอ่านฉลากและปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการรับประทานมากเกินไปอาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารได้
Q: สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตรสามารถใช้ขมิ้นชันได้หรือไม่?
A: การบริโภคขมิ้นชันในปริมาณที่ใช้ประกอบอาหารตามปกติถือว่าปลอดภัย แต่ไม่ควรรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมหรือสารสกัดเข้มข้น เพราะเคอร์คูมินในปริมาณสูงอาจกระตุ้นการหดตัวของมดลูกได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
Q: ขมิ้นชันควรเก็บรักษาอย่างไรให้คงคุณภาพได้นานที่สุด?
A: ขมิ้นชันสดควรเก็บในตู้เย็นช่องปกติ ห่อด้วยกระดาษทิชชูและใส่ถุงซิป จะอยู่ได้นานหลายสัปดาห์ ส่วนขมิ้นชันผงควรเก็บในภาชนะปิดสนิท ไม่โดนแสงแดดและความชื้น จะรักษาคุณภาพได้นานถึง 2–3 ปี
คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ
- เลือกกันแดดยุคใหม่ ต้องมากกว่าแค่ UV!
- รวมกันแดดศรีจันทร์ แต่ละสูตร ดียังไง เหมาะกับผิวใครบ้าง?
- เช็กสีผิวตัวเอง ด้วย 4 วิธีเช็กอันเดอร์โทนผิวง่าย ๆ
- 10 คอนซีลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ปกปิดรอยดำ ฝ้ากระ เนียนกริบ
- 10 สบู่แก้คันยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกสบู่แก้ผื่นคันให้เหมาะกับผิว





