โหลดแอปฯ
ดาวน์โหลด:
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน
  • google-play
  • app-store
  • app-gallery
ค้นหาร้านค้า บทความน่าอ่าน
Community
ใหม่!!
Watsons Services
0
ตะกร้า
Share

สำหรับคนที่มีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือผิวมันเป็นสิว การใช้คลีนซิ่งล้างหน้าที่มีส่วนผสมของน้ำมัน สารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองสูง อาจจะไม่เหมาะและยิ่งทำให้เกิดการอุดตัน แพ้ได้ง่ายขึ้นด้วย ลองเปลี่ยนมาใช้เป็น “คลีนซิ่ง” อาจจะเหมาะกับผิวบอบบาง แพ้ง่าย และผิวมันเป็นสิวมากกว่า เพราะเนื้อเจลบางเบา มีความอ่อนโยนสูง ล้างออกง่ายด้วยน้ำเปล่า และยังช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนได้ดีอีกด้วย วัตสันเลยไม่พลาดขนเอาคลีนซิ่งใช้ดีมาบอกต่อกันด้วย จะมีคลีนซิ่งยี่ห้อไหนกันบ้างตามไปดูกันเลย

คลีนซิ่งคืออะไร?

คลีนซิ่ง เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า มีเนื้อสัมผัสเป็นเจลใสหรือเหลว เนื้อไม่หนัก มีทั้งแบบมีฟองและไม่มีฟอง มีความอ่อนโยนสูง ช่วยขจัดคราบเครื่องสำอาง ความมัน และสิ่งสกปรกอุดตันได้ดี และไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังใช้ ลดการอุดตันได้ดีกว่าออยล์ เลยเหมาะกับผิวบอบบาง แพ้ง่าย ผิวมัน เป็นสิว

คลีนซิ่งมีกี่ประเภท?

คลีนซิ่งมีหลายประเภทให้เลือกตามสภาพผิวและไลฟ์สไตล์การใช้งาน ตั้งแต่เนื้อน้ำบางเบาไปจนถึงเนื้อครีมเข้มข้น โดยเฉพาะคนที่กำลังมองหาคลีนซิ่งผิวแพ้ง่ายก็มีตัวเลือกที่เหมาะสมให้เช่นกัน แต่ละประเภทมีจุดเด่นและเหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน ลองเช็กดูว่าแบบไหนตอบโจทย์ผิวคุณมากที่สุด

1. คลีนซิ่งวอเตอร์ / ไมเซล่าวอเตอร์ (Micellar Water)

คลีนซิ่งที่มีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก และมีเทคโนโลยีโมเลกุล “ไมเซลล่า” ทำหน้าที่เหมือนแม่เหล็กดูดจับเมคอัพ สิ่งสกปรก และความมันส่วนเกินออกจากผิวอย่างรวดเร็ว มีความบางเบา อ่อนโยน ส่วนใหญ่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือพาราเบน เหมาะกับผิวบอบบาง แพ้ง่าย และผิวผสม

2. คลีนซิ่งออยล์ (Cleansing Oil)

คลีนซิ่งที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสมหลัก ออกแบบมาเพื่อละลายเครื่องสำอาง เมคอัพกันน้ำ ครีมกันแดด และความมันส่วนเกิน ด้วยการใช้น้ำมันละลายน้ำมัน ทำให้ทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกและอ่อนโยน นอกจากนั้น ออยล์ยังมีส่วนช่วยบำรุงคงความชุ่มชื้นให้ผิวอีกด้วย เลยเหมาะกับผิวแห้งมากกว่าผิวอื่น ๆ

3. คลีนซิ่งบาล์ม (Cleansing Balm)

คลีนซิ่งที่มีเนื้อสัมผัสคล้าย ๆ กับเนยหรือขี้ผึ้ง เมื่อนวดลงบนผิวจะเปลี่ยนเป็นออยล์ และกลายเป็นน้ำนมเมื่อโดนน้ำ มีหลักการทำความสะอาดคล้าย ๆ กับออยล์ คือจะใช้น้ำมันละลายน้ำมัน ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกบนใบหน้าออกอย่างหมดจด และจะเหมาะกับผิวแห้ง ผิวผสม และผิวแพ้ง่าย

4. คลีนซิ่งมิลค์ / น้ำนม (Cleansing Milk)

คลีนซิ่งเนื้อสัมผัสเป็นครีมน้ำนม มีความนุ่มลื่น มีฟองน้อยหรือไม่มีเลย ช่วยทำความสะอาดได้ล้ำลึก และยังมีความบางเบา อ่อนโยน ช่วยละลายเมคอัพโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง หรือระคายเคือง เหมาะสำหรับคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย และผิวแห้ง บางยี่ห้อไม่จำเป็นต้องใช้สำลี ช่วยลดการเสียดสีจากการใช้สำลีไปได้ด้วย

5. คลีนซิ่งเจล (Cleansing Gel)

คลีนซิ่งที่มีเนื้อสัมผัสเป็นเจลใสหรือเหลว เนื้อไม่หนัก มีทั้งแบบมีฟองและไม่มีฟอง ตัวช่วยขจัดคราบเมคอัพ สิ่งสกปรก และความมันส่วนเกินโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ไม่อุดตันผิว และมักให้ความรู้สึกสดชื่นหลังใช้งาน มีความอ่อนโยนสูง เลยเหมาะกับผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือผิวมันเป็นสิวง่าย 

6. คลีนซิ่งครีม (Cleansing Cream)

คลีนซิ่งที่มีเนื้อสัมผัสเป็นครีมข้น มีส่วนผสมของน้ำมันและไขมัน เช่น Beeswax, Mineral Oil ฯลฯ เลยช่วยมอบความชุ่มชื้นให้ผิวได้สูง เลยจะเหมาะสำหรับคนผิวแห้งมาก หรือผิวขาดน้ำ ช่วยล้างเมคอัพหนา ๆ หรือเมคอัพกันน้ำได้ดี แต่ถ้าหากล้างไม่สะอาด อาจก่อให้เกิดการอุดตันได้ง่าย 

7. คลีนซิ่งแผ่นเช็ด (Cleansing Wipes)

คลีนซิ่งที่มาในรูปแบบแผ่นผ้า หรือทิชชู่เปียก ที่ชุบสารทำความสะอาดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรก ออกแบบมาเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการล้างหน้า โดยไม่ต้องใช้น้ำหรือสำลีแยกชิ้น เหมาะสำหรับพกพา เดินทาง หรือใช้งานในเวลาเร่งรีบ แต่หลังใช้ควรล้างหน้าด้วยโฟม หรือเจลล้างหน้าอีกครั้ง เพื่อความสะอาดหมดจดที่สุด และหากใช้เป็นประจำอาจทำให้ผิวแห้งได้มากกว่าคลีนซิ่งแบบอื่น ๆ

8. คลีนซิ่งโฟม 2-in-1

คลีนซิ่งที่รวม Makeup Remover (ล้างเครื่องสำอาง) และ Facial Cleanser (โฟมล้างหน้า) ไว้ในขั้นตอนเดียว ตัวช่วยล้างเครื่องสำอาง และทำความสะอาดผิวหน้าไปพร้อมกัน ส่วนใหญ่มีเอสเซ้นส์บำรุง ผิวจึงไม่แห้งตึงหลังล้าง โดยที่ไม่ต้องใช้คลีนซิ่งเช็ดก่อน ช่วยให้ประหยัดเวลาในการทำความสะอาดผิวหน้าได้มาก เหมาะสำหรับคนแต่งหน้าอ่อน ๆ หรือทาครีมกันแดด

ตารางเปรียบเทียบคลีนซิ่งทุกประเภท

ประเภทคลีนซิ่ง จุดเด่น ข้อดี ข้อเสีย เหมาะกับใคร
คลีนซิ่งวอเตอร์ / ไมเซล่าวอเตอร์ (Micellar Water) เนื้อน้ำ บางเบา อ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหรือระคายเคือง ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหรือระคายเคือง ส่วนใหญ่ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน ถ้าใช้เป็นประจำกับเมคอัพแน่นหนา อาจใช้ปริมาณสำลีและน้ำยาเยอะ  ผิวบอบบาง แพ้ง่าย และผิวผสม
คลีนซิ่งออยล์ (Cleansing Oil) เนื้อออยล์ ทำความสะอาดล้ำลึก อ่อนโยน คงความชุ่มชื้นให้ผิว ไม่ต้องใช้สำลี ลดแรงเสียดสี ผิวไม่ระคายเคือง อ่อนโยน และช่วยบำรุงผิว ถ้าล้างไม่สะอาด อาจทำให้อุดตัน  ขวดมักมีขนาดใหญ่และอาจหกเลอะเทอะได้ ผิวแห้ง
คลีนซิ่งบาล์ม (Cleansing Balm) เนื้อบาล์ม ทำความสะอาดล้ำลึก ให้ความชุ่มชื้นสูง อ่อนโยนต่อผิว ไม่ต้องใช้สำลี ลดแรงเสียดสี ผิวไม่ระคายเคือง อ่อนโยน และช่วยบำรุงผิว กระตุ้นการไหลเวียนเลือดขณะนวดทำความสะอาด  ถ้าล้างไม่สะอาด อาจทำให้อุดตัน บางสูตรอาจมีความเหนอะหนะ ไม่เหมาะกับผิวมันมาก ผิวแห้ง และผิวผสม
คลีนซิ่งมิลค์ / น้ำนม (Cleansing Milk) เนื้อน้ำนม บางเบา อ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง หรือระคายเคือง อ่อนโยน ทำความสะอาดเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกได้ดีเยี่ยมโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง  เนื้อค่อนข้างบางเบา อาจะไม่เหมาะกับเมคอัพจัดเต็ม ล้างได้ไม่หมดจดพอ ผิวแห้ง ผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่าย
คลีนซิ่งเจล (Cleansing Gel) เนื้อเจล ไม่หนัก ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ไม่อุดตันผิว  มีแรงตึงผิวต่ำ ทำให้ไม่ระคายเคืองผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ใช้งานง่าย ไม่หนักผิว ไม่เหมาะกับล้างเมคอัพหนัก ๆ หรือเมคอัพกันน้ำ  อาจต้องวนเจลบนหน้านานกว่าปกติเพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออก ผิวมัน ผิวผสม ผิวบอบบาง และผิวแพ้ง่าย
คลีนซิ่งครีม (Cleansing Cream) เนื้อครีม มอบความชุ่มชื้นให้ผิวได้สูง ทำความสะอาดเมคอัพหมดจด ช่วยล้างเมคอัพหนา ๆ หรือเมคอัพกันน้ำได้ดี ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้ผิวได้สูง   ถ้าหากล้างไม่สะอาด อาจก่อให้เกิดการอุดตันได้ง่าย  ผิวแห้ง ผิวธรรมดา และคนที่แต่งหน้าจัดเต็ม
คลีนซิ่งแผ่นเช็ด (Cleansing Wipes) คลีนซิ่งที่มาในรูปแบบแผ่นผ้า หรือทิชชู่เปียก ทำให้ล้างหน้าได้รวดเร็ว สะดวก ประหยัดเวลา เหมาะสำหรับพกพา เดินทาง หรือใช้งานในเวลาเร่งรีบ การเช็ดทำความสะอาดอาจทำให้ผิวเกิดการเสียดสีเพิ่มมากขึ้น คนแต่งหน้าอ่อน ๆ หรือทาครีมกันแดด เหมาะกับการใช้ในเวลาที่เร่งรีบ
คลีนซิ่งโฟม 2-in-1 รวม Makeup Remover (ล้างเครื่องสำอาง) และ Facial Cleanser (โฟมล้างหน้า) ไว้ในขั้นตอนเดียว  สะดวก ประหยัดเวลา ส่วนใหญ่มีเอสเซ้นส์บำรุง ผิวจึงไม่แห้งตึงหลังล้าง

ไม่สามารถลบเครื่องสำอางกันน้ำ ได้สะอาดหมดจด  คนแต่งหน้าอ่อน ๆ หรือทาครีมกันแดด ใช้ในเวลาเร่งรีบ

แนะนำ 10 คลีนซิ่ง ยี่ห้อไหนดี? 2569

1. Garnier Micellar Cleansing Water

 คลีนซิ่งล้างหน้า Garnier Micellar Cleansing Water

คลีนซิ่งวอเตอร์ทำความสะอาดผิวหน้า รอบดวงตา และริมฝีปาก อ่อนโยน ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอาง สิ่งสกปรก และฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ ใช้เทคโนโลยีไมเซล่า (Micellar) ทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กดูดจับคราบเมคอัพ สิ่งสกปรก ความมัน และฝุ่น PM2.5 ออกจากผิวหน้าได้อย่างหมดจด โดยไม่ต้องถูแรง ไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ ทำให้ผิวสะอาด กระจ่างใส สูตรสำหรับผิวธรรมดา มีแนวโน้มแพ้ง่าย ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง

  • สูตร / ส่วนผสมหลัก คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Hexylene Glycol, Poloxamer 184, และ Disodium Cocoamphodiacetate 
  • จุดเด่น ทำความสะอาดได้ทั้งผิวหน้า รอบดวงตา และริมฝีปาก ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ 
  • เหมาะกับผิวแบบไหน ผิวบอบบาง แพ้ง่าย และผิวผสม
  • ขนาด 125 มล.
  • ราคา 109 บาท

2. Bioderma Sensibio H2O

คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย Bioderma Sensibio H2O

คลีนซิ่งไมเซล่าสำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่ายโดยเฉพาะ ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอางและฝุ่น PM2.5 อย่างล้ำลึกถึง 99% มีความอ่อนโยนสูง ไม่ทำร้ายปราการผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง และไม่จำเป็นต้องล้างน้ำซ้ำ ทำให้ผิวสะอาด สดชื่น และรู้สึกสบาย รวมถึงมีค่า pH ใกล้เคียงกับผิวตามธรรมชาติ เหมาะสุด ๆ สำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวบอบบาง และคนที่ต้องการความอ่อนโยน 

  • สูตร / ส่วนผสมหลัก คลีนซิ่งไมเซล่าวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Micelle Solution Mannitol, Xylitol, Rhamnose (D.A.F. Patent) และ Cucumis Sativus (Cucumber) Fruit Extract 
  • จุดเด่น ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ปราศจากน้ำหอม พาราเบน และแอลกอฮอล์ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
  • เหมาะกับผิวแบบไหน เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย
  • ขนาด 250 มล.
  • ราคา 890 บาท

3.  Mizumi Smooth Cleansing Water

คลีนซิ่งล้างหน้า Mizumi Smooth Cleansing Water

คลีนซิ่งวอเตอร์สูตรนุ่มลื่นที่เน้นลดแรงเสียดสีผิว ใช้เทคโนโลยี Double Micellar ช่วยลบเครื่องสำอาง และกันแดดได้สะอาดหมดจด โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง และช่วยดักจับเมกอัพ และครีมกันแดดกันน้ำได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังช่วยลดแรงเสียดสีผิวด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มลื่น ลดการเกิดริ้วรอยจากการเช็ด ลบเครื่องสำอางออกหมดจด ให้ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งตึง อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย และลดสาเหตุการเกิดสิว แถมอุดมด้วยสารสกัดจากพืช 3 ชนิด (Broccoli, Chicory และ Celery) ช่วยให้ผิวไม่แห้งตึงหลังเช็ดด้วย

  • สูตร / ส่วนผสมหลัก คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของสารสกัดจาก Broccoli, Chicory และ Celery
  • จุดเด่น ให้ความชุ่มชื้นผิว ไม่แห้งตึงหลังใช้ ไม่มีน้ำหอม น้ำมัน แอลกอฮอล์ พาราเบน และสีสังเคราะห์ อ่อนโยน
  • เหมาะกับผิวแบบไหน สำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ 
  • ขนาด 500 มล.
  • ราคา 490 บาท

4. Bioré Perfect Cleansing Water Oil Clear

คลีนซิ่งล้างหน้า Bioré Perfect Cleansing Water Oil Clear

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางสูตรน้ำเทคโนโลยี Micellar จากญี่ปุ่น ช่วยดูดจับเมคอัพ สิ่งสกปรก และความมันอุดตัน ลึกถึงร่องรูขุมขนอย่างอ่อนโยน สะอาดหมดจด โดยไม่ต้องออกแรงถู เป็นสูตร Oil Clear ลดความมันส่วนเกิน พร้อมช่วยให้ผิวสดชื่น กระจ่างใส และลดปัญหาสิวโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ผ่านการทดสอบจากจักษุแพทย์มาแล้ว ว่าสามารถเช็ดรอบดวงตาได้

  • สูตร / ส่วนผสมหลัก คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Water, Dipropylene Glycol, PEG-12 Laurate (สารทำความสะอาด), และ Butylene Glycol
  • จุดเด่น ผ่านการทดสอบ 7 ประการ อ่อนโยนต่อผิว และรอบดวงตา ไม่มีแอลกอฮอล์ สี น้ำหอม และลดปัญหาสิว
  • เหมาะกับผิวแบบไหน เหมาะกับผิวผสม และผิวมัน
  • ขนาด 400 มล.
  • ราคา 249 บาท

5.  Hada Labo Premium Micellar Cleansing Water Whitening

คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย Hada Labo Premium Micellar Cleansing Water Whitening

คลีนซิ่งวอเตอร์ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอางกันน้ำ สิ่งสกปรก และฝุ่น PM2.5 ได้อย่างหมดจด ด้วย Triple Micellar Technology และยังมีส่วนช่วยผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใสด้วย Vitamin C และ Salicylic Acid พร้อมกับสารบำรุง Hyaluronic Acid และ Absorbent Hyaluronic Acid ช่วยให้ผิวไม่แห้งตึงหลังเช็ด เนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ สบายผิว สามารถเช็ดบริเวณรอบดวงตาได้โดยไม่แสบตา เป็นสูตรอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย

  • สูตร / ส่วนผสมหลัก คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Vitamin C, Salicylic Acid, Hyaluronic Acid และ Absorbent Hyaluronic Acid 
  • จุดเด่น ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงหลังเช็ด ไม่แสบตา ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมันแร่ น้ำหอม สี และพาราเบน อ่อนโยนต่อผิว และรอบดวงตา
  • เหมาะกับผิวแบบไหน เหมาะสำหรับผิวผสม และผิวมัน
  • ขนาด 310 มล.
  • ราคา 295 บาท

6. Bifesta Cleansing Lotion Sebum

คลีนซิ่งล้างหน้า Bifesta Cleansing Lotion Sebum

คลีนซิ่งวอเตอร์สูตรน้ำที่ออกแบบมาเพื่อผิวผสม และผิวมันโดยเฉพาะ ช่วยทำความสะอาดเมคอัพ และสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ช่วยขจัดความมันส่วนเกิน ลดการอุดตันของสิว นอกจากนั้นยังช่วยกระชับรูขุมขนด้วยสารสกัดจากชาเขียว และช่วยเติมความชุ่มชื้น สูตร Oil-free บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีไฮยาลูรอน (Hyaluronate) ช่วยคงความชุ่มชื้นให้ผิว เนื้อสัมผัสไม่เหนอะหนะ มีความอ่อนโยน ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน 

  • สูตร / ส่วนผสมหลัก คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของสารสกัดจากชาเขียว (Green Tea Extract) และไฮยาลูรอน (Hyaluronate)
  • จุดเด่น บำรุงให้ความชุ่มชื้น ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม สี และสารกันเสียชนิดพาราเบน ไม่ทำให้อุดตันและไม่ระคายเคืองผิว
  • เหมาะกับผิวแบบไหน เหมาะสำหรับผิวมัน ผิวผสม หรือผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง และสิวอุดตัน
  • ขนาด 400 มล.
  • ราคา 290 บาท

7. Plantnery Tea Tree Cleansing Water

คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย Plantnery Tea Tree Cleansing Water

คลีนซิ่งวอเตอร์สูตรไมเซล่าสกัดจากทีทรีออร์แกนิก ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอาง ความมัน และสิ่งสกปรกบนผิวหน้าได้อย่างหมดจดด้วยเทคโนโลยีไมเซล่า พร้อมลดการอักเสบ และการเกิดสิวใหม่ ควบคุมความมันบนใบหน้า กระชับรูขุมขนให้เรียบเนียน จากส่วนผสมของ Witch Hazel เป็นสูตรอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ และสารระคายเคือง เหมาะสำหรับคนเป็นสิว และผิวแพ้ง่าย

  • สูตร / ส่วนผสมหลัก คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Tea Tree Oil และ Witch Hazel 
  • จุดเด่น ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง (Dermatologically Tested) แล้วว่า ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน ซิลิโคน และสาร SLS 
  • เหมาะกับผิวแบบไหน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย และผิวมัน
  • ขนาด 300 มล.
  • ราคา 169 บาท

8. Smooth E Extra Sensitive Makeup Cleansing Water

คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย Smooth E Extra Sensitive Makeup Cleansing Water

เวชสำอางเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า และรอบดวงตาสูตรไมเซล่า (Micellar) อ่อนโยนสูง ช่วยลบเครื่องสำอางกันน้ำ และสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจด ลดสาเหตุการเกิดสิวและริ้วรอย ฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้นไม่แห้งตึง ออกแบบมาเพื่อผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ช่วยทำความสะอาดเมคอัพ สิ่งสกปรก และฝุ่นละออง PM 2.5 ได้อย่างล้ำลึกหมดจด ลดโอกาสการเกิดสิว ริ้วรอย รวมถึงช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น และกระจ่างใสขึ้น โดยไม่ระคายเคืองผิวและดวงตาอีกด้วย

  • สูตร / ส่วนผสมหลัก คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Niacinamide (Vitamin B3) และ Lecithin
  • จุดเด่น ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ (Irritation tested) ว่าไม่ระคายเคืองผิวและดวงตา สูตรไร้น้ำมัน แอลกอฮอล์ และพาราเบน
    เหมาะกับผิวแบบไหน เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวที่บอบบางแพ้ง่าย
  • ขนาด 200 มล.
  • ราคา 360 บาท

9. Senka All Clear Water Acne Care

คลีนซิ่งล้างหน้า Senka All Clear Water Acne Care

คลีนซิ่งไมเซล่าวอเตอร์สูตรน้ำสำหรับผิวเป็นสิวง่าย ช่วยทำความสะอาดเมคอัพ สิ่งสกปรก และความมันส่วนเกินอย่างอ่อนโยนโดยไม่ต้องล้างออก มีส่วนผสมของ Salicylic Acid 0.5% ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียสาเหตุของสิว และ Japanese Chamomile ปลอบประโลมผิว มีความอ่อนโยน ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน ซิลิโคน และน้ำมัน ซึ่งทางแบรนด์เขาเคลมมาว่า ช่วยลดโอกาสเกิดสิวใน 1 สัปดาห์ ได้อีกด้วย 

  • สูตร / ส่วนผสมหลัก คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของเจแปนนีส คาโมมายล์ และซาลิไซลิก แอซิด
  • จุดเด่น ลดการสะสมของแบคทีเรีย ลดโอกาสเกิดสิว อ่อนโยนต่อผิว ไม่ใส่แอลกอฮอล์ ไม่ใส่มิเนอรัลออยล์ ไม่ใส่สารแต่งสี ไม่ใส่น้ำหอม ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง (Dermatologically Tested) แล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
  • เหมาะกับผิวแบบไหน ผิวเป็นสิวง่าย
  • ขนาด 400 มล.
  • ราคา 299 บาท

10. Gravich Gentle Smooth Cleansing Water

คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย Gravich Gentle Smooth Cleansing Water

คลีนซิ่งไมเซล่าสูตรอ่อนโยน ใช้เทคโนโลยี 3X Triple Micellar ที่ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอาง กันแดด และฝุ่นมลภาวะได้อย่างหมดจดในขั้นตอนเดียว เนื้อสัมผัสนุ่มลื่น ลดการเสียดสีขณะเช็ด ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ ไม่แห้งตึงหลังใช้ ลดการเสียดสีขณะเช็ดด้วยส่วนผสมของ Ceramide, Panthenol (B5) และ Collagen ปราศจากสารระคายเคือง และผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง (Dermatologically Tested) มาแล้ว เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวแพ้ง่าย 

  • สูตร / ส่วนผสมหลัก คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Ceramide, Panthenol (Vitamin B5) และ Hyaluronate 
  • จุดเด่น ลดการเสียดสีขณะเช็ด ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ ไม่แห้งตึงหลังใช้ ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง (Dermatologically Tested) แล้วว่า ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน สารกลุ่มซัลเฟต (SLS / SLES) ซิลิโคน สี และน้ำมันแร่
  • เหมาะกับผิวแบบไหน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย
  • ขนาด 500 มล.
  • ราคา 319 บาท

ตารางเปรียบเทียบคลีนซิ่งแนะนำ

ยี่ห้อ สูตร / ส่วนผสมหลัก ขนาด ราคา จุดเด่น เหมาะกับผิวแบบใด
Garnier Micellar Cleansing Water




คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Hexylene Glycol, Poloxamer 184, และ Disodium Cocoamphodiacetate 125 มล. 109 บาท ทำความสะอาดได้ทั้งผิวหน้า รอบดวงตา และริมฝีปาก ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์  ผิวบอบบาง แพ้ง่าย และผิวผสม
Bioderma Sensibio H2O



คลีนซิ่งไมเซล่าวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Micelle Solution Mannitol, Xylitol, Rhamnose (D.A.F. Patent) และ Cucumis Sativus (Cucumber) Fruit Extract 250 มล. 890 บาท ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ปราศจากน้ำหอม สารกันเสีย พาราเบน แลแอลกอฮอล์ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง  ทุกสภาพผิวแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย
Mizumi Smooth Cleansing Water


คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของสารสกัดจาก Broccoli Chicory และ Celery
500 มล. 490 บาท  ให้ความชุ่มชื้นผิว ไม่แห้งตึงหลังใช้ ไม่มีน้ำหอม น้ำมัน แอลกอฮอล์ พาราเบน และสีสังเคราะห์ อ่อนโยน
ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวบอบบางแพ้ง่าย
Bioré Perfect Cleansing Water Oil Clear 



คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Water, Dipropylene Glycol, PEG-12 Laurate (สารทำความสะอาด) และ Butylene Glycol
400 มล. 249 บาท ผ่านการทดสอบ 7 ประการ อ่อนโยนต่อผิวและรอบดวงตา ไม่มีแอลกอฮอล์ สี น้ำหอม และช่วยลดปัญหาสิว ผิวผสม และผิวมัน
Hada Labo Premium Micellar Cleansing Water Whitening



คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ  Vitamin C, Salicylic Acid, Hyaluronic Acid และ Absorbent Hyaluronic Acid 
310 มล. 295 บาท ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง หลังเช็ด ไม่แสบตา และไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมันแร่ น้ำหอม สี และพาราเบน อ่อนโยนต่อผิว และรอบดวงตา ผิวผสม และผิวมัน
Bifesta Cleansing Lotion Sebum

คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของสารสกัดจากชาเขียว (Green Tea Extract) และ Hyaluronate 400 มล. 290 บาท

บำรุงให้ความชุ่มชื้น ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม สี และสารกันเสียชนิดพาราเบน ไม่ทำให้อุดตันและไม่ระคายเคืองผิว ผิวมัน ผิวผสม หรือผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง และสิวอุดตัน
Plantnery Tea Tree Cleansing Water 

คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Tea Tree Oil และ Witch Hazel  300 มล. 169 บาท ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง (Dermatologically Tested) แล้วว่า ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน ซิลิโคน และสาร SLS เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวมัน ผิวแพ้ง่าย และผิวมัน
Smooth E Extra Sensitive Makeup Cleansing Water



คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Niacinamide (Vitamin B3) และ Lecithin 200 มล. 360 บาท ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ (Irritation tested) แล้วว่า ไม่ระคายเคืองผิวและดวงตา สูตรไร้น้ำมัน แอลกอฮอล์ และพาราเบน ทุกสภาพผิว แม้ผิวที่บอบบางแพ้ง่าย
Senka All Clear Water Acne Care 
 

คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของเจแปนนีส คาโมมายล์ และซาลิไซลิก แอซิด
400 มล.
299 บาท ลดการสะสมของแบคทีเรีย ลดโอกาสเกิดสิว อ่อนโยนต่อผิว ไม่ใส่แอลกอฮอล์ ไม่ใส่มิเนอรัล ออยล์ ไม่ใส่สารแต่งสี ไม่ใส่น้ำหอม ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
ผิวเป็นสิวง่าย 
Gravich Gentle Smooth Cleansing Water


คลีนซิ่งวอเตอร์ มีส่วนผสมของ Ceramide, Panthenol (Vitamin B5) และ Hyaluronate  500 มล. 319 บาท ลดการเสียดสีขณะเช็ด ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ไม่แห้งตึงหลังใช้
ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง (Dermatologically Tested) แล้วว่า ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน สารกลุ่มซัลเฟต (SLS / SLES) ซิลิโคน สี และน้ำมันแร่
ผิวแพ้ง่าย

คลีนซิ่ง vs โฟมล้างหน้า ต่างกันอย่างไร?

ถึงแม้ว่าทั้งคลีนซิ่งและโฟมล้างหน้า จะทำหน้าที่ทำความสะอาดผิวหน้าเหมือนกัน แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่ขั้นตอนการทำความสะอาด สำหรับ คลีนซิ่ง (Cleansing / Makeup Remover) จะทำหน้าที่ขจัดเมคอัพ สิ่งสกปรกฝังลึก และน้ำมันส่วนเกิน มักจะใช้เช็ดล้างเครื่องสำอาง และคราบกันแดดก่อนการล้างหน้า ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำในการทำความสะอาดผิว

ส่วน โฟมล้างหน้า (Foam Cleanser / Facial Foam) จะทำหน้าที่ทำความสะอาดผิวหน้าทั่วไป ล้างคราบเหงื่อ น้ำมัน และสิ่งสกปรกที่เหลือจากขั้นตอนแรก ใช้ทำความสะอาดผิวหน้าเป็นขั้นตอนที่สอง เพราะจำเป็นต้องใช้น้ำเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาด เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างออกให้หมดจด 

Double Cleansing คืออะไร?

คือวิธีการทำความสะอาดผิวหน้า 2 ขั้นตอน เพื่อขจัดเครื่องสำอาง ครีมกันแดด และมลภาวะอย่างหมดจด ส่วนใหญ่มักจะทำในขั้นตอนล้างหน้า Night Routine เนื่องจากผิวหน้าต้องเจอกับทั้งเครื่องสำอาง เหงื่อ ฝุ่น ควัน และมลภาวะมาตลอดทั้งวัน การล้างหน้าในขั้นตอนเดียวอาจไม่สามารถล้างสิ่งสกปรกออกไปได้อย่างหมดจด จึงต้องล้างหน้าแบบ Double Cleansing ด้วยคลีนซิ่งออยล์หรือบาล์มก่อน เพื่อสลายคราบมัน แล้วตามด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้า เพื่อขจัดสิ่งสกปรกตกค้าง จะช่วยลดสิวและผิวอุดตันได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ใครจำเป็นต้อง Double Cleanse?

สำหรับคนที่แต่งหน้าเป็นประจำ ใช้ครีมกันแดดที่ติดทนนาน กันน้ำ คนผิวหน้ามัน มีปัญหาสิว หรือคนที่ต้องเจอมลภาวะฝุ่นควัน ค่อนข้างจำเป็นในการทำความสะอาดแบบ Double Cleanse เพื่อขจัดคราบเมคอัพ และสิ่งสกปรกอุดตันที่ล้างออกยาก ออกจากรูขุมขนให้หมดจดที่สุด ช่วยลดสิวอุดตันและการเกิดสิวใหม่ได้ด้วย

ทำ Double Cleansing ทีละขั้นตอนอย่างไร?

สำหรับการทำ Double Cleansing ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดด้วยคลีนซิ่งออยล์หรือบาล์มก่อน เพื่อสลายคราบมัน แล้วตามด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้า เพื่อขจัดสิ่งสกปรกตกค้าง ช่วยลดสิวและผิวอุดตันอีกรอบหนึ่ง ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1 ทำความสะอาดด้วย Oil-based

เลือกใช้คลีนซิ่งออยล์ บาล์ม หรือไมเซล่า วอเตอร์ เพื่อสลายคราบเครื่องสำอางและครีมกันแดดออก ในขั้นตอนนี้ ควรนวดหน้าวนตามแนวรูขุมขนเบา ๆ เพื่อขัดเอาสิ่งสกปรกออก ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง สดใส

ขั้นที่ 2 ทำความสะอาดด้วย Water-based

ล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้าตามปกติอีกครั้ง เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่หลงเหลือและความมันออก

เลือกคลีนซิ่งล้างหน้ายังไงให้ตรงตามสภาพผิว

เลือกคลีนซิ่งยังไงให้ตรงตามสภาพผิว?

การเลือกคลีนซิ่งให้เหมาะกับสภาพผิวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคลีนซิ่งที่ไม่เหมาะอาจทำให้ผิวแห้งตึง อุดตัน หรือระคายเคืองได้ โดยเฉพาะคนผิวบอบบางที่ต้องการคลีนซิ่งผิวแพ้ง่ายเป็นพิเศษ มาดูกันว่าแต่ละสภาพผิวควรเลือกแบบไหน

1. ผิวมัน

ควรเลือกคลีนซิ่งล้างหน้าเนื้อบางเบา เช่น น้ำ เจล เพื่อทำความสะอาดความมัน และสิ่งสกปรกที่อุดตันได้อย่างล้ำลึก โดยไม่ทิ้งความมันเพิ่ม และเลี่ยงส่วนผสมน้ำมันและแอลกอฮอล์ รวมถึงเลือกสูตรควบคุมความมัน อ่อนโยน มีค่า pH สมดุล และลดการอุดตันของสิว (Non-comedogenic)

2. ผิวแห้ง

ควรเลือกคลีนซิ่งที่ช่วยเติม และกักเก็บความชุ่มชื้นสูง เช่น เนื้อน้ำนม ออยล์ หรือบาล์ม เพื่อล้างเมคอัพโดยไม่ทำลายน้ำมันธรรมชาติ รวมถึงสูตรที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid, Ceramide, หรือ Aloe Vera เพื่อป้องกันผิวแห้งตึงหลังล้าง 

3. ผิวแพ้ง่าย / ผิวบอบบาง

ควรเลือกคลีนซิ่งผิวแพ้ง่ายสูตรอ่อนโยน มีค่า pH ใกล้เคียงกับผิว และเนื้อสัมผัสบางเบา เช่น ไมเซล่า วอเตอร์ หรือน้ำนม รวมถึงเลือกสูตรที่มีส่วนผสมช่วยปลอบประโลมผิว เช่น เซราไมด์ ไฮยาลูรอน หรือสารสกัดจากธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน และสีสังเคราะห์

4. ผิวผสม

ควรเลือกคลีนซิ่งล้างหน้าที่ช่วยขจัดความมันส่วนเกินบริเวณ T-zone แต่ยังคงความชุ่มชื้นให้แก้ม หรือส่วนที่แห้งได้ดี อาจจะเป็นคลีนซิ่งแบบเจล น้ำนม หรือไมเซล่า ที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา อ่อนโยนก็ได้ และควรเลือกสูตรที่ไม่มีแอลกอฮอล์ หรือน้ำมันอุดตัน (Non-comedogenic) เพื่อรักษาสมดุลผิว 

5. ผิวเป็นสิว

ควรเลือกคลีนซิ่งผิวแพ้ง่ายที่มีความอ่อนโยน ไม่ทิ้งความมัน และไม่อุดตัน อย่างสูตรที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน เพื่อลดการระคายเคือง และควบคุมความมัน รวมถึงเลือกสูตรที่มีส่วนผสม Salicylic Acid (BHA), Zinc หรือ Tea Tree Oil เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิว คุมมัน และจัดการแบคทีเรีย ลดการอุดตัน

ส่วนผสมสำคัญในคลีนซิ่งมีอะไรบ้าง?

การอ่านฉลากส่วนผสมก่อนเลือกซื้อคลีนซิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะส่วนผสมบางชนิดช่วยบำรุงและปกป้องผิว ในขณะที่บางชนิดอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะสำหรับคนผิวแพ้ง่ายที่ต้องเลือกคลีนซิ่งอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

สารทำความสะอาด

  • Micelle กลุ่มโมเลกุลของสารลดแรงตึงผิว ช่วยดักจับไขมัน คราบเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกให้ละลายออกมา 
  • น้ำมันพืช น้ำมันพืชใช้แล้วสามารถนำมาผลิตเป็นสบู่เหลว (K-Soap) และสารทำความสะอาดชีวภาพ เพื่อเป็นการลดปัญหาน้ำมันอุดตันในท่อระบายน้ำ ช่วยกำจัดคราบไขมัน ฝุ่นละออง และคราบฝังแน่นได้
  • Mineral Oil สารประกอบไฮโดรคาร์บอนกักเก็บความชุ่มชื้น โดยสร้างฟิล์มเคลือบผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นได้ยาวนาน

สารบำรุงที่ควรมองหา

  • Centella หรือใบบัวบก มีคุณสมบัติเด่นในการปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบ สมานแผล ลดรอยแดงและรอยสิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่น
  • Ceramide ไขมันชนิดหนึ่งที่พบได้ตามธรรมชาติในผิวหนังของเรา ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ป้องกันผิวจากการระคายเคือง และเป็นเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
  • Hyaluronic Acid สารน้ำตาลโมกุลหวาน (Polysaccharide) ชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายผลิตได้เองตามธรรมชาติ พบมากบริเวณผิวหนัง ข้อต่อ และดวงตา ช่วยกักเก็บน้ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวหนังเต่งตึง อิ่มฟู 
  • Panthenol สารตั้งต้นของวิตามิน B5 (Pantothenic Acid) ที่ร่างกายสามารถดูดซึมและเปลี่ยนเป็นวิตามิน B5 ได้ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง เสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง และช่วยซ่อมแซมผิว
  • Niacinamide วิตามินบี 3 ชนิดหนึ่ง ที่ละลายในน้ำ ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว กระตุ้นการผลิตเซราไมด์ ลดความมัน กระชับรูขุมขน ลดการอักเสบของสิว รอยแดง และรอยดำ ทำให้ผิวสว่างใส เปล่งปลั่ง
  • Squalane สารให้ความชุ่มชื้นประสิทธิภาพสูง ที่เสถียรและอ่อนโยน ช่วยล็อกความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว ซึมไว ไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่อุดตันรูขุมขน

สารที่ควรหลีกเลี่ยง

  • SLS สารที่มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาด ขจัดน้ำมัน แต่อาจจะดึงความชุ่มชื้นออกไปจากหนังศีรษะด้วย อาจจะทำให้หนังศีรษะแห้งกร้าน และเสียสมดุลได้ 
  • Alcohol ช่วยให้สารทำความสะอาดและส่วนผสมอื่นๆ ผสมเข้ากันได้ดี เพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาด แต่ถ้ามีแอลกอฮอล์ในปริมาณที่สูงเกินไป อาจทำให้ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น 
  • Fragrance ทำให้มีกลิ่นหอม สดชื่นมากขึ้น แต่มักก่อให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองขึ้นได้ด้วย
  • Essential Oil เข้มข้น สารสกัดบริสุทธิ์จากพืชธรรมชาติ ทำให้มีกลิ่นหอม สดชื่นมากขึ้น แต่ก็มักก่อให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองขึ้นได้ด้วย

ใช้คลีนซิ่งอย่างไรให้ถูกต้อง?

การใช้คลีนซิ่งให้ถูกวิธีช่วยให้ทำความสะอาดผิวได้หมดจดและลดการระคายเคือง เพราะแต่ละประเภทมีขั้นตอนการใช้งานที่แตกต่างกัน มาดูวิธีใช้ที่ถูกต้องตามประเภทกันเลย

วิธีใช้คลีนซิ่งวอเตอร์

ควรใช้ก่อนอาบน้ำล้างหน้ารอบเย็น เพื่อล้างเครื่องสำอาง ครีมกันแดด และมลภาวะออกก่อน ด้วยการเทใส่สำลีให้ชุ่ม แปะทิ้งไว้ 2 – 3 วินาที บริเวณที่แต่งหน้าหนัก แล้วเช็ดเบา ๆ ไปทางเดียวกับรูขุมขนจนสำลีสะอาด ทำซ้ำจนหมดคราบ

วิธีใช้คลีนซิ่งออยล์ / บาล์ม

นวดออยล์หรือบาล์มลงบนผิวหน้าที่แห้ง นวดวนเบา ๆ เพื่อละลายเครื่องสำอางกันน้ำ จากนั้นพรมน้ำเล็กน้อยเพื่อนวดให้เป็นเนื้อน้ำนม แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรนวดออยล์หรือบาล์มตอนหน้าเปียก จะทำให้ล้างเครื่องสำอางได้ไม่เต็มที่ และไม่ควรใช้สำลีเช็ดออก เพราะจะทำให้ผิวระคายเคืองได้

คลีนซิ่ง vs โฟมล้างหน้า vs โทนเนอร์ ต่างกันอย่างไร?

ประเภท จุดเด่น ข้อดี ข้อเสีย เหมาะกับผิวแบบไหน
คลีนซิ่ง ช่วยทำความสะอาดล้ำลึก สามารถละลายเมคอัพกันน้ำ และสิ่งสกปรกที่ตกค้างในรูขุมขนได้ดี มีหลายเนื้อสัมผัสให้เลือก เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ถ้าหากล้างทำความสะอาดไม่หมดจด อาจก่อให้เกิดการอุดตันได้ ทุกสภาพผิว
โฟมล้างหน้า ช่วยทำความสะอาดอย่างล้ำลึก ดึงสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกิน หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง มีหลายสูตรให้เลือก อาจทำให้ผิวแห้งตึง หรือระคายเคืองในผู้ที่มีผิวแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย หากมีส่วนผสมของสารทำความสะอาดที่รุนแรง ผิวมัน ผิวผสม และผิวธรรมดา 
โทนเนอร์ ช่วยปรับสมดุลผิว คืนค่า pH ให้สมดุลหลังล้างหน้า ลดโอกาสผิวระคายเคืองหรือแห้งตึง มีส่วนผสมช่วยบำรุงผิว บางสูตรช่วยลดความมันส่วนเกิน ผลัดเซลล์ผิว และลดการอุดตันของสิว ส่วนใหญ่มีแอลกอฮอล์ เมนทอล หรือน้ำหอม อาจทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแห้ง และแพ้ง่าย หากใช้โทนเนอร์เพื่อผลัดเซลล์ผิวบ่อยเกินไปอาจทำให้ผิวบางและระคายเคือง ทุกสภาพผิว
ปัญหาที่พบจากการใช้คลีนซิ่ง

ปัญหาที่พบบ่อยจากการใช้คลีนซิ่งมีอะไรบ้าง?

แม้คลีนซิ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน แต่การเลือกหรือใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้เกิดปัญหาผิวตามมาได้เช่นกัน มาเช็กกันว่าปัญหาที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง และเกิดจากสาเหตุใด

1. ใช้แล้วหน้าแห้งตึง

คลีนซิ่งล้างหน้าบางชนิดมีสารทำความสะอาดที่รุนแรงหรือค่า pH ไม่เหมาะสม จนชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติและทำลายเกราะป้องกันผิวมากเกินไป ทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติ ทำให้ผิวแห้ง ลอก เป็นขุย รวมถึงการล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธี เช่น ล้างหน้าด้วยน้ำร้อนหรืออุ่นจัด ล้างหน้าบ่อยเกินไป

2. ใช้แล้วเป็นสิวอุดตัน

ปัญหาใช้คลีนซิ่งแล้วเป็นสิวอุดตัน อาจจะมีสาเหตุมาจากการเลือกประเภทคลีนซิ่ที่งไม่เหมาะกับสภาพผิว หรือล้างคลีนซิ่งออยล์และบาล์ม ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันและเนื้อหนืดออกไม่หมด จนทำให้เกิดสารตกค้างอุดตันรูขุมขน และเกิดสิวขึ้นได้

3. ใช้แล้วผิวแดง คัน ระคายเคือง

เมื่อใช้คลีนซิ่งแล้วผิวแดง คัน ระคายเคือง อาจจะมีสาเหตุมาจากคลีนซิ่งบางชนิด มีส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน และสารกันเสีย ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองขึ้นได้ อาจทำให้ผิวแสบ แดง คัน หรือเกิดผื่น โดยเฉพาะผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย

4. ล้างเครื่องสำอางไม่ออก

สำหรับปัญหาล้างเครื่องสำอางไม่ออก ลองเช็กดูว่าใช้คลีนซิ่งในปริมาณที่พอเหมาะหรือเปล่า อาจจะมีสาเหตุมาจากการใช้คลีนซิ่งที่น้อยเกินไป หรือเลือกใช้คลีนซิ่งผิดประเภท ทำให้เกิดเครื่องสำอางและสิ่งอุดตันตกค้าง ก่อให้เกิดสิว

5. ใช้ออยล์แล้วหน้ามัน

การใช้คลีนซิ่งออยล์แล้วหน้ามัน อาจจะเกิดจากการล้างออยล์ไม่สะอาด ทำให้คราบออยล์ตกค้าง หรือเลือกใช้ออยล์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว จึงเกิดการอุดตันของรูขุมขน รวมถึงออยล์บางประเภทมีขนาดโมเลกุลใหญ่ ถ้าคนผิวมันหรือผิวเป็นสิวง่ายใช้ จะทำให้รูขุมขนอุดตันและหน้ามันกว่าเดิม

ดังนั้น คลีนซิ่ง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า เพราะมีเนื้อสัมผัสที่บางเบา ไม่อุดตัน อ่อนโยน แถมยังล้างออกง่าย และช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวไม่แห้งตึง เหมาะสุด ๆ สำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย ซึ่งในวัตสันเองก็มีคลีนซิ่งล้างหน้าที่หลากหลาย มาให้เพื่อนๆ ได้เลือกกันอีกเพียบ สามารถไปช้อปคลีนซิ่งที่เหมาะกับสภาพผิวกันได้ทั้งจากร้านค้า และทางออนไลน์ของวัตสันได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

Q: จำเป็นต้องคลีนซิ่งก่อนล้างหน้าไหม?

A: สำหรับคนที่แต่งหน้าเป็นประจำ ใช้ครีมกันแดดที่ติดทนนาน กันน้ำ คนผิวหน้ามัน มีปัญหาสิว หรือคนที่ต้องเจอมลภาวะฝุ่นควัน จำเป็นมาก ๆ ในการใช้คลีนซิ่งก่อนล้างหน้า เพราะการล้างแค่โฟมล้างหน้า หรือเจลล้างหน้าครั้งเดียวอาจจะทำความสะอาดได้ไม่เพียงพอ จึงต้องใช้คลีนซิ่งในการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออกก่อนหนึ่งรอบ 

Q: ใช้คลีนซิ่งวันละกี่ครั้ง?

A: โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดผิวหน้า วันละ 1 – 2 ครั้ง อาจจะใช้เฉพาะในช่วงเย็นเป็นหลัก เพื่อเช็ดเครื่องสำอางและครีมกันแดด รวมถึงป้องกันสิ่งอุดตันภายในรูขุมขน ส่วนคนผิวมัน หรือคนที่ออกกำลังกาย เหงื่อออกมาก สามารถใช้คลีนซิ่งได้ทั้งเช้าและเย็น เพื่อทำความสะอาดให้หมดจดยิ่งขึ้น

Q: ทาแค่กันแดด ต้องคลีนซิ่งไหม?

A: เมื่อทากันแดดแล้ว จำเป็นต้องใช้คลีนซิ่งในการทำความสะอาดอย่างมาก โดยเฉพาะกันแดดสูตรติดทนนาน กันน้ำ การไม่เช็ดคลีนซิ่งจะทำให้คราบกันแดดสะสม อุดตันรูขุมขน และส่งผลให้เกิดสิวอุดตัน หรือสิวอักเสบตามมาได้ จึงควรใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดก่อน 1 รอบ แล้วค่อยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าตามปกติ

Q: ไม่แต่งหน้า ต้องใช้คลีนซิ่งไหม?

A: ถึงแม้ว่าจะไม่แต่งหน้า แต่ก็แนะนำให้ใช้คลีนซิ่งจะดีกว่า เพราะโฟมล้างหน้า หรือเจลล้างหน้าทั่วไป ไม่สามารถล้างคราบครีมกันแดด ฝุ่นละออง PM2.5 และความมันส่วนเกิน ที่สะสมระหว่างวันได้อย่างหมดจด การใช้คลีนซิ่งจะช่วยป้องกันการอุดตันรูขุมขน และลดสาเหตุการเกิดสิวอุดตัน สิวอักเสบ ทำให้ผิวหน้าสะอาดใสขึ้นด้วย

Q: คลีนซิ่งเปิดฝาแล้วใช้ได้กี่เดือน?

A: สำหรับคลีนซิ่งที่เปิดฝาแล้ว แนะนำให้ใช้ให้หมดภายใน 6 – 12 เดือน หรือดูจากสัญลักษณ์ PAO (รูปกระปุกเปิดฝา) บนบรรจุภัณฑ์ บ่งบอกอายุการใช้งานที่ปลอดภัย ส่วนใหญ่มีอายุใช้งาน 1 ปี หลังจากเปิดการใช้งาน หรือถ้าสังเกตเห็นการเปลี่ยนสี หรือกลิ่นไม่เหมือนเดิม ก็แสดงว่าคลีนซิ่งอาจจะเสื่อมสภาพ หรือหมดอายุไปแล้ว

คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ

Previous

15 ยาสระผม ยี่ห้อไหนดี รวมแชมพูสระผมสูตรยอดนิยม

Related Topics
Share
WHAT’S HOT
  1. 10 ร้านเสื้อผ้าในไอจีราคาถูก หลักร้อย ไม่ตกเทรนด์
  2. 12 สกินแคร์จาก CICA ส่วนผสมช่วยลดสิว ผิวระคายเคือง
  3. 10 สถานที่ขอพรเรื่องความรัก ช่วยคนโสดไม่ให้นก
  4. 15 ครีมบำรุงผิวขาว และครีมทาผิวขาวยี่ห้อไหนดี 2026
  5. แต่งหน้าเป๊ะปังด้วยเมคอัพ ชิ้นที่สอง1บาท
  6. 3 แชมพูม่วง ยี่ห้อไหนดี? ไอเทมล็อกสีผมให้สวยยาวนาน ไม่หลุด ไม่หมอง
  7. 10 คอนแทคเลนส์สายตาสั้น ยี่ห้อไหนดี ปลอดภัย ใส่สบายตา
  8. ตัดเล็บวันไหนดี วันไหนห้ามตัดเล็บ เสริมดวงตามความเชื่อโบราณ
  9. 10 คอนแทคเลนส์สายตาสั้น ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ปลอดภัย ใส่สบายตา
  10. 15 ยาสระผม ยี่ห้อไหนดี รวมแชมพูสระผมสูตรยอดนิยม
  11. 10 คลีนซิ่ง ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมสูตรผิวแห้ง ผิวมัน ผิวแพ้ง่าย
*/?>