หนึ่งในปัญหากวนใจชาวออฟฟิศที่แก้ไม่ตกก็คือ ‘อาการง่วงยามบ่าย’ หนังท้องตึงทีไร หนังตาก็เริ่มหย่อน แม้จะมีภาระงานกองสุมท่วมหัวขนาดไหนแต่หนังตาก็ไม่ค่อยจะตอบรับกับการทำงานเท่าไหร่นัก และสุดท้ายก็ต้องพ่าย แอบงีบไปซะทุกที
ไหน ๆ ก็เข้าปีใหม่กันแล้ว ‘วัตสัน’ ก็อยากจะชวนชาวออฟฟิศเปลี่ยนเป็นคนใหม่ด้วยความสดใสเต็มสูบ กับสารพัด ‘วิธีแก้ง่วง’ ที่จะช่วยทุกคนให้พร้อมรับงานบ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีวิธีแก้ง่วงตอนทํางาน หรือวิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงยามบ่ายอะไรที่น่าสนใจบ้างตามมาอ่านกันได้เลย
อาการง่วงนอนตอนบ่าย เกิดจากอะไร?
1. นอนดึก หรือนอนน้อย
การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวการหลักของอาการง่วงนอนตอนบ่าย โดยเฉลี่ยแล้ว ร่างกายของเราต้องพักผ่อนอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อนอนดึก หลับได้ไม่เต็มอิ่ม เลยทำให้เกิดอาการง่วงในช่วงตอนบ่ายขึ้นได้
2. ปัญหาสุขภาพจิต
การเปลี่ยนแปลงของสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ หรือโรควิตกกังวล ฯลฯ จนเกิดความเครียดทำให้นอนหลับยาก หรือรู้สึกเซื่องซึมจนทำให้อยากนอนมากกว่าปกติ ส่งผลให้มีอาการง่วงนอนตอนบ่ายขึ้นได้ด้วยเหมือนกัน
3. สภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อม
อากาศที่เย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศในที่ทำงาน หรือห้องเรียน บรรยากาศที่เงียบสงบ ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและสบายตัว ส่งผลให้กระบวนการทำงานของร่างกายช้าลง ทำให้รู้สึกง่วงนอนได้ง่ายขึ้น
4. ทำงานมากเกินไป
เมื่อคุณทำงานหนัก จนเกิดความเครียดทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนจนเพียงพอ รวมไปถึงการนั่งทำงานเป็นเวลานานโดยไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย มีส่วนทำให้ร่างกายรู้สึกเมื่อยล้า อ่อนเพลีย และง่วงนอนได้ง่าย
5. นอนไม่เป็นเวลา
การนอนไม่เป็นเวลา จะทำให้ระบบการทำงานของร่างกายรวน ทำให้เมลาโทนิน ที่เป็นสารก่อให้เกิดความง่วงที่ออกฤทธิ์ตามช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ทำให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืน และรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนในตอนกลางวัน
6. เป็นโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการนอนหลับ และทำให้ง่วงระหว่างวัน
โรคประจำตัว เช่น โรคหืด ภาวะหัวใจล้มเหลว ข้ออักเสบรูมาตอยด์ อาจจะมีผลกระทบต่อการนอน ทำให้นอนหลับได้ไม่เต็มที่ พักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้รู้สึกง่วงในตอนบ่าย หรือง่วงระหว่างวันขึ้นมาได้
7. โรคลมหลับ
โรคที่เกิดจากความผิดปกติด้านการนอนที่เกิดขึ้นอย่างเรื้อรัง (ในไทยพบผู้ป่วยโรคนี้น้อย) อาการของโรคลมหลับจะรู้สึกง่วงอย่างมากในช่วงกลางวัน และมักหลับไปโดยไม่รู้ตัว บางรายอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงกะทันหันร่วมด้วย
8. ผลข้างเคียงจากยา
ยา 4 กลุ่มใหญ่ ที่ทำให้หลับมากทั้งกลางคืนและกลางวัน ได้แก่ ยากล่อมประสาท ยาแก้ภูมิแพ้ ยากันชัก และยาลดน้ำมูก เป็นต้น มีส่วนส่งผลข้างเคียงทำให้รู้สึกง่วงมาถึงตอนบ่ายได้ด้วย
9. ติดยาเสพติด ติดสุรา หรือเกิดภาวะถอนยา
ภาวะติดยาเสพติด ติดสุรา หรือเกิดภาวะถอนยา ทำให้เกิดภาวะหลับง่าย และถ้าหากภาวะหลับง่ายเกิดร่วมกับ สาเหตุอื่นจะทำให้มีอาการมากขึ้น

10 วิธีแก้ง่วงตอนทํางานแบบฉบับชาวออฟฟิศมีอะไรบ้าง?
1. นอนให้เต็มอิ่มเป็นวิธีแก้ง่วงง่าย ๆ
นอนไม่ดึกแน่นะวิ ! วิธีแก้ง่วงตอนทํางาน หรือวิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงยามบ่ายอย่างแรกที่อยากนำเสนอก็คือการที่คุณควรจะ recheck ตัวเองให้แน่ใจว่าแต่ละคืนนั้นคุณนอนหลับอย่างเพียงพอหรือเปล่า เข้านอนเป็นเวลาหรือไม่ เพราะการนอนหลับที่เพียงพอจะส่งผลกับพลังงานทั้งวันของคุณ
หากใครยังมีพฤติกรรมดูซีรีส์รัว ๆ จนสว่างคาตา หรือว่าเล่นเกมจนถึงเช้า อาจจะต้องลดและมีเวลาจำกัดให้ตัวเองซักนิด หรือถ้าเป็นคนนอนหลับยากอาจจะต้องพึ่งตัวช่วยอย่างนมอุ่น ๆ หรือสเปรย์ฉีดหมอนช่วยการนอนหลับก็จะเป็นวิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงระหว่างวันที่ดีมาก ๆ
2. เมาท์มอยบ้างสร้างบรรยากาศแก้ง่วงตอนทำงาน
หลาย ๆ ที่ทำงานอาจจะเงียบมากเสียจนทำให้บรรยากาศโดยรวมดูเนือย และน่าเบื่อ ถ้ากฏในที่ทำงาน หรือการทำงานของคุณไม่ได้มีข้อจำกัดเรื่องเสียงมาเกี่ยวข้อง การเมาท์มอยกับเพื่อนร่วมงานบ้างก็จะเป็นวิธีแก้ง่วงตอนทํางานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการพักจากงานที่รู้สึกน่าเบื่อ สลับมาเป็นกิจกรรมอย่างอื่นบ้าง
แต่ต้องแน่ใจว่าเพื่อรวมงานของคุณจะไม่รำคาญ และที่สำคัญก็คือเมาท์มอยแต่พอดี และอย่าลืมกลับไปทำงานต่อให้เสร็จด้วยหล่ะ ไม่อย่างนั้นวิธีแก้ง่วงตอนทํางาน หรือวิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงยามบ่ายนี้อาจจะกลายเป็นพิษ เพิ่มงานเป็นดินพอกหางหมูไม่รู้ตัว
3. เดินเล่นให้สมองแล่นช่วยแก้ง่วงยามบ่าย
ถ้าเพื่อนร่วมงานไม่สะดวกเมาท์มอย หรือว่างานของตัวเองไม่ได้สะดวกจะให้มอยกับใครมากนัก อีกวิธีแก้ง่วงตอนทํางานที่ ‘วัตสัน’ อยากแนะนำก็คือการออกไปเดินเล่นซักเล็กน้อย เปลี่ยนอิริยาบถสัก 10-20 นาที ก็จะเป็นวิธีแก้ง่วงตอนทํางานที่ช่วยให้คุณตื่นตัว
โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานหน้าคอมนาน ๆ นอกจากจะเป็นวิธีแก้ง่วงตอนทํางานแล้วก็ยังถือเป็นการพักสายตา ขยับร่างกายเพื่อลดอาการออฟฟิศซินโดรม นอกจากนี้การไปเดินเล่น ละทิ้งจากงานบ้างจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง และไอเดียดี ๆ ก็จะมาตอนนี้หล่ะ ถือเป็นวิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงยามบ่ายที่ได้สุขภาพดี และยังได้งานเริ่ด ๆ อีกด้วย
4. ผลไม้รสเปรี้ยวช่วยแก้ง่วงยามบ่ายได้
รสเปรี้ยวจี๊ดของผลไม้ถือเป็นอีกวิธีแก้ง่วงตอนทํางานที่ได้ผลนัก เพราะรสชาติที่ช่วยทำให้ตื่น บวกกับความสดชื่นของผลไม้จะช่วยทำให้คุณรู้สึกตื่นตัว และยังรู้สึกดีมากขึ้นอีกด้วย
แต่วิธีแก้ง่วงตอนทํางานนี้ขอแนะนำว่าให้เลือกเป็นผลไม้รสเปรี้ยวที่เป็นผลไม้สด และควรจะกินแต่พอเหมาะด้วยนะ เพราะผลไม้รสเปรี้ยวจัดมีกรดอยู่สูง อาจจะส่งผลต่อฟัน และอาจจะเป็นสาเหตุของการปวดท้องด้วย ใครจะใช้วิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงยามบ่ายนี้ต้องระวังให้มาก ๆ หล่ะ
5. ลดแป้ง ลดน้ำตาลในมื้อกลางวันช่วยแก้ง่วงตอนทำงาน
หลายคนอาจจะไม่ทันได้ทานข้าวก่อนเข้างาน หรืออาจจะเจอศึกงานหนักตั้งแต่เช้า ทำให้ตอนกลางวันหิวหนัก อยากจะจัดมื้อใหญ่ แป้งเน้น ๆ ตามด้วยของหวานแบบฟิน ๆ แต่การรับประทานอาหารจนอิ่มมากเกินไป หรือทานแป้งและน้ำตาลจนเกินลิมิตก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เราง่วงในช่วงกลางวันได้
เพราะเลือดจะไหลเวียนไปที่กระเพาะอาหารที่เป็นส่วนทำงานหนัก และไหลเวียนไปที่สมองน้อยกว่าปกติจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ง่วงซึมได้ ดังนั้นวิธีแก้ง่วงตอนทํางาน หรือวิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงยามบ่ายนี้ควรเริ่มที่ต้นทางก็คือ ทานอาหารกลางวันแต่พอดี เบาแป้ง เบาน้ำตาลนะ
6. จิบน้ำระหว่างวันบ่อย ๆ เป็นอีกวิธีแก้ง่วงตอนทํางานที่ดี
ลองสังเกตตัวคุณเองระหว่างวันซิว่า ในแต่ละวันคุณดื่มน้ำมากน้อยแค่ไหน บางคนไม่ดื่มน้ำเลยตลอดวันจนกระทั่งในมื้ออาหาร หรือบางคนอาจจะดื่มกาแฟแก้วเดียวตลอดทั้งเช้าไม่ได้ดื่มน้ำเปล่าเลย วิธีแก้ง่วงตอนทํางานที่อยากจะบอกต่อและยังดีต่อสุขภาพโดยรวมของคุณด้วยก็คือ การจิบน้ำระหว่างวันบ่อย ๆ
เพราะในสมองของเราองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ น้ำ ที่จะช่วยให้การทำงานของสมองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การจิบน้ำเรื่อย ๆ ระหว่างวันจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยระบบอื่น ๆ ของร่างกาย การขับถ่าย และผิวพรรณอีกด้วย ถือเป็นวิธีแก้ง่วงตอนทํางาน หรือวิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงยามบ่ายที่ได้ประโยชน์หลายต่อทีเดียว
7. ดื่มกาแฟให้ตื่นตัวช่วยแก้ง่วงยามบ่าย
แน่นอนว่าหากพูดถึงวิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงตอนทำงาน หนึ่งในวิธีแก้ง่วงตอนทํางานที่มักจะถูกนำมาใช้ก็คือ การดื่มกาแฟเพื่อกระตุ้นให้รู้สึกตื่นขึ้นมา แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมดื่มกาแฟแล้วก็ยังง่วงอยู่ นั่นอาจจะเป็นเพราะคุณดื่มกาแฟผิดช่วงเวลาไปสักนิด
วิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงยามบ่ายด้วยการดื่มกาแฟนั้นจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อคุณดื่มกาแฟหลังจากที่รับประทานอาหารไปแล้วสักครึ่งชั่วโมง หรือถ้าจะให้ดีก็หลังจากทานอาหารไปหนึ่งชั่วโมง จะช่วยให้การออกฤทธิ์ของคาเฟอีนดีกว่า ซึ่งจะเป็นวิธีแก้ง่วงตอนทํางานด้วยกาแฟที่มีประสิทธิภาพที่สุด
8. ฟังเพลงสร้างความตื่นตัว
เสียงเพลงเป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ง่วงตอนทํางานที่เป็นตัวช่วยกระตุ้นอารมณ์ และการตอบสนองของสมอง ลองเปิดเพลงในระดับที่ไม่ดังจนเกินไป ทำให้เรามีความพยายามอยากจะฟังเสียงดนตรี เนื้อเพลง และจังหวะต่าง ๆ มีส่วนทำให้เกิดการใช้สมาธิ และช่วยให้กลบความง่วงในระหว่างการทำงานได้
ส่วนใครอยากบูสต์ ๆ กระตุ้นเอเนอร์จียิ่งขึ้น ลองขยับตัวเบา ๆ ตามเสียงเพลง หรือฮัมเพลงคลอไปเบา ๆ ก็จะช่วยสร้างความตื่นตัวได้ด้วยเหมือนกัน แต่ไม่แนะนำให้เปิดเพลงเสียงดังผ่านลำโพง เพราะจะเป็นการรบกวนผู้อื่นรอบข้าง และอาจจะทำให้เราไม่ได้โฟกัสกับเสียงเพลงมากเท่าที่ควร
9. ล้างหน้าเพิ่มความสดชื่น
วิธีทำยังไงให้หายง่วงอีกหนึ่งวิธี คือเมื่อรู้สึกง่วงในช่วงบ่ายอาจจะลองไปล้างหน้าเพื่อเพิ่มความสดชื่น อย่างการลุกขึ้นเดินเปลี่ยนอิริยาบถ ขยับตัวยืดเส้นยืดสาย เดินไปเข้าห้องน้ำแล้วเอาน้ำเย็นล้างหน้าหรือซับหน้าดูอีกสักนิด ช่วยลดความง่วงลงไปได้ดีเหมือนกัน เพราะร่างกายจะตอบสนองกับอากาศเย็นโดยการปรับอุณหภูมิร่างกายให้อุ่นขึ้น เพื่อให้ทุกส่วนในร่างกายทำงานเป็นปกติ
นอกจากนั้นอาจจะลองหาน้ำดื่มจิบเรื่อย ๆ ระหว่างวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะทำให้ระดับออกซิเจนในร่างกายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้พลังงานในร่างกายเพิ่มขึ้น ช่วยให้สมองสดชื่น และมีส่วนช่วยให้ปลอดโปร่ง ทำงานได้อย่างได้อย่างลื่นไหลมากขึ้นด้วย
10. พักสายตาและปรับสภาพแวดล้อม
การโฟกัสกับหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ อาจจะทำให้รู้สึกง่วงระหว่างทำงานได้ วิธีทำยังไงให้หายง่วงที่อยากแนะนำก็คือการหาเวลาพักสายตา ด้วยการเดินไปที่หน้าต่างและมองออกไปด้านนอกไกล ๆ เพื่อช่วยในการฮีลสายตาและแก้ง่วง และยังช่วยถนอมสายตาทำให้ดวงตารู้สึกสบายขึ้นด้วยรวมไปถึงการจัดโต๊ะทำงานใหม่ ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดูปลอดโปร่ง ดูสะอาดมากยิ่งขึ้น เมื่อได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงาน ก็จะทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศใหม่ ช่วยสร้างความตื่นตัวได้ด้วยเหมือนกัน

วิธีป้องกันอาการง่วงล่วงหน้ามีอะไรบ้าง?
1. จัดตารางการนอนหลับที่สม่ำเสมอ
การนอนหลับในเวลาเดิม จะช่วยรักษาสมดุลของนาฬิกาชีวิต ทำให้ร่างกายและจิตใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยให้หลับง่าย หลับสนิท และตื่นมาสดชื่นด้วย ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการกำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมเสมอ ในทุกวันรวมถึงวันหยุดด้วย และสร้างบรรยากาศในการนอน ให้เหมาะสมกับการนอนหลับ เช่น ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ทำห้องนอนให้มืด และเงียบสงบ เป็นต้น
2. ปรับอาหารการกินเพื่อรักษาพลังงาน
อาหารมีบทบาทสำคัญในการควบคุมระดับพลังงานในร่างกาย เมื่อร่างกายมีพลังงานเพียงพออาจจทำให้ไม่รู้สึกอ่อนเพลีย และง่วงนอนได้ง่าย จึงควรปรับอาหารการกินเพื่อรักษาพลังงาน ด้วยการทานมื้อเช้าที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ดี เช่น ไข่ ขนมปังโฮลวีต หรือโยเกิร์ตกับผลไม้
หลีกเลี่ยงมื้อเที่ยงหนัก ๆ อาหารที่มีไขมันสูงหรือย่อยยาก เช่น ของทอด อาจทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากในการย่อย และถ้าเกิดรู้สึกเพลียระหว่างวัน ลองทานของว่างที่ช่วยเพิ่มพลังงาน เช่น ถั่ว อัลมอนด์ ผลไม้ หรือดาร์กช็อกโกแลตเล็กน้อย เพื่อช่วยเพิ่มพลังงาน
3. ควบคุมการบริโภคคาเฟอีนอย่างเหมาะสม
กาแฟช่วยเพิ่มความตื่นตัวได้ก็จริง แต่การดื่มมากเกินไปอาจส่งผลเสียในระยะยาว จึงควรดื่มกาแฟในปริมาณที่พอดี ไม่เกิน 2-3 แก้วต่อวัน และให้หลีกเลี่ยงคาเฟอีนช่วงเย็น เนื่องจากตั้งแต่หลังบ่ายสามโมง ร่างกายจะใช้เวลานานในการขจัดคาเฟอีนออก ซึ่งอาจรบกวนการนอนในตอนกลางคืน ทำให้นอนหลับไม่เพียงพอ และเกิดอาการง่วงตอนบ่ายในวันต่อมาได้
การดูแลตัวเองระยะยาวเพื่อไม่ให้ง่วงง่ายมีอะไรบ้าง?
1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด รวมถึงออกซิเจนไปยังสมองและร่างกาย มีส่วนช่วยทำให้รู้สึกตื่นตัวและสดชื่นขึ้น นอกจากนั้นการออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มระดับพลังงานในร่างกาย และปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับในระยะยาวได้ด้วย
2. กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมอง
ลองเลือกทานอาหารที่มีโอเมก้า-3 วิตามินบี และธาตุเหล็ก เช่น ไข่ ปลาแซลมอน ถั่ว โฮลเกรน และผักใบเขียว เพื่อช่วยบำรุงสมองและการทำงานของร่างกาย ทำให้นอนหลับได้ง่าย รวมถึงนอนหลับเต็มอิ่ม ลดโอกาสการง่วงในช่วงบ่าย
3. พัฒนาสุขภาพจิต
การทำสมาธิ โยคะ หรือการฝึกการหายใจอย่างมีสติจะช่วยลดความเครียดและช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อร่างกายผ่อนคลาย และคลายความเครียดลง มีส่วนช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น การนอนหลับที่เพียงพอจะช่วยลดอาการง่วงยามบ่ายไปได้

คำถามที่พบบ่อย
ใช้คาเฟอีนแบบไหนดีที่สุดไม่ทำให้หัวใจเต้นแรง
คาเฟอีนมีส่วนทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ในบางกรณีอาจจะส่งผลให้หัวใจเต้นแรงขึ้นได้ จึงควรดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่เหมาะสม และเลือกชนิดของคาเฟอีนที่ร่างกายตอบสนองได้ดี เพื่อป้องกันผลข้างเคียงของการดื่มคาเฟอีนที่มากเกินไปต่อวัน ด้วยการเลือกดื่มกาแฟ Decaf กาแฟที่ผ่านกระบวนการสกัดคาเฟอีนออกจนเหลือปริมาณน้อยมาก หรือชาดำ Decaf หรือเปลี่ยนไปทานชาสมุนไพร น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลังแทน
กลิ่นหอมแบบไหนช่วยกระตุ้นให้ตื่น
กลิ่นหอมที่ช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัวและรู้สึกสดชื่น มีหลายกลิ่นที่สามารถนำมาใช้ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง เช่น กลิ่นส้ม มะนาว เปปเปอร์มินต์ โรสแมรี่ และยูคาลิปตัส เป็นต้น เนื่องจากกลิ่นเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยลดความเครียด เพิ่มสมาธิ และทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
การจัดโต๊ะทำงานมีผลต่อความง่วงไหม
การจัดโต๊ะทำงานมีผลต่อความง่วงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโต๊ะทำงานถูกจัดวางในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น มืด อับชื้น หรือรก อาจทำให้รู้สึกง่วงซึมและขาดสมาธิในการทำงานขึ้นได้ วิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงตอนทำงานที่ดีจึงควรจัดโต๊ะทำงานให้มีแสงสว่างเพียงพอ จัดโต๊ะให้โล่งและสะอาด ช่วยกำจัดความเครียดและการเสียสมาธิ ที่ทำให้รู้สึกง่วงซึมได้ง่าย หรือจะลองเพิ่มต้นไม้เล็ก ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและช่วยลดความเครียด รวมถึงจัดวางเก้าอี้ให้เหมาะสม เพราะเก้าอี้ที่ไม่เหมาะสมกับการนั่งทำงานเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย และง่วงนอนได้
มีเทคนิคปลุกตัวเองตอนเช้าไม่ให้กดเลื่อนปลุกไหม
ลองเปลี่ยนพฤติกรรมการเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา เพื่อปรับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย จะทำให้ตื่นง่ายขึ้นโดยธรรมชาติ และตั้งเป้าหมายระยะสั้น เริ่มจากการงดปุ่มเลื่อนปลุกเป็นเวลาสั้น ๆ เช่น ในหนึ่งสัปดาห์ แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาจนสามารถตื่นนอนแบบไม่เลี่อนปลุกได้ รวมถึงใช้เสียงปลุกที่ฟังแล้วสดชื่น เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงที่น่ารำคาญ หรือเสียงดังเกินไปจนทำให้อยากนอนต่อ
หรือจะลองวิธีวางนาฬิกาปลุกให้ไกลจากเตียง เมื่อนาฬิกาปลุกต้องลุกจากเตียงเพื่อปิด จะช่วยลดโอกาสในการกลับไปนอนต่อ ทั้งนี้ควรค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนทีละน้อย อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในทันที ให้ค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมไปทีละน้อย เพื่อให้ร่างกายเกิดความเคยชินไปเอง
ทำยังไงให้หายง่วงและให้สมองตื่นเร็วหลังตื่นนอน
สำหรับใครที่อยากให้สมองตื่นเร็ว รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าหลังตื่นนอน ลองเริ่มต้นด้วยการสร้างกิจวัตรการนอนและการตื่นที่สม่ำเสมอ ด้วยการเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมทุกวัน รวมถึงในวันหยุด เพื่อปรับสมดุลนาฬิกาชีวภาพของร่างกายดื่มน้ำทันทีหลังตื่น ออกไปรับแสงแดดยามเช้า และเริ่มวันใหม่ด้วยกิจกรรมที่กระตุ้นความคิดหรือการเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นต้น
วิธีแก้ง่วงตอนทํางานวิธีไหนที่ใช่สำหรับตัวคุณก็ลองเอาทำตามกันดูนะคะ แต่ถ้ายังง่วงไม่ไหว หนังตาตกจนงัดไม่ขึ้น ‘วัตสัน’ แนะนำว่าลองงีบสักพักประมาณ 20 นาที บูสต์ตัวเองให้ตื่นก็ช่วยให้สดชื่นได้เช่นกัน ส่วนใครมีวิธีแก้ง่วงตอนทํางาน หรือวิธีทําให้ตื่นไม่ง่วงยามบ่ายอื่น ๆ อยากแชร์ก็บอกกันมาได้นะ จะได้เอาไปลองทำให้ทุกบ่ายไม่มีเบื่ออีกต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง
https://th.jobsdb.com/th/career-advice/article/how-to-stay-awake-at-work
https://www.gedgoodlife.com/health/48000-drowsy-at-noon/
https://www.rattinan.com/how-to-stop-feeling-sleepy/
https://www.sukumvithospital.com/healthcontent.php?id=3579
คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ
- สั่งผิวสวยด้วย “10 วิตามินบํารุงผิว” ยิ่งทาน ยิ่งปัง!
- รู้ช้าผิวอาจพัง ! เมื่อหน้าติดสารสเตียรอยด์จากสกินแคร์ที่ใช้
- มาสคาร่า ยี่ห้อไหนดี กันน้ำ ขนตางอนเด้งตลอดวัน
- 10 ดินสอเขียนคิ้วยี่ห้อไหนดี กันน้ำ กันเหงื่อ เขียนง่าย สวยเป๊ะตลอดทั้งวัน