โหลดแอปฯ
ดาวน์โหลด:
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน image
ค้นหาร้านค้า บทความน่าอ่าน
Community
ใหม่!!
Watsons Services
0
ตะกร้า
Share

สำหรับใครที่แต่งหน้าแล้วรู้สึกว่าโครงหน้ายังดูขาดอะไรไป แต่งแล้วหน้ายังแบนไม่มีมิติ เพื่อน ๆ อาจจะลืมขั้นตอนการไฮไลท์ สร้างแสงและเงาให้หน้าพุ่งไปนั่นเอง วัตสันเลยอยากเตือนให้ทุกคนปัดไฮไลท์เพิ่มความปัง เมคอัพจึ้ง ๆ โชว์ผิวฉ่ำโกลว์แบบสาวเกาหลีกันด้วย

Highlight

  • ไฮไลท์หน้า (Highlighter) คืออะไร?
  • ประโยชน์ของไฮไลท์หน้าเงา มีอะไรบ้าง?
  • ประเภทของไฮไลท์หน้า มีอะไรบ้าง?
  • วิธีเลือกไฮไลท์ให้เหมาะกับตัวเอง เลือกยังไง?
  • ไฮไลท์ควรลงตรงไหนบ้าง? จุดกระทบแสงยอดฮิต
  • เทคนิคลงไฮไลท์ให้หน้าฉ่ำแบบสาวเกาหลี ทำยังไง?
  • 10 ไฮไลท์หน้า ยี่ห้อไหนดี มีอะไรบ้าง?
  • ตารางเปรียบเทียบ 10 ไฮไลท์หน้าเงา มีอะไรบ้าง?

ไฮไลท์หน้า(Highlighter) คืออะไร?

ไฮไลท์หน้า เป็นเครื่องสำอางที่มีเนื้อประกาย หรือมีเฉดสีสว่างกว่าผิวจริง ใช้สำหรับปัดหรือแต้มบนจุดกระทบแสงของใบหน้าเพื่อให้ผิวดูฉ่ำวาว มีมิติ และเปล่งประกายเล่นแสงไฟ ไฮไลท์มีหลากหลายเนื้อสัมผัสให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อฝุ่น เป็นเนื้อที่ใช้ง่าย เหมาะกับการปัดทับเมคอัพทั่วไป เนื้อครีมหรือแท่ง จะเกลี่ยง่าย ให้ผิวดูฉ่ำเป็นธรรมชาติ และเนื้อน้ำหรือลิควิด จะให้ความโกลว์แน่น หรือผสมกับรองพื้นได้

ประโยชน์ของไฮไลท์หน้าเงา มีอะไรบ้าง?

มาดู 3 ประโยชน์เด่น ๆ ของการปัด ไฮไลท์หน้า ที่ทำให้เมคอัพดูมีมิติและปังขึ้น

  • ผิวโกลว์ฉ่ำน้ำ ไฮไลท์จะช่วยเพิ่มมิติความแวววาวของใบหน้า ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำและสุขภาพดีเหมือนดื่มน้ำเยอะ
  • เพิ่มมิติให้ใบหน้า ไฮไลท์ช่วยเน้นจุดกระทบแสง ทำให้จุดที่ต้องการเน้นดูโดดเด่น และมีรูปทรงชัดเจนขึ้น เช่น โหนกแก้ม สันจมูก ให้ดูโดดเด่นหน้าพุ่ง  
  • หน้าดูเด็กและสดใส นอกจากช่วยเพิ่มมิติ ไฮไลท์ยังช่วยเพิ่มความสดใสให้กับใบหน้า ช่วยลดความหมองคล้ำ และทำให้ใบหน้าดูเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวาขึ้น

ประเภทของไฮไลท์หน้ามีอะไรบ้าง?

ไฮไลท์แต่งหน้ามี 3 ประเภทหลักตามเนื้อสัมผัส ต่างกันที่การใช้งานและฟินิชลุค

1. ไฮไลท์แบบฝุ่น

ไฮไลท์ที่มีเนื้อแป้งอัดแข็ง เป็นไฮไลท์ที่ใช้ง่าย คุมมันได้ดี เหมาะกับการปัดทับเมคอัพทั่วไป และให้ลุคบางเบา ดูเป็นธรรมชาติ

2. ไฮไลท์แบบน้ำ / ลิควิด

ไฮไลท์ที่มีเนื้อค่อนข้างเหลว แต่ให้สีชัดและพิกเมนต์แน่น ทำให้เบลนด์ยากกว่าไฮไลท์แบบอื่น ๆ แต่ข้อดีก็คือ สามารถผสมรองพื้นได้ ให้ผิวฉ่ำวาวอิ่มน้ำแบบกระจก และดูเงางามเด่นชัด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการงานผิวโกลว์ หน้าพุ่ง และฉ่ำวาวขั้นสุด

3. ไฮไลท์แบบแท่งบาล์มหรือเจลลี่

ไฮไลท์เนื้อครีมที่มาในรูปแบบแท่ง พกพาสะดวก ทาแล้วผิวโกลว์ฉ่ำน้ำสไตล์เกาหลีหรือสาวจีน โดยไม่เป็นคราบฝุ่น แต่ใช้งานยากกว่าแบบฝุ่น จึงเหมาะสำหรับคนที่แต่งหน้าเก่งระดับหนึ่ง เพราะต้องอาศัยความชำนาญ ในการเบลนด์เนื้อไฮไลท์ให้กลมกลืนไปกับผิวหน้า

วิธีเลือกไฮไลท์ให้เหมาะกับตัวเอง เลือกยังไง?

เลือก ไฮไลท์หน้า ให้เหมาะกับตัวเอง ต้องดู 6 ปัจจัย: ความชำนาญ / ฟินิชลุค / เฉดสี / สภาพผิว / โอกาส / ความติดทน

1. เลือกประเภทตามระดับความชำนาญ

ไฮไลท์จะมีเนื้อสัมผัสหลายแบบ ซึ่งมีการใช้งานที่ต่างกัน และความยาก-ง่ายต่างกันด้วย อย่างไฮไลท์แบบฝุ่น ไฮไลท์แบบแท่ง และไฮไลท์แบบน้ำ 

  • ไฮไลท์แบบฝุ่น จะใช้งานง่ายที่สุด ควบคุมน้ำหนักมือ และเกลี่ยให้ฟุ้งกระจายได้ง่ายด้วยแปรง ไม่ค่อยเป็นคราบ เหมาะกับทุกสภาพผิว และให้ลุคธรรมชาติ
  • ไฮไลท์แบบแท่งหรือเนื้อครีม เป็นไฮไลท์ที่ใช้งานยากขึ้นมานิดหน่อย เพราะต้องปาดและใช้นิ้วหรือฟองน้ำเกลี่ยให้กลืนไปกับผิว ถ้ากะน้ำหนักไม่ดีอาจทำให้รองพื้นเป็นคราบได้ เหมาะกับคนที่แต่งหน้าคล่องระดับหนึ่ง
  • ไฮไลท์แบบน้ำ เป็นไฮไลท์ที่มีพิกเมนต์แน่นและสีชัดมาก ควบคุมยากที่สุด ถ้าเกลี่ยไม่เร็วพอ จะเป็นปื้นหรือรอยด่างบนใบหน้า เหมาะกับคนที่มีความชำนาญ และต้องการงานผิวฉ่ำวาวพุ่งชัด

2. เลือกฟินิชลุค

การเลือกไฮไลท์ตามฟินิชลุคให้สวยปัง ให้เลือกเนื้อสัมผัสและเฉดสีที่ตอบโจทย์ความฉ่ำวาวหรือความนวลเนียนที่ต้องการ หรือเลือกตามฟินิชยอดฮิต ดังนี้

  • ลุคผิวฉ่ำวาวสุขภาพดี เหมาะกับไฮไลท์เนื้อครีม หรือเนื้อลิควิด เพราะจะให้ฟินิชที่กลืนไปกับผิว ให้ความรู้สึกเหมือนผิวอิ่มน้ำ และมีความเป็นธรรมชาติสูง เหมาะกับวันที่ต้องการงานผิวใส ๆ เล่นแสงแบบละมุน ไม่ดูเป็นแป้งหนา
  • ลุคหน้าพุ่งสะใจ โกลว์ชัดจัดเต็ม ให้ใช้เป็นไฮไลท์เนื้อฝุ่นอัดแข็ง จะเหมาะมาก ๆ ถ้ามีชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ชัดเจนจะยิ่งปัง เพราะให้ความแวววาวระดับสูง มองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล เหมาะกับการแต่งหน้าไปงานกลางคืน ปาร์ตี้ หรือถ่ายรูปขึ้นกล้อง
  • ลุคธรรมชาติ เบลอผิวเนียน เลือกไฮไลท์เนื้อแป้งโปร่งแสงหรือเนื้อแมตต์ ที่มีชิมเมอร์ละเอียดมาก ๆ ช่วยสะท้อนแสงเบา ๆ ให้หน้าดูมีมิติโดยไม่ทำให้รูขุมขนดูชัดขึ้น เหมาะสำหรับวันสบาย ๆ หรือลุคแต่งหน้าไปทำงาน ที่ไม่ต้องการความเงาโป๊ะจนเกินไป

3. เลือกเฉดสีให้เข้ากับสีผิว

การเลือกเฉดสีไฮไลท์ให้เข้ากับสีผิว ควรเลือกโทนสีที่กลืนไปกับผิว และไม่สว่างลอยจนเกินไป หรือแบ่งตามโทนสีผิวหลัก ได้แก่

  • ผิวขาวอมชมพู เหมาะกับไฮไลท์โทนสีขาวมุก สีเงินอ่อน หรือสีชมพูอ่อน (Rose Gold) จะช่วยขับผิวให้ดูเปล่งประกาย สดใส เป็นธรรมชาติ
  • ผิวขาวเหลือง / ผิวสองสี เหมาะกับไฮไลท์โทนสีทองสว่าง (Soft Gold) สีแชมเปญ (Champagne) หรือสีพีช เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูละมุน มีมิติ และไม่ทำให้หน้าดูเทาหรือลอย
  • ผิวแทน / ผิวเข้ม เหมาะกับไฮไลท์โทนสีทองเข้ม สีบรอนซ์ (Bronze) หรือสีทองแดง (Copper) จะช่วยขับผิวให้ดูโกลว์สวยบ่มแดด ดูแพงและกลมกลืนไปกับผิว

4. เลือกตามสภาพผิว

การเลือกไฮไลท์ให้เหมาะกับสภาพผิว ควรเลือกเนื้อสัมผัสที่ช่วยควบคุมความมัน หรือเพิ่มความชุ่มชื้น ได้แก่

  • ผิวแห้ง เหมาะกับไฮไลท์เนื้อครีม เนื้อน้ำ หรือเนื้อบาล์ม เพื่อช่วยเพิ่มความฉ่ำวาว ดูอิ่มน้ำ ไม่ทำให้ผิวเป็นคราบหรือดูเป็นแป้งหนา
  • ผิวมัน เหมาะกับไฮไลท์เนื้อฝุ่น เพื่อให้เนื้อฝุ่นเซ็ตผิว ดรอปความมัน ช่วยคุมความมันส่วนเกิน ไม่ทำให้หน้าเยิ้มระหว่างวัน และติดทนนานกว่า
  • ผิวผสม เหมาะกับไฮไลท์เนื้อแป้งอัดแข็ง เนื้อบางเบา หรือเนื้อบาล์มเกลี่ยง่าย เพราะสามารถเน้นปัดเฉพาะจุด T-Zone หรือจุดที่ต้องการความโกลว์แบบพอดีได้

5. เลือกตามโอกาส

การเลือกไฮไลท์ตามโอกาสควรพิจารณาจากเนื้อสัมผัส และโทนสี เพื่อให้เหมาะกับบรรยากาศ เช่น

  • โอกาสวันสบาย ๆ เช่น ไปเรียน หรือทำงาน ลองเลือกเนื้อครีม เนื้อลิควิด หรือบาล์มบางเบา เพื่อให้ผิวดูฉ่ำน้ำ อิ่มน้ำแบบเป็นธรรมชาติ ในโทนสีแชมเปญอ่อน สีพีช หรือโทนกลมกลืนกับสีผิวจริง ปัดเบาๆ บริเวณโหนกแก้มและสันจมูก
  • งานกลางคืน ปาร์ตี้ ออกงานสำคัญ ลองเลือกเป็นเนื้อฝุ่นอณูละเอียด หรือชิมเมอร์แน่น ๆ ที่เล่นแสงไฟยามค่ำคืนได้ดี เพื่อความโดดเด่นสะดุดตา และเลือกสีทองจัด โทนโรสโกลด์ หรือสีสว่างเหลือบมุก เพื่อให้หน้าพุ่งสวย เล่นแสงแฟลชกล้อง
  • วันออกเดต จะเหมาะกับลุคหวาน ๆ ละมุน ๆ ควรเลือกเป็นไฮไลท์เนื้อบาล์ม หรือแป้งฝุ่นชิมเมอร์เม็ดเล็กที่ไม่ดูหนาเตอะจนเกินไป และเลือกเป็นโทนสีชมพูมุกหรือสีชมพูอ่อน เพื่อเพิ่มความสดใส และความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าดูมีเลือดฝาด

6. ดูความติดทน

สำหรับความติดทนของไฮไลท์จะชึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย อย่างผิวมันหรือผิวผสม ติดทนปานกลางถึงดีเมื่อปัดทับแป้งฝุ่น ควบคุมความมันส่วนเกินได้ดี ผิวแห้งหรือผิวธรรมดา ให้เลือกเป็นเนื้อครีมหรือเนื้อสติ๊ก ส่วนเนื้อลิควิด จะให้เม็ดสีแน่นและกระจายแสงได้ดีมาก ให้ความติดทนสูง หากเซ็ตตัวแห้งสนิทไปกับผิว

ไฮไลท์ควรลงตรงไหนบ้าง? จุดกระทบแสงยอดฮิต

การลง ไฮไลท์หน้า ให้ปังต้องเน้นจุดกระทบแสงที่ถูกต้อง มาดู 6 จุดยอดฮิตที่ควรปัดไฮไลท์

  • โหนกแก้ม (Cheekbones): จุดที่สำคัญที่สุด ปัดตามแนวโค้งบนของโหนกแก้มจะทำให้หน้าดูมีมิติ สดใส และผิวโกลว์ทันที
  • สันจมูก (Nose Bridge): แต้มเบา ๆ ตามแนวสันจมูกจากหัวคิ้วลงมา จะช่วยให้จมูกดูโด่งและเรียวขึ้น
  • หัวตา (Inner Corner): แต้มเล็ก ๆ ที่หัวตา จะช่วยให้ดวงตาดูสดชื่น ไม่ล้า และเปิดขึ้น
  • กลางหน้าผาก + คาง: ปัดเป็นวงเล็ก ๆ ที่กลางหน้าผากและปลายคาง จะช่วยยืดกรอบหน้าให้ดูสมส่วน
  • ร่องกระจับปาก (Cupid’s Bow): แต้มเบา ๆ เหนือริมฝีปากบน จะช่วยให้ปากดูอิ่มและมีมิติ
  • มุมกราม (Jawline): ปัดเบา ๆ ตามแนวกราม จะช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัด และหน้าดูเรียวขึ้น

เทคนิคลงไฮไลท์ให้หน้าฉ่ำแบบสาวเกาหลี ทำยังไง?

  • เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ หรือไพรเมอร์เนื้อโกลว์ ก่อนลงรองพื้น เพื่อให้ผิวดูฉ่ำมาจากภายใน
  • เลือกใช้ไฮไลท์เนื้อครีมหรือบาล์ม ใช้ไฮไลท์แบบครีมหรือบาล์มแท่งแตะลงบนผิว จะกลืนเนียนไปกับผิวมากกว่าแบบฝุ่น และดูเป็นธรรมชาติเหมือนผิวสุขภาพดี
  • ควบคุมจุดสำคัญบนใบหน้า เช่น โหนกแก้ม สันจมูก และปลายจมูก กลางหน้าผากและคาง ร่องกระจับปาก แตะเบา ๆ  เพื่อช่วยยกใบหน้าและเล่นแสงเวลาขยับตัว
  • ใช้พัฟช่วยเบลนด์ ถ้ากลัวรองพื้นหลุด ให้แตะบาล์มลงบนพัฟก่อนแล้วค่อย ๆ กดเบา ๆ บนผิว
  • ไม่ปัดทั่วหน้า ห้ามทาไฮไลท์ทั่วใบหน้าเด็ดขาดเพราะจะทำให้ดูมันเยิ้มแทนที่จะฉ่ำวาว

10 ไฮไลท์หน้ายี่ห้อไหนดี มีอะไรบ้าง?

มาดู 10 ไฮไลท์หน้า และ ไฮไลท์แต่งหน้า ยอดฮิตที่วัตสันคัดมาให้ พร้อมจุดเด่นและความเหมาะสมกับสีผิว

ไฮไลท์แต่งหน้า odbo Vivid Baked Highlighter

1. odbo Vivid Baked Highlighter

ไฮไลท์หน้าเงา odbo Vivid Baked Highlighter ไฮไลท์เนื้อเบค (Baked) ที่เป็นเนื้อชิมเมอร์เนียนละเอียด 2 เฉดสีในตลับเดียว ช่วยให้ผิวหน้าดูโกลว์ฉ่ำน้ำ และมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ เพิ่มมิติให้ใบหน้าดูสว่างกระจ่างใส เปล่งประกาย ฉ่ำวาว ปัดง่าย ไม่เป็นก้อน และไม่ร่วงเป็นฝุ่นฟุ้งกระจายระหว่างวันด้วย

  • จุดเด่น เนื้อชิมเมอร์ 2 เฉดในตลับเดียว ฉ่ำวาว ปัดง่าย ไม่เป็นก้อน
  • ปริมาณ 7.5 กรัม
  • ราคา 259 บาท
  • เหมาะกับ นักเรียน นักศึกษา แต่งหน้า Everyday Look หรือลุคผิวฉ่ำโกลว์ใส ๆ
ไฮไลท์หน้า Judydoll Highlight and Contour

2. Judydoll Highlight & Contour

Judydoll Highlight & Contour เป็นพาเลตต์แต่งหน้ายอดฮิต ที่มีจุดเด่นคือ สีชัดแต่เป็นธรรมชาติ ครบจบในตลับเดียว เกลี่ยง่ายไม่เป็นคราบ จึงเหมาะสำหรับมือใหม่หัดแต่งหน้า คนที่ต้องการสร้างกรอบหน้าและสันจมูกให้พุ่งชัด แถมเขายังออกแบบเฉดสีมาเพื่อให้เหมาะกับผิวคนเอเชียอีกด้วย

  • จุดเด่น เฉดสีเข้ากับผิวคนเอเชีย ติดทนและกลืนไปกับผิวหน้าได้ดี ใช้งานง่าย
  • ปริมาณ 9 กรัม
  • ราคา 449 บาท
  • เหมาะกับ มือใหม่หัดแต่งหน้า โทนสีผิวแบบเอเชีย
ไฮไลท์หน้าฉ่ำ Wet n Wild MegaGlo Highlighting Powder

3. Wet n Wild MegaGlo Highlighting Powder

มาต่อกันที่ Wet n Wild MegaGlo Highlighting Powder ไฮไลท์ที่ช่วยเพิ่มความเปล่งประกาย และทำให้ผิวหน้าดูมีมิติ และจะช่วยเน้นจุดเด่นให้ใบหน้าดูฉ่ำวาว ด้วยเนื้อสัมผัสเนียนละเอียด และชิมเมอร์ขนาดเล็กพิเศษ ที่ช่วยสะท้อนแสงอย่างเป็นธรรมชาติ 

  • จุดเด่น คุ้มค่าและราคาถูก หาซื้อง่ายตามร้านขายยา และบิวตี้ช็อป เกลี่ยง่าย เม็ดสีแน่น
  • ปริมาณ 5.4 กรัม
  • ราคา 390 บาท
  • เหมาะกับ ทุกสภาพผิว ทั้งผิวแห้งหรือผิวมัน คนงบน้อย
ไฮไลท์หน้า Essence Gimme Glow Luminous

4. Essence Gimme Glow Luminous Highlighter

สำหรับ Essence Gimme Glow Luminous Highlighter จะเป็นไฮไลท์ทาหน้าเนื้อเนียนนุ่ม สูตรบัตเตอร์พาวเดอร์ ที่ช่วยเพิ่มความโกลว์ เพิ่มประกายชิมเมอร์ให้ผิวดูเปล่งปลั่งสดใส และเน้นจุดเด่นบนใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังมีประกายชิมเมอร์เนื้อละเอียด ช่วยให้ผิวหน้าดูฉ่ำวาวและสว่างขึ้นด้วย

  • จุดเด่น มีประกายวิบวับขนาดเล็ก กลิ่นหอมอ่อน ๆ 
  • ปริมาณ 9 กรัม
  • ราคา 215 บาท
  • เหมาะกับ ลุคธรรมชาติ แต่งหน้าแนวใส ๆ ดูฉ่ำวาวแบบสุขภาพดี
ไฮไลท์หน้าฉ่ำ Canmake Munyutto Highlighter เจลลี่

5. Canmake Munyutto Highlighter

Canmake Munyutto Highlighter ไฮไลท์จากแบรนด์ดังของญี่ปุ่น ตัวช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้าเล่นแสงแวววาว สร้างผิวฉ่ำวาวอิ่มน้ำแบบเป็นธรรมชาติ และให้สัมผัสนุ่มเด้งเกลี่ยง่ายไม่เป็นคราบ ให้ฟินิชลุคผิวโกลว์ใสสุขภาพดีแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ดูโป๊ะหรือหนาเตอะ มาพร้อมกับเนื้อเจลลี่ หรือเนื้อโมจิเนียนนุ่มเด้ง ให้ความรู้สึกสดชื่นสบายผิวขณะทา

  • จุดเด่น เนื้อเจลลี่นุ่มเด้ง ทนต่อน้ำ เหงื่อ ความมัน และการถู ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำมันแร่ และสารลดแรงตึงผิว มีส่วนผสมบำรุงผิวชุ่มชื้น
  • ปริมาณ 3.8 กรัม
  • ราคา 300 บาท
  • เหมาะกับ งานผิวฉ่ำน้ำสไตล์เกาหลี ญี่ปุ่น
ไฮไลท์หน้า Cezanne Pearl Glow Highlight

6. Cezanne Pearl Glow Highlight

ตามมาด้วยอีกหนึ่งไฮไลท์หน้าเงาจากแบรนด์ญี่ปุ่น Cezanne Pearl Glow Highlight ไฮไลท์ที่ช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้าเปล่งประกาย เล่นแสงอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยผงมุกละเอียดเนื้อเนียนนุ่ม ให้ลุคผิวฉ่ำวาวเนียนไปกับผิวราวกับเปิดไฟให้ผิว ให้ฟินิชที่ดูเป็นธรรมชาติ กลืนไปกับผิว ให้ลุคผิวฉ่ำแบบสุขภาพดี

  • จุดเด่น เนื้อเนียนละเอียดผสมมุกแน่น ผสมไฮยาลูรอนและสารสกัดจากพืช
  • ปริมาณ 3.4 กรัม
  • ราคา 290 บาท
  • เหมาะกับ ลุคธรรมชาติ แต่งหน้าเบา ๆ หรือสายเกาหลี-ญี่ปุ่นที่เน้นผิวฉ่ำน้ำสุขภาพดี
ไฮไลท์แต่งหน้า XOXO Highlighter

7. XOXO Highlighter

มาถึงไฮไลท์ XOXO Highlighter กันบ้าง ตัวนี้จะเป็นไฮไลท์เนื้อชิมเมอร์ละเอียด ไม่เป็นก้อน ให้ความวาวแบบเล่นแสงสวย ให้ลุคผิวฉ่ำโกลว์ดูไม่โป๊ะ และยังผสมสารสกัด Squalane ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำและลดความแห้งกร้าน เป็นไฮไลท์ที่ให้ผิวดูโกลว์เป็นธรรมชาติ และยังช่วยเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวไปด้วย

  • จุดเด่น เนื้อชิมเมอร์ละเอียด ผสมสารบำรุงผิวเติมความชุ่มชื้น ไม่ทำให้เป็นคราบระหว่างวัน 
  • ปริมาณ 9 กรัม
  • ราคา 389 บาท
  • เหมาะกับ ลุคแต่งหน้าใส ๆ ผิวแห้งหรือผิวธรรมดา
ไฮไลท์หน้าฉ่ำ Barenbliss Moist Mochi Paste Powder

8. Barenbliss Moist Mochi Paste Powder Highlighter

ตามมาด้วย Barenbliss Moist Mochi Paste Powder Highlighter ไฮไลท์ที่ช่วยเพิ่มความฉ่ำโกลว์ เล่นแสง และสร้างมิติให้ใบหน้าดูพุ่งสวย ให้ฟินิชผิวฉ่ำวาวเล่นแสงเป็นธรรมชาติ ด้วยเนื้อโมจินุ่มลื่นที่เปลี่ยนเป็นแป้งเมื่อทา ให้เม็ดสีชัดติดทนนาน และยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย

  • จุดเด่น เนื้อโมจิกึ่งครีมกึ่งแป้ง นุ่มเด้ง ไม่เป็นฝุ่นผง กันน้ำและติดทนนานตลอดวัน ผสมไฮยาลูรอนิกแอซิดช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ
  • ปริมาณ 4.5 กรัม
  • ราคา 299 บาท
  • เหมาะกับ ทุกสภาพผิว ทั้งผิวแห้ง ผิวมัน และผิวผสม งานผิวฉ่ำวาว โกลว์ใส
ไฮไลท์แต่งหน้า Browit Glam Gala Jelly Crystal Silver

9. Browit Glam Gala Jelly Highlighter 01 Crystal Silver

ตามมาด้วย Browit Glam Gala Jelly Highlighter 01 Crystal Silver ตัวนี้จะเป็นไฮไลท์เนื้อเจลลี่สีเงินคริสตัล นุ่มเด้ง เบาสบาย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นเมื่อทา และยังสามารถทาทับเครื่องสำอางระหว่างวันหรือก่อนแต่งหน้าได้โดยไม่เป็นคราบ ช่วยเพิ่มความฉ่ำโกลว์ หน้าพุ่ง เล่นแสงระยิบระยับ และยังช่วยบำรุงไปในตัว ด้วยสารสกัดไข่มุกดำ ไฮยาลูรอน และไกลโคเจน ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู

  • จุดเด่น เนื้อเจลลี่ นุ่มเด้ง มีสารบำรุงในตัว สามารถทาทับเครื่องสำอางระหว่างวันได้
  • ปริมาณ 2 กรัม
  • ราคา 299 บาท
  • เหมาะกับ ผิวขาว หรือผิวโทนเย็น ลุคปาร์ตี้ ลุคออกงานกลางคืน
ไฮไลท์หน้า Catrice High Glow Mineral Highlighting

10. Catrice High Glow Mineral Highlighting Powder

สำหรับ Catrice High Glow Mineral Highlighting Powder ไฮไลท์เนื้อฝุ่นผสมแร่ธาตุ ที่มีจุดเด่นเรื่องเนื้อเนียนละเอียด เกลี่ยง่าย และให้ความเงางามเป็นธรรมชาติ ช่วยกระจายแสงให้ผิวหน้าแวววาว เปล่งประกายดูมีออร่า และให้ฟินิชลุคกระจ่างใสไร้ที่ติ

  • จุดเด่น ไม่เป็นคราบระหว่างวัน อ่อนโยน ให้ลุคผิวอิ่มน้ำสุขภาพดี 
  • ปริมาณ 8 กรัม
  • ราคา 265 บาท
  • เหมาะกับ ลุคธรรมชาติ มือใหม่หัดแต่งหน้า

ตารางเปรียบเทียบ 10 ไฮไลท์หน้าเงา มีอะไรบ้าง?

เปรียบเทียบ 10 ไฮไลท์หน้าเงา ในตารางเดียว ราคา ปริมาณ ประเภท ฟินิช จุดเด่น และเหมาะกับสีผิว

ชื่อสินค้า  ราคา  ปริมาณ ประเภท ฟินิช จุดเด่น  เหมาะกับสีผิว
odbo Vivid Baked Highlighter  259 บาท 7.5 กรัม ฝุ่น ชิมเมอร์ เนื้อชิมเมอร์ 2 เฉดในตลับเดียว ฉ่ำวาว ปัดง่าย ไม่เป็นก้อน  Warm Tone
Judydoll Highlight & Contour
449 บาท 9 กรัม ฝุ่น ชิมเมอร์ เฉดสีเข้ากับผิวคนเอเชีย ติดทนและกลืนไปกับผิวหน้าได้ดี ใช้งานง่าย Warm Tone และ Cool Tone
Wet n Wild MegaGlo Highlighting Powder 
390 บาท 5.4 กรัม ฝุ่น ชิมเมอร์ คุ้มค่าและราคาถูก หาซื้อง่ายตามร้านขายยา และบิวตี้ช็อป เกลี่ยง่าย เม็ดสีแน่น Warm Tone 
Essence Gimme Glow Luminous Highlighter 215 บาท 9 กรัม ฝุ่น ชิมเมอร์ มีประกายวิบวับขนาดเล็ก กลิ่นหอมอ่อน ๆ Warm Tone
Canmake Munyutto Highlighter  300 บาท 3.8 กรัม เจลลี่ ชิมเมอร์ เนื้อเจลลี่นุ่มเด้ง ทนต่อน้ำ เหงื่อ ความมัน และการถู ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำมันแร่ และสารลดแรงตึงผิว มีส่วนผสมบำรุงผิวชุ่มชื้น Warm Tone และ Cool Tone
Cezanne Pearl Glow Highlight
290 บาท 3.4 กรัม ฝุ่น ชิมเมอร์ เนื้อเนียนละเอียดผสมมุกแน่น ผสมไฮยาลูรอนและสารสกัดจากพืช Cool Tone
XOXO Highlighter 
389 บาท 9 กรัม ฝุ่น ชิมเมอร์ เนื้อชิมเมอร์ละเอียด ผสมสารบำรุงผิวเติมความชุ่มชื้น ไม่ทำให้เป็นคราบระหว่างวัน Warm Tone
Barenbliss Moist Mochi Paste Powder Highlighter  299 บาท 4.5 กรัม โมจิ ชิมเมอร์ เนื้อโมจิกึ่งครีมกึ่งแป้ง นุ่มเด้ง ไม่เป็นฝุ่นผง กันน้ำและติดทนนานตลอดวัน ผสมไฮยาลูรอนิกแอซิดช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ Cool Tone
Browit Glam Gala Jelly Highlighter 01 Crystal Silver
299 บาท 2 กรัม เจลลี่ ชิมเมอร์ เนื้อเจลลี่ นุ่มเด้ง มีสารบำรุงในตัว สามารถทาทับเครื่องสำอางระหว่างวันได้ Cool Tone
Catrice High Glow Mineral Highlighting Powder 
265 บาท 8 กรัม ฝุ่น ชิมเมอร์ ไม่เป็นคราบระหว่างวัน อ่อนโยน ให้ลุคผิวอิ่มน้ำสุขภาพดี Warm Tone

สำหรับใครที่อยากเพิ่มมิติ เมคอัพพุ่ง ๆ หรือเพิ่มความฉ่ำโกลว์ ให้ผิวดูสุขภาพดี ไฮไลท์หน้าเงาเป็นอีกหนึ่งไอเทมเมคอัพที่เพื่อน ๆ ต้องมีเลย ส่วนใครที่ยังหาไฮไลท์หน้าพุ่ง ผิวฉ่ำที่ถูกใจยังไม่เจอ ลองไปเลือกช้อปที่ Watsons กันได้ เขามีไฮไลท์งานผิวฉ่ำให้เลือกมากมาย ทั้งในร้านค้าและออนไลน์เลย

คำถามที่พบบ่อย

Q: ไฮไลท์ vs Illuminator vs Glow Drops ต่างกันอย่างไร?

A: ไฮไลท์ (Highlighter), Illuminator และ Glow Drops ต่างกันที่จุดประสงค์การใช้ ความชัดเจนของประกายความวาว และเนื้อสัมผัส ถึงแม้จะช่วยให้ผิวดูเปล่งประกายเหมือนกัน แต่มีสไตล์การแต่งหน้าที่ไม่เหมือนกันเลย สำหรับไฮไลท์ (Highlighter) จะเน้นจุดกระทบแสงบนใบหน้าให้โดดเด่นและมีมิติ เช่น โหนกแก้ม สันจมูก หัวตา และกระจับปาก Illuminator จะช่วยเพิ่มความกระจ่างใส และความสว่างให้ผิวโดยรวมดูสุขภาพดี ไม่เน้นแค่จุดใดจุดหนึ่ง ส่วน Glow Drops เป็นไอเทมลูกผสมกึ่งเมกอัพและสกินแคร์ (Hybrid Skincare) ที่มักอัดแน่นด้วยสารบำรุง เช่น วิตามินหรือไฮยาลูรอน พร้อมเม็ดมุกละเอียด 

Q: ผิวเป็นสิว / รูขุมขนกว้าง ใช้ไฮไลท์ได้ไหม? เลือกแบบไหน?

A: ผิวเป็นสิวและรูขุมขนกว้าง ใช้ไฮไลท์ได้ แต่ควรเลือกเนื้อละเอียดแบบไม่มีชิมเมอร์เม็ดใหญ่ หรือใช้แป้งโทนสว่างแทน เพื่อไม่ให้แสงสะท้อนไปเน้นรอยสิวและรูขุมขนให้ชัดขึ้น หรือเลือกชนิดที่ชิมเมอร์แทบมองไม่ด้วยตาเปล่า เพื่อให้ไฮไลท์นวลกลืนไปกับผิว

Q: ทาไฮไลท์ก่อนหรือหลังเซ็ตแป้ง?

A: การทาไฮไลท์ขึ้นอยู่กับเนื้อสัมผัสด้วย สำหรับไฮไลท์เนื้อครีม หรือเนื้อลิควิดควรทาก่อนเซ็ตแป้ง เพื่อป้องกันให้ไม่เป็นคราบ และช่วยให้ผิวดูฉ่ำโกลว์เป็นธรรมชาติ ส่วนไฮไลท์เนื้อฝุ่นควรทาหลังเซ็ตแป้ง เพื่อให้เม็ดแป้งเกาะติดผิวหน้าได้ดีและมีความพุ่งชัดเจน

Q: ไฮไลท์แบบฝุ่นหมดอายุนานแค่ไหน? สังเกตยังไง?

A: ไฮไลท์แบบฝุ่นโดยทั่วไปมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี หรือ 24 เดือน หลังจากเปิดใช้งานครั้งแรก และเราสามารถสังเกตความเสื่อมสภาพได้ จากเนื้อไฮไลท์ที่จับตัวเป็นไขมันแข็ง (Hard pan) สีที่ซีดจางลง หรือทาแล้วไม่ติดผิว รวมถึงมีกลิ่นเหม็นหืนอับชื้น หากเกิดสิ่งเหล่านี้ ควรทิ้งทันที

Q: แต่งหน้าประจำวัน / ไปทำงาน ควรลงไฮไลท์ไหม? หรือเก็บไว้สำหรับโอกาสพิเศษ?

A: สำหรับการแต่งหน้าประจำวัน หรือไปทำงาน สามารถลงไฮไลท์ได้ แต่ควรเลือกใช้แบบเนื้อเนียนละเอียด ปัดบาง ๆ เพื่อให้ผิวดูสุขภาพดี เข้ากับลุคที่มีความเป็นธรรมชาติ ไม่ควรเน้นความวาวพุ่ง หรือกลิตเตอร์ชัดเจนแบบที่ใช้ในโอกาสพิเศษ

Previous

10 สีผมที่เหมาะกับคนผิวขาวเหลือง ช่วยขับผิว มีออร่า

Next

ลิปมันวาสลีน (Vaseline) สูตรไหนดี วาสลีนลิปมันแต่ละสูตรช่วยอะไรบ้าง

Related Topics
Share
WHAT’S HOT
  1. 10 ร้านเสื้อผ้าในไอจีราคาถูก หลักร้อย ไม่ตกเทรนด์
  2. 12 สกินแคร์จาก CICA ส่วนผสมช่วยลดสิว ผิวระคายเคือง
  3. 10 สถานที่ขอพรเรื่องความรัก ช่วยคนโสดไม่ให้นก
  4. 15 ครีมบำรุงผิวขาว และครีมทาผิวขาวยี่ห้อไหนดี 2026
  5. แต่งหน้าเป๊ะปังด้วยเมคอัพ ชิ้นที่สอง1บาท
  6. ลิปมันวาสลีน (Vaseline) สูตรไหนดี วาสลีนลิปมันแต่ละสูตรช่วยอะไรบ้าง
  7. 10 สีผมที่เหมาะกับคนผิวขาวเหลือง ช่วยขับผิว มีออร่า
  8. 10 สบู่แก้คันยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกสบู่แก้ผื่นคันให้เหมาะกับผิว
  9. 10 ไฮไลท์หน้าฉ่ำเงายี่ห้อไหนดี ช่วยไฮไลท์หน้าฉ่ำแบบสาวเกาหลี
  10. เช็กสีผิวตัวเอง ด้วย 4 วิธีเช็กอันเดอร์โทนผิวง่าย ๆ
  11. 10 คอนซีลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ปกปิดรอยดำ ฝ้ากระ เนียนกริบ
*/?>