โหลดแอปฯ
ดาวน์โหลด:
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน
  • google-play.png
  • app-store.png
  • app-gallery.png
ค้นหาร้านค้า บทความน่าอ่าน
Watsons Services
0
ตะกร้า
Share

รังแค ปัญหาสำคัญที่มีมากกว่าอาการคันหัว ถึงแม้ว่าการเป็นรังแคจะไม่ได้เป็นโรคติดต่อ หรือส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาการคันที่เกิดขึ้นทำให้เกิดผลเสียหลายอย่าง นอกจากนั้นยังมีปัญหาของหนังศีรษะแห้งลอก ที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพผมของเราได้ด้วยเช่นกัน วัตสันเลยอยากชวนเพื่อน ๆ มาทำความเข้าใจถึงปัญหารังแคและหนังศีรษะแห้งลอกให้มากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันให้เส้นผมแข็งแรงและสุขภาพดียิ่งขึ้น

รังแค คือ รังแคเป็นอาการผื่นผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่ง มีอาการผิวหนังลอก เป็นขุย และอาจมีอาการแดงหรือคัน มีความรุนแรงแตกต่างกันไป มักจะพบบ่อยบริเวณแนวไรผม ใบหู คิ้ว ข้างจมูก และหน้าอก ส่วนมักจะเกิดในคนที่มีผิวมันมากกว่าสภาพผิวอื่น ๆ 

รังแคเกิดจากอะไร

ปัจจัยที่ทำให้เกิดรังแคเป็นได้หลายสาเหตุ ซึ่งมีปัจจัยหลัก ๆ อยู่ประมาณ 3 ปัจจัย

1. จุลินทรีย์บนหนังศีรษะไม่สมดุล

เกิดจากเชื้อรา Malassezia restricta มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นกว่า 10 เท่า จนทำให้จุลินทรีย์ชนิดอื่นที่เป็นตัวดี มีปริมาณลดลง ทำให้ความสมดุลของจุลินทรีย์บนหนังศีรษะ หรือไมโครไบโอมเสื่อมลง

2. การผลิตน้ำมันที่มากผิดปกติของต่อมไขมัน

โดยปกติ sebum หรือไขมันตามธรรมชาติจะเคลือบคลุมผิวและให้ความชุ่มชื้นกับผิว แต่ถ้ามีมากเกินปกติจะทำให้เชื้อรา Malassezia เพิ่มจำนวนได้มากยิ่งขึ้น และนำเอาไขมันเหล่านี้ไปเป็นอาหาร จนขับของเสียออกจากตัวเชื้อรา กลายเป็นสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบและเป็นรังแค หนังศีรษะลอกขึ้นได้

3. ชั้นปราการผิวถูกทำลายและเสียสมดุล

เกิดจากเชื้อรา Malassezia มีจำนวนมากและขับของเสียออกมากลายเป็นสารก่อการอักเสบ ทำให้ชั้นปราการผิวถูกทำลาย และเมื่อถูกทำลายปราการผิวถูกทำลายไปเรื่อย ๆ เซลล์ผิวด้านบนสุดของหนังศีรษะจึงหลุดลอกออกมากลายเป็นขุยของรังแค

รังแคเกิดจากอะไร

อาการของรังแค

  1. ผมมัน มีสะเก็ดผมสีขาวหรือสีเหลืองขนาดใหญ่
  2. หนังศีรษะมัน เป็นรอยแดงและตกสะเก็ดมาก

สาเหตุที่ทำให้เกิด “รังแค”

1. เชื้อรามาลาสซีเซีย (Malassezia)

เป็นเชื้อราที่มีอยู่บนหนังศีรษะอยู่แล้ว แต่เมื่อเชื้อราตัวนี้มีมากจนเกินไป จะทำให้เกิดการสร้างและผลัดเซลล์ผิวหนังที่เร็วกว่าปกติ ซึ่งทำให้เกิดรังแค ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เชื้อราชนิดนี้เพิ่มจำนวนขึ้น คือ อายุ ฮอร์โมน และความเครียด

2. เชื้อราบนหนังศีรษะ (Tinea Capitis)

หรือกลากบนหนังศีรษะ เป็นภาวะที่เชื้อราได้กระจายตัวลึกลงไปยังรูขุมขน ก่อให้เกิดอาการคันที่หนังศีรษะและอาจทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมได้

3. โรคผิวหนังอักเสบ (Seborrheic Dermatitis)

เป็นภาวะที่ทำให้ผิวหนังมัน แดง และเป็นสะเก็ด สามารถเกิดขึ้นได้ทุกบริเวณในร่างกายที่มีต่อมน้ำมัน

4. ภาวะผื่นผิวหนังอักเสบ (Eczema)

ภาวะทางผิวหนังที่พบได้บ่อย สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ โดยทำให้ผิวแห้ง แดง ตกสะเก็ด และคัน

5. ผิวหนังอักเสบจากการแพ้

เป็นอาการหรือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับศีรษะ เช่น ที่เป่าผม สเปรย์ เจลหรือมูสจัดแต่งทรงผม

6. สระผมน้อยเกินไป

ถ้าเกิดไม่ได้สระผมเป็นประจำ อาจทำให้น้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วก่อตัวจนทำให้เกิดเป็นรังแคได้ และถ้าหากมีความเครียด หรือสัมผัสกับอากาศหนาวเย็น ก็อาจทำให้เป็นมากขึ้นได้ด้วย

รักษาอาการหนังศีรษะลอก

หนังศีรษะแห้ง คือ อาการที่ทำให้รู้สึกตึง ๆ บนหนังศีรษะ มาพร้อมกับอาการคัน ทำให้อดไม่ได้ที่จะเกาศีรษะ แม้ว่าอาการที่เกิดขึ้นจะไม่ได้นำไปสู่การเกิดรังแคทุกครั้ง แต่ก็ควรหาวิธีดูแลหนังศีรษะเพื่อช่วยลดอาการระคายเคืองที่เกิดขึ้น

หนังศีรษะแห้งลอกเกิดจากอะไร

1. ความสกปรกที่เกิดขึ้นบนหนังศีรษะ

สิ่งสกปรก มลภาวะ ฝุ่น ควันที่เราต้องพบเจอจากภายนอก รวมไปถึงสารตกค้างจากผลิตถัณฑ์เข้าไปสะสมบนหนังศีรษะ เลยทำให้เกิดอาการคันตามมา จึงควรสระผมวันเว้นวัน เพื่อชำระสิ่งสกปรกตกค้าง

2. สารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผม

ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผมและหนังศีรษะบางตัว อาจมีความเข้มข้นสูงเกินไป นอกจากนั้นอาจจะมี สารฟอกขาว และแอลกอฮอล์ หรือสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง จนทำให้เกิดอาการคันและหนังศีรษะลอกขึ้นมาได้

3. โรคผิวหนังต่างๆ

เช่น เซ็บเดิร์ม โรคผิวหนังมีลักษณะแดง คัน และตกสะเก็ด ผื่นผิวหนังอักเสบ ทำให้เกิดอาการคันและเกิดสะเก็ดบนหนังศีรษะ โรคกลากที่หนังศีรษะ เกิดจากการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ ทำให้มีผื่นสีแดงหรือสีเงินบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งผื่นอาจตกสะเก็ดหนังศีรษะลอกเป็นขุย แห้ง บวม และอาจมีอาการคันร่วมด้วย

อาการของหนังศีรษะลอก

อาการของหนังศีรษะแห้งลอก

  • สะเก็ดผมจากหนังศีรษะลอกมีขนาดเล็กกว่าและแห้ง
  • ทั้งหนังศีรษะและผิวจะแห้ง

สาเหตุที่ทำให้เกิด “หนังศีรษะแห้งลอก”

1. การสระผมด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิสูง

การใช้น้ำที่มีอุณหภูมิสูงสระผม มีส่วนทำให้หนังศีรษะแห้ง และอาจเกิดเป็นขุย หนังศีรษะแห้ง ลอกได้

2. การสระผมบ่อยเกินไป

เวลาสระผมนอกจากชำระล้างสิ่งสกปรกตกค้างออกไป ยังชำระน้ำมันบนหนังศีรษะออกไปด้วย มีส่วนทำให้ผิวหนังศีรษะแห้งและลอกได้

3. การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีเข้มข้นสูง

สารดึงความชุ่มชื้น สารเหล่านี้จะดึงน้ำมัน ดึงความชุ่มชื้นบนหนังศีรษะออกไป ทำให้หนังศีรษะแห้งและลอก

4. การใช้ความร้อนกับเส้นผมบ่อยๆ

เส้นผมเมื่อเจอกับความร้อนมากเกินไป จะทำให้ผมแห้งเสีย และอาจทำให้เกิดปัญหาหนังศีรษะแห้งลอกขึ้นได้ด้วย

5. สภาพอาการแห้งและเย็น

สภาพอาการหนาว มีความแห้งและเย็นจะดึงความชุ่มชื้นออกจากหนังศีรษะเราด้วย ทำให้หนังศีรษะแห้งและอาจจะลอกได้

6. อายุมากขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้นการผลิตน้ำมัน ความชุ่มชื้นบนหนังศีรษะก็จะลดลงตามไปด้วย มีส่วนให้หนังศีรษะแห้งและอาจจะลอกได้ด้วย

ความแตกต่างของรังแคกับหนังศีรษะแห้งลอก

ความแตกต่างของรังแคกับหนังศีรษะแห้ง

ทำความรู้จักกับสาเหตุและอาการของรังแคและหนังศีรษะแห้งมาแล้ว พบว่าทั้งรังแคและหนังศีรษะแห้งแสดงอาการคล้าย ๆ กัน แต่มีความแตกต่างกันตรงที่ “ หนังศีรษะแห้ง ” มีส่วนมาจากหนังศีรษะมีความชุ่มชื้นไม่เพียงพอ จนเกิดผิวแห้งบริเวณที่มีผม อาจเกิดจากอากาศเย็นและอากาศที่แห้ง การสระผมมากเกินไปและอายุที่มากขึ้น เป็นต้น และจะพบว่าสะเก็ดผมจากหนังศีรษะลอกจะแห้งและมีขนาดเล็กกว่ารังแค

ส่วน “ รังแค ” มีส่วนมาจากหนังศีรษะมีความมันมาก จนน้ำมันส่วนเกินกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวบริเวณหนังศีรษะให้ออกมาเร็วและมากกว่าปกติ จนเกิดการก่อตัวของเซลล์ผิวที่ตายแล้วและน้ำมันที่แห้งบนหนังศีรษะ หากไม่ล้างสิ่งเหล่านี้ออกจากหนังศีรษะ ก็จะทำให้ผมมัน มีรอยแดงและตกสะเก็ดมาก หรือแม้กระทั่งจะพบว่าสะเก็ดหนังศีรษะลอกเป็นสีขาวหรือสีเหลืองบนเสื้อผ้า หากสถานการณ์แย่ลง

การรักษารังแค

1. เลือกใช้แชมพูสำหรับการรักษารังแคโดยเฉพา

แนะนำให้เลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมที่ให้การดูแลเป็นพิเศษและช่วยบำรุงหนังศีรษะ เช่น ซิงก์ไพริไธออน คีโตโคนาโซล ซีลีเนียม และใบสะระแหน่ เพื่อลดรังแค

2. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีต่อเส้นผม

ทั้งการยืด ดัด และย้อมสี รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมจำพวกสเปรย์ต่าง ๆ อาจจะทำให้หนังศีรษะลอก อักเสบและเกิดอาการแพ้ ทำให้เป็นรังแคขึ้นได้

3. สระผมด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง

การสระผมด้วยน้ำอุ่นอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อหนังศีรษะและรากผม และอาจจะทำให้เส้นผมและหนังศีรษะอ่อนแอจนทำให้เกิดรังแคขึ้นได้

4. ควรเช็ดหรือเป่าผมให้แห้งทุกครั้งหลังสระผม

ควรเช็ดและเป่าผมให้แห้ง โดยใช้ลมเย็นเป่าผมเพื่อไม่ก่อให้เกิดความร้อนทำให้เส้นผมและหนังศีรษะแห้งมากเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความชื้นบนหนังศีรษะมากเกินไป จนเกิดเชื้อราและรังแคตามมา

5. สระผมให้บ่อยขึ้น

ถ้าเกิดไม่ได้สระผมเป็นประจำ อาจทำให้น้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วก่อตัวจนทำให้เกิดเป็นรังแคได้ แนะนำให้สระผมประมาณ 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ หรือสระวันเว้นวัน และเวลาสระควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนเกินไป

6. หลีกเลี่ยงการเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรง

การเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรงมีความเสี่ยงทำให้เกิดรังแคได้ด้วยเหมือนกัน เพราะเป็นการเร่งให้รังแคและเส้นผมร่วงมากกว่าเดิม รวมถึงอาจจะมีส่วนทำให้หนังศีรษะอักเสบหรือเกิดการติดเชื้อได้ด้วย

7. รักษาความสะอาดของหวี และอุปกรณ์ทำผมอยู่เสมอ

อยากรักษารังแคให้หายขาดควรทำความสะอาดหวีและอุปกรณ์ทำผมเป็นประจำ เพื่อไม่ให้หวีและอุปกรณ์ทำผมกลายเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกและเชื้อรากลับมาทำร้ายหนังศีรษะได้

8. ใช้ยาทาผิวหนัง

เหมาะสำหรับในกรณีที่หนังศีรษะเกิดการอักเสบ หลังจากสระผมแล้วให้ใช้ยาทากลุ่มคอติโคสเตอรอยด์ชนิดน้ำทา โดยทาบริเวณหนังศีรษะ ใช้นิ้วเกลี่ยเบา ๆ โดยให้ทายาวันละ 1-2 ครั้ง ก็จะช่วยลดอาการอักเสบลงได้ และควรใช้ยาภายใต้การควบคุมของแพทย์ โดยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วินิจฉัยแล้วจ่ายยาเพื่อรักษาอาการหนังศีรษะลอก

9. เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผมและหนังศีรษะ

ลองเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผมและหนังศีรษะ อย่างอาหารที่มีกรดไขมันดี โอเมก้า 3 และ 6 ที่มักจะพบมากในเมล็ดทานตะวัน ถั่งเหลือง ปลาทะเลน้ำลึก อาหารที่มีวิตามินบี และแร่ธาตุสังกะสี เพื่อช่วยให้ต่อมไขมันทำงานปกติ ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น

10. จัดการกับความเครียด

ถึงแม้ว่าความเครียดจะไม่ใช่สาเหตุของการเกิดรังแค แต่อาการเครียดอาจทำให้ปัญหารังแคเป็นหนักกว่าเดิมได้ เนื่องจากรังแคเกิดมาจากเชื้อราที่อยู่บนหนังศีรษะของเรา ซึ่งถ้าหากมีความเครียดมากจะทำให้กลไกป้องกันตนเองตามธรรมชาติของร่างกายอ่อนแอลง เกิดเชื้อราก่อรังแคบนหนังศีรษะมากขึ้นด้วย

รังแคเกิดจากอะไรแนะนำวิธีการรักษารังแค

การรักษาหนังศีรษะแห้งลอก

1. เลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนหรือที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ

นอกจากนั้นควรเลือกแชมพูที่มีคุณสมบัติช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมและหนังศีรษะ คงความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสารเคมีตกค้าง ทำให้หนังศีรษะแห้ง ลอกและคัน

2. เลี่ยงการใช้สารเคมีกับเส้นผม

การใช้สารเคมีกับหนังศีรษะหรือเส้นผม ทั้งการทำสีผม ยืด ดัด สารเคมีจะเข้าไปทำลายหนังศีรษะ หรืออาจจะทำให้แพ้สารเคมี จนหนังศีรษะแห้ง ลอกขึ้นได้

3. ล้างฟองแชมพูและครีมนวดผมออกให้สะอาด

เพื่อไม่ให้สารเคมีจากแชมพูและครีมนวดผมหลงเหลือและตกค้างอยู่บนเส้นผมและหนังศีรษะ จนทำให้หนังศีรษะระคายเคืองและลอกได้

4. นวดหนังศีรษะ

ขณะสระผมและลงครีมนวด ลองนวดศีรษะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว การนวดพร้อมกับผลิตภัณฑ์บำรุงผมจะช่วยให้สารบำรุงซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดี และยังช่วยฟื้นบำรุงสภาพหนังศีรษะที่แห้งลอกให้ดีขึ้นได้ด้วย

5. สระผมด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง

ควรสระผมด้วยน้ำเย็น หรือน้ำอุณหภูมิห้อง จะช่วยปิดผนึกเกล็ดผมและรูขุมขน กักเก็บสมดุลความชื้นและน้ำมันตามธรรมชาติได้ดี ทำให้ผมมีความเงางามและสุขภาพดีขึ้นด้วย

6. ควรปล่อยให้ผมแห้งตามธรรมชาติ หรือใช้พัดลมเป่าให้ผมแห้ง

ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผม เครื่องหนีบหรือม้วนผมบ่อยเกินไป และควรใช้สเปรย์ป้องกันผมแห้งเสียจากความร้อนก่อนใช้อุปกรณ์เหล่านี้เสมอ

7. ใช้น้ำมันใส่ผมที่สกัดจากสารธรรมชาติ

เช่น โจโจ้บาออยล์ (Johoba Oil) น้ำมันมะกอก และน้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) จะช่วยให้ผมนุ่มลื่น และบำรุงหนังศีรษะที่แห้งลอกให้ชุ่มชื้นขึ้น และสามารถเพิ่มน้ำมันหอมระเหยลงในทรีตเมนต์สำหรับหนังศีรษะได้ในบางครั้ง จะช่วยให้เส้นผมมีความชุ่มชื้นและบรรเทาอาการระคายเคืองได้ด้วย

8. ใช้ครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์

สำหรับผู้ที่เป็นรังแคชนิดรุนแรง ลองใช้ยาต้านเชื้อราชนิดรับประทานและชนิดทาลงบนหนังศีรษะ หรือยาชนิดน้ำมันสำหรับทาทิ้งไว้บนหนังศีรษะข้ามคืน และควรใช้ยาภายใต้การควบคุมของแพทย์ โดยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วินิจฉัยแล้วจ่ายยาเพื่อรักษาอาการ

9. คงความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะด้วยการดื่มน้ำ

การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน ป้องกันอาการขาดน้ำ และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังได้ด้วย โดยเฉพาะในอากาศร้อนจัด หรือเย็นจัด สภาพอากาศอาจส่งผลทำให้หนังศีรษะแห้ง การดื่มน้ำเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ และเติมเต็มความชุ่มชื้นในผิวบริเวณที่แห้งจากภายในได้

10. รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ

การขาดสารอาหารบางชนิดอาจทำให้หนังศีรษะแห้งได้ ควรรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ อย่างเช่น อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ผัก ผลไม้ ธัญพืช ฯลฯ ทั้งยังควรลดอาหารที่มีน้ำตาลและเกลือสูง อาหารที่มีรสจัด รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์

โดยปกติแล้วอาการรังแคและหนังศีรษะแห้งลอก สามารถรักษาด้วยตัวเอง เลยไม่ถือว่าหนักจนต้องไปพบแพทย์ แต่ถ้าเกิดรักษาด้วยตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น ใช้แชมพูขจัดรังแคมาเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน และอาการไม่ดีขึ้นหรืออาการแย่ลง เป็นรังแคอย่างรุนแรงและมีอาการคันศีรษะมาก หนังศีรษะแดงหรือบวม ในกรณีนี้ควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษาต่อไป

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “ รังแคและหนังศีรษะแห้งลอก ” มาแล้ว สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังกังวลในกับปัญหาเส้นผมและผิวหนังหัวลอก ลองรักษาด้วยวิธีที่วัตสันแนะนำ หรือลองตามไปช้อปเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะที่วัตสันได้ด้วยเหมือนกัน บอกเลยว่ามีผลิตภัณฑ์สูตรรักษารังแค หนังศีรษะลอก และสูตรอ่อนโยนเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนมีปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะให้เลือกมากมายเลย

ข้อมูลอ้างอิง
“รังแค (DANDRUFF)” เกิดขึ้นได้อย่างไร และต้องดูแลอย่างไรไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ https://www.vichy-th.com/expert-advice/acne/dandruff-causes-and-treatments#section2
รังแคเกิดจากอะไร และวิธีรักษารังแคให้หายขาด https://www.headandshoulders.co.th/th-th/เส้นผมและหนังศีรษะสุขภาพดี/รังแคคืออะไร/สาเหตุของรังแคและวิธีการรักษา
หนังศีรษะแห้ง คัน เกิดจากรังแคหรือเป็นแค่แผ่นหนังศีรษะลอก? https://www.kaffandco.com/th/story-detail/difference-of-dry-scalp-vs-dandruff#:~:text=หนังศีรษะแห้งและลอก,หนังศีรษะได้เช่นกัน

คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ

Previous

10 น้ำมันปลายี่ห้อไหนดี 2024 ลดลิ่มเลือดอุดตัน ลดไขมัน บำรุงสมอง

Next

ลดอาการติดเชื้อในช่องคลอด บรรเทาโรคเชื้อราในช่องคลอดด้วยตัวเองที่บ้าน

Related Topics
Share