วิตามินเอ คือ หนึ่งในสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพร่างกายหลายด้าน ซึ่งหากร่างกายขาดวิตามินเอ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าที่หลายคนคิด บทความนี้ จะพาทุกคนไปเจาะลึกข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับวิตามินเอแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินเอ 3 ยี่ห้อที่วัตสันคัดมาให้แล้ว
Highlight
- วิตามินเอคืออะไร?
- วิตามินเอมีกี่ประเภท?
- วิตามินเอช่วยอะไร? มีประโยชน์อะไรบ้าง?
- ภาวะขาดวิตามินเอเป็นอย่างไร?
- อาการขาดวิตามินเอเกิดจากอะไร?
- ปริมาณวิตามินเอที่ควรบริโภคต่อวันคือเท่าไหร่?
- ทานวิตามินเอมากเกินไปส่งผลอย่างไร?
- แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอมีอะไรบ้าง?
- รวม 3 วิตามินเอยี่ห้อไหนดี?
- ตรวจวินิจฉัยภาวะขาดวิตามินเออย่างไร?
- รักษาภาวะขาดวิตามินเออย่างไร?
วิตามินเอคืออะไร?
วิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต การสร้างเซลล์ใหม่ และการทำงานของร่างกายหลายระบบ โดยเฉพาะการช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยดูแลผิวพรรณ รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของกระดูก ซึ่งร่างกายของเราไม่สามารถสร้างวิตามินเอเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินเอจากอาหาร เช่น ตับ ไข่ ผัก และผลไม้สีส้ม เหลือง หรือเขียวเข้ม
วิตามินเอมีกี่ประเภท?
วิตามินเอแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
- วิตามินเอกลุ่มเรตินอยด์ (Preformed Vitamin A) ที่ได้จากผลิตภัณฑ์สัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ ตับ นม ไข่ ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที
- โปรวิตามินเอกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Provitamin A Carotenoids) พบในอาหารจากพืช เช่น ผักผลไม้สีเหลือง สีส้ม สีแดง และสีเขียวเข้ม โดยร่างกายจะเปลี่ยนแคโรทีนอยด์เป็นวิตามินเออีกที
วิตามินเอช่วยอะไร? มีประโยชน์อะไรบ้าง?
วิตามินเอช่วยอะไร? มาดูประโยชน์ของวิตามินชนิดนี้กันว่า มีอะไรบ้าง?
- ช่วยบำรุงสายตา เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นในที่มืด ลดความเสี่ยงโรคตา เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม และตาบอดกลางคืน
- เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายต่อต้านการติดเชื้อ และโรคได้ดีขึ้น
- ช่วยในการเจริญเติบโต และการแบ่งตัวของเซลล์ รวมถึงบำรุงผิวพรรณ และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย
- มีบทบาทสำคัญในการสืบพันธุ์ และการพัฒนาของทารกในครรภ์
- ส่งเสริมสุขภาพกระดูก และฟันให้แข็งแรง
- เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์จากสารพิษ และการเกิดโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น มะเร็ง
ภาวะขาดวิตามินเอเป็นอย่างไร?
ภาวะขาดวิตามินเอ ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่าง โดยเฉพาะกับดวงตา เช่น
- มองไม่เห็นในที่มืดหรือตาบอดกลางคืน (Nyctalopia)
- กระจกตาแห้ง และเป็นแผลที่กระจกตา (Xerophthalmia และ Corneal ulcers)
- มีจุดขาวบนตาหรือเรียกว่า จุดบิทอตส์ (Bitot spots)
- กระจกตาน่วม (Keratomalacia)
หากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่การตาบอดถาวร นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อผิวหนังที่แห้ง หยาบกร้าน และระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
อาการขาดวิตามินเอเกิดจากอะไร?
อาการขาดวิตามินเอเกิดจากร่างกายได้รับวิตามินเอไม่เพียงพอ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการบริโภคอาหารที่มีวิตามินเอต่ำหรือไม่หลากหลาย รวมถึงภาวะที่ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดีจากการมีโรคต่าง ๆ เช่น โรคตับอ่อน โรคซีลิแอ็ก นอกจากนี้ อาจเกิดจากการผ่าตัดเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
ปริมาณวิตามินเอที่ควรบริโภคต่อวันคือเท่าไหร่?
ปริมาณวิตามินเอที่ควรบริโภคต่อวันแตกต่างกันตามวัย และเพศ โดยทั่วไปแล้ว สามารถแบ่งได้ ดังนี้
- เด็กควรได้รับวิตามินเอประมาณ 300–600 ไมโครกรัม
- วัยรุ่นควรได้รับวิตามินเอประมาณ 600 ไมโครกรัม
- ผู้หญิง (ผู้ใหญ่) ควรได้รับวิตามินเอประมาณ 700 ไมโครกรัม และผู้ชาย (ผู้ใหญ่) ควรได้รับวิตามินเอประมาณ 900 ไมโครกรัม
ทานวิตามินเอมากเกินไปส่งผลอย่างไร?
แม้ว่า วิตามินเอจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากทานวิตามินเอมากเกินไปหรือมากกว่า 3,000 ไมโครกรัม อาจทำให้เกิดภาวะวิตามินเอเป็นพิษต่อร่างกาย (Hypervitaminosis A) โดยอาการที่พบ ได้แก่
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดศีรษะรุนแรง
- เวียนศีรษะ
- ผมร่วง
- ปวดกระดูก
นอกจากนี้ ถ้าสะสมมากเป็นเวลานานหรือวิตามินเอเป็นพิษรุนแรง อาจเกิดตับโตหรือความเสียหายของตับ กระดูกพรุนได้
แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอมีอะไรบ้าง?
แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ มีทั้งจากสัตว์และพืช ดังนี้
- กลุ่มเนื้อสัตว์ เช่น ตับสัตว์ น้ำมันตับปลา ไข่แดง และผลิตภัณฑ์จากนม นมวัว
- กลุ่มผักผลไม้ เช่น แครอท ฟักทอง มะละกอ แคนตาลูป มะม่วง ผักใบเขียวเข้ม (เช่น คะน้า ผักโขม ตำลึง) และบรอกโคลี
- ผลไม้สีส้ม-เหลือง เช่น แคนตาลูป พีช มะละกอ มะม่วง ส้ม
รวม 3 วิตามินเอยี่ห้อไหนดี?
มาตอบคำถาม วิตามินเอยี่ห้อไหนดี? ที่หลายคนสงสัย โดยวัตสันมี 3 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินเอที่อยากมาแนะนำ ได้แก่
1. Blackmores Bio Zinc A Chelate 90 Tablets
หากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินเอเพื่อเป็นตัวช่วยเสริมสุขภาพผิว และเสริมภูมิคุ้มกัน วัตสันขอแนะนำ Blackmores Bio Zinc A Chelate 90 Tablets เลย เพราะกระปุกนี้ ให้ทั้งซิงก์ในรูปแบบ chelate ดูดซึมดี พร้อมวิตามินเอ และแร่ธาตุที่จำเป็น เหมาะกับคนที่อยากดูแลผิว ลดปัญหาสิว และเสริมสร้างสุขภาพโดยรวม ทานง่าย วันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
- จุดเด่น: มีซิงก์ในรูปแบบคีเลต ดูดซึม และนำไปใช้ได้ดี เสริมวิตามินเอ แมกนีเซียม และแมงกานีสในเม็ดเดียว ช่วยบำรุงผิว ลดปัญหาสิว และเสริมภูมิคุ้มกัน
- ปริมาณ: 90 tablets
- ราคา: 500 บาท
2. Vistra สารสกัดจากบิลเบอร์รี่
ถ้าอยากบำรุงสายตา และหาอาหารเสริมที่มีส่วนผสมครบ ต้องลอง Vistra สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ เม็ดเดียวได้ทั้งบิลเบอร์รี่เข้มข้น ลูทีน ซีแซนทีน เบต้าแคโรทีน และวิตามินอี อีกทั้ง ยังให้วิตามินเอมากถึง 2656 หน่วยสากล ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินเอสูตรนี้จะช่วยดูแลสุขภาพสายตาโดยเฉพาะ เหมาะกับคนจ้องหน้าจอนานหรือดูแลสุขภาพตาเป็นพิเศษ
- จุดเด่น: รวมบิลเบอร์รี่เข้มข้น ลูทีน ซีแซนทีน เบต้าแคโรทีน และวิตามินอีในหนึ่งเม็ด ช่วยดูแลสุขภาพสายตาโดยเฉพาะ ลดอาการตาล้า และป้องกันโรคตา เหมาะกับคนใช้งานสายตาหนัก เช่น จ้องหน้าจอคอมเป็นเวลานาน
- ปริมาณ: 30 capsules
- ราคา: 510 บาท
3. Real เรียล เยส แคร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 30 เม็ด
ขอแนะนำ Real เยส แคร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 30 เม็ด สูตรนี้รวมสารสกัดบิลเบอร์รี่ ดอกดาวเรือง วิตามินกลุ่มบี วิตามินเอ บีตา-แคโรทีน และซิงก์ในเม็ดเดียว เหมาะสำหรับคนที่อยากดูแลสุขภาพสายตา เสริมภูมิคุ้มกัน และบำรุงร่างกาย รับประทานง่าย ๆ เพียงวันละ 1 เม็ด
- จุดเด่น: รวมสารสกัด และวิตามินเอในเม็ดเดียว ช่วยบำรุงสายตา เสริมภูมิคุ้มกัน และดูแลสุขภาพโดยรวม เหมาะสำหรับคนใช้งานสายตาหนัก และต้องการบำรุงร่างกายแบบครบจบในหนึ่งเม็ด
- ปริมาณ: 30 เม็ด
- ราคา: 840 บาท
ตรวจวินิจฉัยภาวะขาดวิตามินเออย่างไร?
การตรวจวินิจฉัยภาวะขาดวิตามินเอเริ่มจากแพทย์ซักประวัติ และตรวจร่างกาย โดยดูอาการแสดงที่เกี่ยวข้อง เช่น การมองเห็นในที่มืดผิดปกติ เยื่อบุตา และผิวหนังแห้ง หรือมีจุดบิทอตส์ ซึ่งหากสงสัยเพิ่มเติมจะมีการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับวิตามินเอ (Serum retinol blood test) ถ้าค่าต่ำกว่า 0.7 µmol/L หรือ 20 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร ถือว่า มีภาวะขาดวิตามินเอรุนแรง ในรายที่มีอาการทางตา อาจต้องตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าจอตาหรือประเมินโดยจักษุแพทย์ร่วมด้วย
รักษาภาวะขาดวิตามินเออย่างไร?
การรักษาภาวะขาดวิตามินเอ เริ่มจากการเสริมวิตามินเอในรูปแบบอาหาร และหรืออาหารเสริม ควรปรับพฤติกรรมการบริโภคเน้นอาหารที่มีวิตามินเอสูง เช่น ผักผลไม้สีเหลือง-ส้ม ตับ ไข่แดง และผลิตภัณฑ์จากนม สำหรับกรณีที่มีปัญหาดูดซึมหรือโรคประจำตัวต้องรักษาโรคร่วมให้ครบถ้วน ทั้งนี้ ไม่ควรเสริมวิตามินเอเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจได้รับเกิน และเกิดภาวะวิตามินเอเป็นพิษ
ป้องกันภาวะขาดวิตามินเอได้อย่างไร?
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นอาหารที่มีวิตามินเอสูง เช่น ตับ ไข่แดง ผลิตภัณฑ์จากนม ปลา ผักใบเขียวเข้ม และผักผลไม้สีส้ม-แดง (ฟักทอง แครอท มะละกอ)
- รับประทานผักร่วมกับไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก หรืออะโวคาโด เพื่อช่วยดูดซึมวิตามินเอได้ดีขึ้น
- เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการเสริมวิตามินเอ หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
- หมั่นตรวจสุขภาพหรือประเมินโภชนาการโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง เพื่อรับมือก่อนเกิดภาวะขาดวิตามินเอ
วิตามินเอเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับสายตา ผิว และสุขภาพโดยรวม ถ้าใครอยากหันมาดูแลตัวเองเพิ่มเติม แนะนำให้ไปตำ 3 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินเอที่วัตสันคัดมาให้ ที่สำคัญ อย่าลืมดูแลสุขภาพ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
Q: วิตามินเอ กินทุกวันได้ไหม?
A: หากได้รับจากอาหารปกติ สามารถรับประทานได้ทุกวันอย่างปลอดภัย แต่ถ้าจะทานอาหารเสริมวิตามินเอควรอยู่ในปริมาณที่แนะนำ ไม่ควรกินเกินขนาด เพราะเสี่ยงเกิดพิษวิตามินเอสะสมในร่างกายได้
Q: วิตามินเอ เหมาะกับใคร?
A: วิตามินเอเหมาะกับคนที่ต้องการดูแลสายตา เสริมภูมิคุ้มกัน หรือคนที่รับประทานอาหารไม่หลากหลาย รวมถึงใครที่มีปัญหาดูดซึมสารอาหาร
Q: วิตามินเอช่วยอะไรผิว?
A: วิตามินเอช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ลดริ้วรอย ฟื้นฟูผิวเสีย และช่วยให้ผิวแข็งแรง ดูสุขภาพดี ลดโอกาสเกิดสิวหรือผิวแห้งลอก
Q: วิตามินเอควรกินเวลาไหน?
A: แนะนำให้กินวิตามินเอพร้อมอาหารมื้อหลัก เพราะวิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จะดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อตามด้วยอาหารที่มีไขมันดี
Q: วิตามินเอควรกินคู่กับอะไร?
A: ควรรับประทานวิตามินเอคู่กับอาหารที่มีไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก หรืออะโวคาโด เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอได้ดียิ่งขึ้น
คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ
- วิตามินเอ มีประโยชน์อย่างไร ทำไมร่างกายจึงขาดไม่ได้
- 10 โลชั่นทาผิวยี่ห้อไหนดี? ใช้แล้วลดผิวแห้ง เติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้จริง!
- 10 น้ำยาบ้วนปากยี่ห้อไหนดี สะอาดหมดจด หมดกังวลปัญหาช่องปาก
- 10 สบู่ลดสิวที่หลังยี่ห้อไหนดี ทวงคืนแผ่นหลังเรียบเนียน ไร้สิวและจุดด่างดำ
- ยาละลายหัวสิว ยี่ห้อไหนดี 2025 เตรียมบอกลาสิวอุดตัน สิวอักเสบ





