ถ้าพูดถึงครีมโอเลย์ (Olay) หลายคนอาจจะนึกถึงสกินแคร์ตัวช่วยลดเลือนริ้วรอยตัวท็อป ๆ แต่ความจริงแล้วครีมโอเลย์ไม่ได้ตอบโจทย์แค่วัยผู้ใหญ่หรือวัยทำงานที่เริ่มมีริ้วรอยเท่านั้น ยังมีอีกหลายสูตรที่ออกแบบมาเพื่อบำรุงผิวได้ทุกวัย ใครที่กำลังสงสัยว่าครีมโอเลย์ตัวไหนดีที่สุดสำหรับตัวเอง วัตสันรวบรวมครีม Olay ใช้ดีตอบโจทย์ทุกสภาพผิวมาแบ่งปันไว้ในบทความนี้แล้ว
โอเลย์ (Olay) คือแบรนด์อะไร? ทำไมครองใจสาวไทยมาหลายรุ่น?
โอเลย์ (Olay) เป็นแบรนด์ดูแลผิวชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ในเครือ P&G เป็นที่รู้จักของคนไทยมายาวนาน เรียกได้ว่าอยู่มาทุกยุค นอกจากเรื่องของคุณภาพและนวัตกรรมที่ใช้แล้วเห็นผลได้ดี โอเลย์ยังพัฒนาสกินแคร์ออกมาให้ครอบคลุมทุกความต้องการของผิว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ หรือต้องการความชุ่มชื้น โอเลย์มีการวิจัยผลิตภัณฑ์ที่ตรงจุด ทั้งเซรั่ม ครีมบำรุง และครีมกันแดด ตอบโจทย์ผิวคนไทย ช่วยดูแลทั้งปัญหาริ้วรอย และความกระจ่าง เพราะขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรม Anti-aging ลดเลือนริ้วรอยและความหมองคล้ำด้วยส่วนผสมประสิทธิภาพสูง เช่น ไนอะซินาไมด์ (Vitamin B3) และเปปไทด์อยู่ด้วย
เทคโนโลยีและส่วนผสมเด่นของครีมโอเลย์มีอะไรบ้าง?
ครีมโอเลย์แต่ละสูตรให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน เพราะใช้เทคโนโลยีและส่วนผสมที่แตกต่างกัน รู้จักส่วนผสมเหล่านี้ไว้ก่อน จะช่วยให้เลือกครีม Olay ได้ตรงกับสิ่งที่ผิวต้องการมากขึ้น
- Amino-Peptide Complex II ส่วนผสมเข้มข้นที่รวมกรดอะมิโนและเปปไทด์ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเร่งการผลัดเซลล์ผิวใหม่ เพื่อลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก ให้ผิวเนียนนุ่ม ยกกระชับ แข็งแรง และคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวดูเด็กลง
- Bioavailable Retinoid (Retinol24™ Technology) เทคโนโลยีที่ผสานวิตามิน A (Retinol) และ Niacinamide (Vitamin B3) ที่ซึมลึกเข้าสู่ผิวชั้นนอกสุดถึง 10 ชั้น เพื่อฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองสูงเหมือนเรตินอลทั่วไป ช่วยลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน และให้ความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง
- Niacinamide (Vitamin B3) วิตามินบำรุงผิวที่สกัดเข้มข้น ออกแบบมาเพื่อซึมลึกถึง 10 ชั้นผิว มีคุณสมบัติหลักในการฟื้นฟูผิว ลดรอยดำ รอยแดง จากสิว กระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้น และปรับผิวให้กระจ่างใสอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
- Hyaluronic Acid สารเติมความชุ่มชื้นที่มีโครงสร้างคล้ายน้ำตาล ซึ่งร่างกายสร้างได้เองตามธรรมชาติ ทำหน้าที่ล็อกและกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิว ช่วยให้ผิวหน้าอิ่มฟู นุ่มเด้ง ฉ่ำวาว ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และเติมน้ำให้ผิวที่แห้งกร้านได้ทันที ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
- Pro-Vitamin B5 (Panthenol) วิตามินบี 5 ชนิดหนึ่งที่ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีเยี่ยม ทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง ลดรอยแดง และเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นยาวนาน และช่วยฟื้นฟูผิวจากการอักเสบได้ดีมาก
- Pearl-Optics™ Technology เทคโนโลยีสิทธิบัตรที่ออกแบบมาเพื่อลดปัญหาสีผิวหมองคล้ำและจุดด่างดำโดยตรง ช่วยบำรุงลึกถึงชั้นผิวเพื่อปรับผิวให้เปล่งประกายกระจ่างใสดูออร่าราวมุก ใช้เป็นส่วนผสมในครีมโอเลย์ โดยเฉพาะในซีรีส์ Luminous
- Vitamin E + B3 ตัวช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง กระจ่างใส และชุ่มชื้น สำหรับ Vit B3 จะช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวสม่ำเสมอ ส่วน Vit E ทำหน้าที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ปกป้องผิวจากมลภาวะและริ้วรอย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์และผิวสุขภาพดี
ครีมโอเลย์มีกี่ Series? ต่างกันอย่างไร? เหมาะกับใคร?
| Series | สีกระปุก | จุดเด่น | เหมาะกับ | ช่วงอายุ |
| Regenerist Micro-Sculpting | สีแดง | ใช้เทคโนโลยี Amino-peptide Complex ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นกระชับขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นผลได้ไว | ผู้ที่ต้องการป้องกันและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ผิวที่เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น | 30 – 40 ปี ขึ้นไป |
| Regenerist Retinol24 | สีม่วงเข้ม | ลดริ้วรอยและกระชับรูขุมขนด้วยเทคโนโลยี Niacinamide + Retinol ซึมไว ไม่เหนอะหนะ บำรุงลึกถึงชั้นผิว ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง | ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอย หรือต้องการดูแลผิวให้แน่นฟู กระจ่างใสขึ้นอย่างรวดเร็ว | 25 – 30 ปี ขึ้นไป |
| White Radiance | สีขาวหรือเงิน | เนื้อครีมเข้มข้นที่เน้นปรับสีผิวให้กระจ่างใส ลดจุดด่างดำ และเติมความชุ่มชื้น ปรับผิวหมองคล้ำให้ดูเปล่งประกาย ลดจุดด่างดำ รอยแดง และช่วยให้ผิวดูใสขึ้นภายใน 28 วัน | ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอย หรือต้องการดูแลผิวให้แน่นฟู กระจ่างใสขึ้นอย่างรวดเร็ว | 25 – 40 ปี ขึ้นไป |
| Total Effects 7-in-1 | สีทอง | มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวที่โดดเด่นด้วยการจัดการ 7 ปัญหาผิวในหนึ่งเดียว ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระชับรูขุมขน ปรับผิวให้กระจ่างใสและชุ่มชื้น ด้วยส่วนผสมหลัก VitaNiacin Complex | ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอย ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระชับรูขุมขน ปรับผิวให้กระจ่างใสและชุ่มชื้น | 20 – 30 ปี ขึ้นไป |
| Complete | สีแดง / สีขาว / สีชมพู | บำรุงที่ตรงจุดตามสภาพผิว โดยสูตรกระปุกแดง (Regenerist) เน้นลดริ้วรอยและยกกระชับ กระปุกขาว (White Radiance) เน้นผิวขาวกระจ่างใส และกระปุกทอง (Total Effects) บำรุงครบ 7 ประการ | ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอย และต้องการบำรุงผิวเป็นพิเศษ | 25 – 40 ปี ขึ้นไป |
| ProX by Olay | สีม่วง-เงิน / สีขาว-เงิน | เวชสำอางบำรุงผิวล้ำลึก พัฒนาโดยแพทย์ผิวหนัง เน้นแก้ปัญหาผิวเฉพาะทาง มีสูตรหลักคือ สีม่วง-เงิน (Wrinkle) สำหรับริ้วรอยร่องลึก และ สีขาว-เงิน (Brightening) สำหรับผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ | ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยหรือฝ้ากระ | 25 – 30 ปี ขึ้นไป |
รีวิว ครีมโอเลย์ตัวไหนดีที่สุด 2569? ครบทุก Series
1.Olay Regenerist Micro-Sculpting Day Cream
มาเริ่มกันที่ Olay Regenerist Micro-Sculpting Day Cream (ครีมกระปุกแดง) ตัวนี้จะช่วยฟื้นฟูผิวให้กระชับ ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก และเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก เพื่อผิวดูอ่อนเยาว์ลงด้วยส่วนผสมอย่าง Niacinamide (Vitamin B3), Amino-peptides และ Hyaluronic acid มาพร้อมกับเนื้อครีมบางเบาเหมาะสำหรับใช้บำรุงตอนกลางวัน เพื่อให้ผิวหน้าเด้งฟู
- ส่วนผสม / เทคโนโลยีหลัก Amino-peptide Complex II, Niacinamide (Vitamin B3), Hyaluronic Acid, Olivem (สารสกัดจากผลมะกอก) และ Carob Fruit Extract
- เนื้อสัมผัส ครีมบางเบา
- ขนาด 50 กรัม
- ราคาโดยประมาณ 1,199 บาท
- จุดเด่น เนื้อครีมออกแบบมาให้ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งคราบเหนียวเหนอะหนะ เหมาะสำหรับใช้เป็นครีมบำรุงในช่วงกลางวัน
- เหมาะกับผิวแบบไหน / ช่วงอายุไหน ผิวเริ่มมีริ้วรอย ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของผิว
2. Olay Regenerist Micro-Sculpting Night Cream
ตามมาด้วยอีกหนึ่งโอเลย์ตัวสีแดง เหมาะกับวัย 30+ Olay Regenerist Micro-Sculpting Night Cream ตัวนี้จะเป็นไนท์ครีม เหมาะกับใช้ตอนกลางคืน ช่วยฟื้นฟูผิวขณะหลับ ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย และเติมความชุ่มชื้นเข้มข้นลึกถึง 10 ชั้นผิว มี Amino-peptides ช่วยยกกระชับผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวหน้าแน่น กระชับขึ้น ตัวเนื้อครีมมีความเข้มข้น ออกแบบมาสำหรับกลางคืนโดยเฉพาะ ซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะอีกด้วย
- ส่วนผสม / เทคโนโลยีหลัก Amino-peptide Complex II, Niacinamide (Vitamin B3) และ Hyaluronic Acid
- เนื้อสัมผัส ครีมเข้มข้น
- ขนาด 50 กรัม
- ราคาโดยประมาณ 1,199 บาท
- จุดเด่น เนื้อครีมมีความนุ่มลื่น ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่ให้ความรู้สึกฉ่ำวาว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
- เหมาะกับผิวแบบไหน / ช่วงอายุไหน 30 ปี ขึ้นไป หรือผู้ที่มีผิวแห้งถึงผิวผสม หรือผิวที่ขาดความชุ่มชื้น
3. Olay Regenerist Collagen-Peptide24 Serum
ต่อด้วย Olay Regenerist Collagen-Peptide24 Serum ครีมโอเลย์ตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่เหมาะกับผิววัย 30 ปี ขึ้นไป มีส่วนช่วยให้ผิวหน้าอิ่มฟู กระชับ และเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วย Collagen Peptide ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กโครงสร้างคล้ายผิว ช่วยซึมลึกเพื่อเติมคอลลาเจนให้ผิวดูเด้งอิ่มฟู และยังช่วยเติมความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง มีส่วนช่วยลดเลือนริ้วรอย และฟื้นฟูผิวให้ยืดหยุ่น เด้งยาวนานตลอดวันโดยไม่เหนียวเหนอะหนะด้วย
- ส่วนผสม / เทคโนโลยีหลัก Collagen-Peptide, Niacinamide (Vitamin B3) และ Glycerin (กลีเซอริน)
- เนื้อสัมผัส เซรั่มบางเบา
- ขนาด 30 มล.
- ราคาโดยประมาณ 1,199 บาท
- จุดเด่น เนื้อเซรั่มบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ และปราศจากน้ำหอม
- เหมาะกับผิวแบบไหน / ช่วงอายุไหน ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวที่ขาดความยืดหยุ่น หย่อนคล้อย หรือต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นและอิ่มฟู
4. Olay Regenerist Retinol24 Night Moisturizer
ต่อมาเป็นครีมโอเลย์สีม่วง Olay Regenerist Retinol24 Night Moisturizer ตัวนี้จะอยู่ใน Retinol24 Series ใช้ Retinol ระดับ Premium ช่วยฟื้นบำรุงผิวล้ำลึกขณะหลับ ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยให้ดูจางลง ผิวอิ่มเด้งกระชับ และกระจ่างใสขึ้นภายใน 1 – 2 สัปดาห์ และยังช่วยเติมความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง มาพร้อมกับเนื้อครีมซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และอ่อนโยนต่อผิวอีกด้วย
- ส่วนผสม / เทคโนโลยีหลัก Retinol Complex, Niacinamide (วิตามินบี 3), Amino Peptide, Glycerin และ Dimethicone
- เนื้อสัมผัส ครีมกึ่งเจล
- ขนาด 50 กรัม
- ราคาโดยประมาณ 1,199 บาท
- จุดเด่น เนื้อครีมซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมและสี
- เหมาะกับผิวแบบไหน / ช่วงอายุไหน 25 – 30 ปี ขึ้นไป ผู้ที่อยากเริ่มใช้เรตินอลแต่กลัวการระคายเคือง
5. Olay Regenerist Retinol24 Night Serum
ตามมาด้วยอีกหนึ่งครีมโอเลย์สีม่วง Olay Regenerist Retinol24 Night Serum ตัวนี้จะเป็นเซรั่ม เหมาะใช้ตอนกลางคืน ตัวช่วยช่วยฟื้นบำรุงผิวล้ำลึกขณะหลับ ด้วยเทคโนโลยี Bioavailable Retinoid ผสมกับ Niacinamide ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึก ผิวดูเรียบเนียนกระชับ และเพิ่มความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง มาพร้อมกับเนื้อเซรั่มซึมไว ไม่เหนอะหนะ ตื่นมาพร้อมผิวฟูเด้งได้เลย
- ส่วนผสม / เทคโนโลยีหลัก Retinol Complex, Niacinamide (วิตามินบี 3), Amino Peptide และ Dimethicone
- เนื้อสัมผัส เซรั่มบางเบา
- ขนาด 30 มล.
- ราคาโดยประมาณ 1,199 บาท
- จุดเด่น เนื้อเซรั่มบางเบา ซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ อ่อนโยนต่อผิว ปราศจากน้ำหอม และสีสังเคราะห์
- เหมาะกับผิวแบบไหน / ช่วงอายุไหน 25 – 40 ปี ขึ้นไป เริ่มมีปัญหาริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ผิวหมองคล้ำ หรือต้องการกระชับรูขุมขน
6. Olay Regenerist Retinol24 Night Eye Cream
ส่วนตัวนี้จะเป็นครีมโอเลย์สีม่วง ช่วยบำรุงรอบดวงตา Olay Regenerist Retinol24 Night Eye Cream ครีมบำรุงรอบดวงตาตอนกลางคืน ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึก แก้ปัญหารอยคล้ำใต้ตา และเพิ่มความกระชับให้ผิวรอบดวงตาดูอ่อนเยาว์ลง ใช้ Retinol complex และ Niacinamide (Vitamin B3) ฟื้นบำรุงผิวรอบดวงตาที่บอบบางให้กระชับขึ้น ช่วยปรับสีผิวรอบดวงตาให้สม่ำเสมอ ลดความหมองคล้ำจากการพักผ่อนน้อยด้วย
- ส่วนผสม / เทคโนโลยีหลัก Retinol Complex, Niacinamide (วิตามินบี 3), Glycerin และ Dimethicone
- เนื้อสัมผัส ครีมบางเบา
- ขนาด 15 มล.
- ราคาโดยประมาณ 1,199 บาท
- จุดเด่น เนื้อสัมผัสสีขาวนุ่ม เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็วลึกถึง 10 ชั้นผิว (ผิวชั้นนอก) ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสีสังเคราะห์
- เหมาะกับผิวแบบไหน / ช่วงอายุไหน 25 ปี ขึ้นไป หรือผู้ที่เริ่มต้องการดูแลผิววัย 30+
7. Olay White Radiance Brightening Intensive Cream
ตัวนี้จะเป็นครีมโอเลย์สีขาว ตัวช่วยเรื่องความกระจ่างใส ลดฝ้า Olay White Radiance Brightening Intensive Cream ช่วยบำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอให้เรียบเนียน และเติมความชุ่มชื้นล้ำลึก มีวิตามินบี 3 และสารสกัดเพื่อผิวขาว ช่วยผลัดเซลล์ผิวและบำรุงอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวดูเปล่งประกายออร่า เปล่งปลั่งจากภายใน มาพร้อมเนื้อครีมซึมเร็วไม่เหนอะหนะอีกด้วย
- ส่วนผสม / เทคโนโลยีหลัก Niacinamide (Vitamin B3), Sepitonic Complex, Glycerin & Panthenol (Vitamin B5), Sunscreen Agents และ Sepiwhite
- เนื้อสัมผัส ครีมบางเบา
- ขนาด 50 กรัม
- ราคาโดยประมาณ 329 บาท
- จุดเด่น มี SPF 24 ทั้งผลัดเซลล์ผิวเก่า และบำรุงเซลล์ผิวใหม่ไปพร้อมกัน
- เหมาะกับผิวแบบไหน / ช่วงอายุไหน 25 ปี ขึ้นไป ที่เริ่มดูแลเรื่องริ้วรอยและความกระจ่างใส
8. Olay White Radiance Luminous Tone Perfecting Cream
ตามมาด้วยอีกหนึ่งครีมโอเลย์สีขาว Olay White Radiance Luminous Tone Perfecting Cream ตัวช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และเพิ่มความกระจ่างใสดูออร่าจากภายใน ด้วยเทคโนโลยี Pearl-Optics และวิตามินเข้มข้น (Niacinamide / B3) ที่ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว เติมความชุ่มชื้นล้ำลึก เพื่อผิวดูเรียบเนียนสว่างใสเปล่งประกายอีกด้วย
- ส่วนผสม / เทคโนโลยีหลัก CelLucent Complex, Niacinamide (Vitamin B3), Sepitonic, Sepiwhite & Hexyldecanol และ Anastatica
- เนื้อสัมผัส ครีมบางเบา
- ขนาด 50 กรัม
- ราคาโดยประมาณ 329 บาท
- จุดเด่น ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ปรับผิวให้กระจ่างใสอย่างล้ำลึก ลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวสม่ำเสมอ และมอบความชุ่มชื้น
- เหมาะกับผิวแบบไหน / ช่วงอายุไหน 25 – 40 ปี ขึ้นไป ผู้ที่เริ่มมีปัญหาจุดด่างดำเห็นชัดเจน
9. Olay Total Effects 7-in-1 Day Cream
ต่อมาเป็นครีมโอเลย์ Total Effects Series 7-in-1 ครบจบ ต้องตัวนี้ Olay Total Effects 7-in-1 Day Cream ตัวช่วยช่วยแก้ปัญหาผิว 7 ประการ ในหนึ่งเดียว หลัก ๆ จะเน้นไปที่การต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย ด้วยส่วนผสมหลักอย่าง Niacinamide (Vitamin B3) ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ ผิวเรียบเนียน ชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน และมี SPF15 ปกป้องผิวจากแสงแดดอีกด้วย
- ส่วนผสม / เทคโนโลยีหลัก VitaNiacin Complex, Vitamin E (Tocopheryl Acetate), Pro-Vitamin B5 (Panthenol), สารสกัดจากใบชาเขียว (Camellia Sinensis Leaf Extract) และสารกันแดด (SPF15 / UV)
- เนื้อสัมผัส ครีมเนียนนุ่ม
- ขนาด 50 กรัม
- ราคาโดยประมาณ 599 บาท
- จุดเด่น เนื้อสัมผัสเข้มข้นแต่เกลี่ยง่าย ซึมเข้าสู่ผิวเร็ว ไม่ทิ้งความมันเหนอะหนะ เหมาะกับสภาพอากาศร้อน และมี SPF15 ปกป้องผิวจากแดด
- เหมาะกับผิวแบบไหน / ช่วงอายุไหน 20 – 30 ปี ขึ้นไป ต้องการดูแลผิวระยะยาวและป้องกันริ้วรอย
10. Olay Total Effects 7-in-1 Night Cream
ตามมาด้วยตัวไนท์ครีม Olay Total Effects 7-in-1 Night Cream ตัวช่วยฟื้นฟูผิวขณะนอนหลับ ช่วยแก้ปัญหาผิว 7 ประการหลัก ทั้งช่วยลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสีผิวสม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำ กระชับรูขุมขน ปรับผิวให้เรียบเนียน และคืนความเปล่งปลั่ง เน้นส่วนผสมบำรุงเข้มข้น อุดมด้วยวิตามิน B3 (Niacinamide), E, และ C ช่วยบำรุงและต้านอนุมูลอิสระ ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่ยังให้ความชุ่มชื้นสูงอีกด้วย
- ส่วนผสม / เทคโนโลยีหลัก VitaNiacin Complex II, วิตามินอี (Vitamin E), โปร-วิตามินบี 5 (Pro-Vitamin B5) และเทคโนโลยี Anti-Oxidants
- เนื้อสัมผัส ครีมเนียนนุ่ม
- ขนาด 50 กรัม
- ราคาโดยประมาณ 599 บาท
- จุดเด่น เนื้อครีมซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ และสุขภาพดีขึ้นเมื่อตื่นนอน ปราศจากน้ำมัน (Oil-Free) และผ่านการทดสอบทางผิวหนังว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
- เหมาะกับผิวแบบไหน / ช่วงอายุไหน 20 – 30 ปี ขึ้นไป ฟื้นฟูและป้องกันริ้วรอยก่อนวัย
ตารางเปรียบเทียบ ครีม Olay แนะนำ 2569
| ชื่อผลิตภัณฑ์ | Series | ส่วนผสมเด่น | เวลาใช้ | ขนาด | ราคา | เหมาะกับ |
| Olay Regenerist Micro-Sculpting Day Cream | Regenerist Series | Amino-peptide Complex II, Niacinamide (Vitamin B3), Hyaluronic Acid, Olivem (สารสกัดจากผลมะกอก) และ Carob Fruit Extract | กลางวัน | 50 กรัม | 1,199 บาท | ผิวเริ่มมีริ้วรอย ผู้ที่มีอายุ 30 ปี ขึ้นไป หรือผู้ที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของผิว |
| Olay Regenerist Micro-Sculpting Night Cream | Regenerist Series | Amino-peptide Complex II, Niacinamide (Vitamin B3) และ Hyaluronic Acid | กลางคืน | 50 กรัม | 1,199 บาท | 30 ปี ขึ้นไป หรือผู้ที่มีผิวแห้งถึงผิวผสม หรือผิวที่ขาดความชุ่มชื้น |
| Olay Regenerist Collagen-Peptide24 Serum | Regenerist Series | Collagen-Peptide, Niacinamide (Vitamin B3) และ Glycerin (กลีเซอริน) | กลางวันและกลางคืน | 30 มล. | 1,199 บาท | ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวที่ขาดความยืดหยุ่น หย่อนคล้อย หรือต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นและอิ่มฟู |
| Olay Regenerist Retinol24 Night Moisturizer | Retinol24 Series | Retinol Complex, Niacinamide (วิตามินบี 3), Amino Peptide, Glycerin และ Dimethicone | กลางคืน | 50 กรัม | 1,199 บาท | 25 – 30 ปี ขึ้นไป ผู้ที่อยากเริ่มใช้เรตินอลแต่กลัวการระคายเคือง |
| Olay Regenerist Retinol24 Night Serum | Retinol24 Series | Retinol Complex, Niacinamide (วิตามินบี 3), Amino Peptide และ Dimethicone | กลางคืน | 30 มล. | 1,199 บาท | 25 – 40 ปี ขึ้นไป เริ่มมีปัญหา ริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ผิวหมองคล้ำ หรือต้องการกระชับรูขุมขน |
| Olay Regenerist Retinol24 Night Eye Cream | Retinol24 Series | Retinol Complex, Niacinamide (วิตามินบี 3), Amino Peptide และ Dimethicone | กลางคืน | 30 มล. | 1,199 บาท | 25 – 40 ปี ขึ้นไป เริ่มมีปัญหา ริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ผิวหมองคล้ำ หรือต้องการกระชับรูขุมขน |
| Olay White Radiance Brightening Intensive Cream | White Radiance Series | Niacinamide (Vitamin B3), Sepitonic Complex, Glycerin & Panthenol (Vitamin B5), Sunscreen Agents และ Sepiwhite | กลางคืน | 50 กรัม | 329 บาท | 25 ปี ขึ้นไปที่เริ่มดูแลเรื่องริ้วรอยและความกระจ่างใส |
| Olay White Radiance Luminous Tone Perfecting Cream | White Radiance Series | CelLucent Complex, Niacinamide (Vitamin B3), Sepitonic, Sepiwhite & Hexyldecanol และ Anastatica | กลางวันและกลางคืน | 50 กรัม | 329 บาท | 25 – 40 ปี ขึ้นไป ผู้ที่เริ่มมีปัญหาจุดด่างดำเห็นชัดเจน |
| Olay Total Effects 7-in-1 Day Cream | Total Effects Series | VitaNiacin Complex, Vitamin E (Tocopheryl Acetate), Pro-Vitamin B5 (Panthenol), สารสกัดจากใบชาเขียว (Camellia Sinensis Leaf Extract) และสารกันแดด (SPF15 / UV) | กลางวัน | 50 กรัม | 599 บาท | 20 – 30 ปี ขึ้นไป ต้องการดูแลผิวระยะยาวและป้องกันริ้วรอย |
| Olay Total Effects 7-in-1 Night Cream | Total Effects Series | VitaNiacin Complex II, วิตามินอี (Vitamin E), โปร-วิตามินบี 5 (Pro-Vitamin B5) และ เทคโนโลยี Anti-Oxidants | กลางคืน | 50 กรัม | 599 บาท | 20 – 30 ปี ขึ้นไป ฟื้นฟูและป้องกันริ้วรอยก่อนวัย |
เลือก ครีมโอเลย์ อย่างไร? ให้ใช่สำหรับคุณ แบ่งตามอายุและปัญหาผิว
ครีมโอเลย์มีหลายสูตรที่ออกแบบมาให้เหมาะกับช่วงวัยและปัญหาผิวที่ต่างกัน ลองเช็กตามอายุและสภาพผิวของตัวเองก่อน แล้วจะเลือกครีม Olay ได้ตรงกว่าเดิม
อายุ 20 – 25 ปี (เริ่มต้นดูแลผิว)
สำหรับช่วงอายุ 20 – 25 ปี ควรเน้นไปที่คุณสมบัติช่วยเติมความชุ่มชื้น ป้องกันริ้วรอยแรกเริ่ม และเพิ่มความกระจ่างใส โดยเลือกสูตรที่เนื้อบางเบาไม่หนักผิว อย่างสูตร Olay White Radiance เพื่อผิวใส หรือ Olay Regenerist สูตรปกติ หรือ Retinol24 เพื่อชะลอวัย แนะนำให้เริ่มจากเนื้อเซรั่มหรือโลชั่นสำหรับผิวมัน และครีมเข้มข้นสำหรับผิวแห้ง
อายุ 25 – 35 ปี (ป้องกันริ้วรอยเบื้องต้น)
วิธีเลือกครีมโอเลย์สำหรับช่วงอายุ 25 – 35 ปี ควรเน้นไปที่การป้องกันริ้วรอยเบื้องต้น หรือเน้นเป็นสูตรที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น กระตุ้นคอลลาเจน และซ่อมแซมผิว อย่างครีมโอเลย์ในซีรีส์ Olay Regenerist (กระปุกแดง) ที่ช่วยดูแลริ้วรอยแรกเริ่ม หรือ Olay Retinol 24 (สีม่วง) สำหรับการฟื้นฟูผิวเข้มข้นในตอนกลางคืน เพื่อผิวที่อ่อนเยาว์และกระชับ
อายุ 35 – 45 ปี (Anti-Aging เต็มรูปแบบ)
สำหรับวัย 35 – 45 ปี ที่ต้องการ Anti-Aging เต็มรูปแบบ ควรเป็นครีมโอเลย์สูตร Regenerist (สีแดง) เพื่อลดริ้วรอยและความกระชับ หรือจะเป็นครีมโอเลย์ซีรีส์ Retinol 24 (สีม่วง) จะช่วยฟื้นฟูผิวขั้นสุดในตอนกลางคืน หรือลองมองหาครีมโอเลย์ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ (Peptides), ไนอะซินาไมด์ (Vitamin B3) และเรตินอล จะช่วยกู้ผิว ชะลอวัย และสร้างคอลลาเจนไปด้วย
อายุ 45+ ปี (ชะลอวัยเข้มข้น)
สำหรับอายุ 45+ ที่ต้องการครีมบำรุงช่วยชะลอวัยแบบเข้มข้น ควรเลือกครีมโอเลย์ในซีรีส์ Olay Regenerist (สีแดง) เป็นหลัก เพื่อเติมความชุ่มชื้น ยกกระชับ และลดเลือนริ้วรอยลึก รวมถึงเลือกครีมโอเลย์ที่มีส่วนผสมหลักอย่าง Amino-peptide, Hyaluronic Acid และ Niacinamide ไปด้วย
ผิวมีฝ้า หมองคล้ำ จุดด่างดำ
สำหรับปัญหาผิวเป็นฝ้า หมองคล้ำ และจุดด่างดำ ลองเลือกเป็นครีมโอเลย์ Olay White Radiance (ขวดสีขาว / ชมพู) และ Olay Luminous (ฝาเงิน / ชมพู) ที่มี Niacinamide สูงเพื่อลดเม็ดสี ส่วนสูตรแนะนำจะเป็น Olay Luminous Niacinamide + AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวลดฝ้าแดด Olay Vit C Super Serum ลดจุดด่างดำ และ Olay Luminous Whip ที่มีเนื้อบางเบา
ผิวแห้ง ขาดน้ำ
สำหรับคนผิวแห้งและขาดน้ำ ควรเลือกครีมโอเลย์ที่เป็นสูตรเน้นเติมความชุ่มชื้นล้ำลึก และเลือกที่มีเนื้อครีมเข้มข้น เช่น Olay Regenerist Micro-sculpting Cream (กระปุกแดง) ที่ช่วยลดริ้วรอย และความแห้งกร้าน หรือ Olay White Radiance (สูตรสีชมพู / ขาว) ช่วยให้ผิวโกลว์ฉ่ำน้ำ และเน้นส่วนผสมอย่างไฮยาลูรอน และไนอะซินาไมด์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นล้ำลึก ช่วยให้ผิวอิ่มฟู ลดริ้วรอยเล็ก ๆ
ผิวมัน / ผิวผสม
สำหรับผิวมันและผิวผสม ควรเลือกเป็นสูตรที่มีเนื้อบางเบา ซึ่งครีมโอเลย์ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับเนื้อบางเบา ซึมซาบไวอยู่แล้ว รวมถึงเลือกครีมโอเลย์ที่มีคุณสมบัติควบคุมความมัน (Oil-control) ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน และรักษาสมดุลความชุ่มชื้นโดยไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม
ใช้ ครีมโอเลย์อย่างไรให้ได้ผลสูงสุด? พร้อม Skincare Routine แนะนำ
การใช้ครีมโอเลย์ให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรที่เลือกอย่างเดียว ลำดับขั้นตอนและวิธีการทาที่ถูกต้องก็ช่วยให้ผิวดูดซึมสารบำรุงได้เต็มที่และเห็นผลเร็วขึ้น
- ใช้ครีมโอเลย์ประมาณ 1 – 2 ปั๊ม ควรใช้ปริมาณเท่าขนาดเมล็ดอัลมอนด์หรือประมาณ 1 – 2 ปั๊ม (สำหรับเซรั่ม) ต่อการทาทั่วใบหน้าและลำคอ ทั้งเช้าและเย็น
- ทาครีมโอเลย์หลังลงเซรั่ม ควรทาหลังทำความสะอาดผิวและลงเซรั่ม โดยทาเดย์ครีม (สูตรกลางวัน) เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนทากันแดดในตอนเช้า และทาไนท์ครีม (สูตรกลางคืน) เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงเพื่อล็อกความชุ่มชื้น
- ทาครีม Olay อย่างถูกวิธี ทาหลังล้างหน้าและลงเซรั่ม โดยแต้มครีม 5 จุด (หน้าผาก จมูก คาง และแก้มทั้งสองข้าง) แล้วนวดวนเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทาเดย์ครีมตอนเช้า และไนท์ครีมตอนกลางคืน และควรทากันแดดปิดท้ายในช่วงเช้าเสมอเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
- ใช้ Retinol24 ตอนกลางคืนเท่านั้น และต้องทากันแดดทุกเช้า เพื่อให้เรตินอลได้ทำงานเต็มที่สุด เพราะไม่ต้องเผชิญแสงแดดและมลภาวะทำให้เสื่อมสภาพ
- ระยะเวลาที่เห็นผล ผลลัพธ์เบื้องต้นเช่นความชุ่มชื้นอาจรู้สึกได้ทันทีหรือภายใน 1 – 2 สัปดาห์ แต่การลดเลือนริ้วรอยหรือจุดด่างดำที่ชัดเจน มักต้องใช้เวลาอย่างน้อย 28 วัน
ครีมโอเลย์ vs ครีมบำรุงผิวหน้ายี่ห้ออื่น ต่างกันอย่างไร?
| ยี่ห้อ | จุดเด่น | ราคา | เทคโนโลยีหลัก | เหมาะกับ |
| Olay | เด่นเรื่องเทคโนโลยีลดริ้วรอยและบำรุงผิวให้กระจ่างใส ราคาเข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดริ้วรอย กระชับผิว ผิวหมองคล้ำ หรือดูแลผิววัย 30+ ขึ้นไป | ประมาณ 500 – 999 บาท | Amino-peptide Complex, Niacinamide และ Bioavailable Retinoid | วัย 30+ ปี ขึ้นไป ผู้ที่เริ่มกังวลเรื่องริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย |
| L’Oréal Paris | นวัตกรรมบิวตี้เทค ราคาเข้าถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงผิวหน้าและกันแดดคุณภาพสูงในราคาสมเหตุสมผล | 300 – 1,599 บาท | Netlock Technology, Airlicium (แอร์ลิเซียม) และ Advanced UV Filters | ผู้ที่มองหาผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย บำรุงผิวชุ่มชื้น และงานผิวที่บางเบา สบายผิว |
| Garnier | สกินแคร์จากธรรมชาติผสานเทคโนโลยี Green Sciences เน้นผิวสว่างกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ และบำรุงล้ำลึกด้วยสารสกัดเข้มข้น | 59 – 499 บาท | Green Sciences, Micellar Technology, Serum Capsule Technology, Hyaluron และ Sakura Essence | ผู้ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และผิวแพ้ง่ายที่ต้องการการบำรุงเร่งด่วนในราคาเข้าถึงง่าย |
| La Roche-Posay | แบรนด์เวชสำอางฝรั่งเศสที่โดดเด่นด้านการดูแลผิวแพ้ง่าย ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง | 800 – 1,300 บาท | Mexoryl 400, Melasyl (เมลาซิล), Phylobioma & Effaclar และ Netlock Technology | ผู้ที่มีผิวบอบบางระคายเคืองง่าย ผิวมันเป็นสิวง่าย และผิวต้องการการปกป้องจากแดดสูง |
ปัญหาที่พบบ่อยจากการใช้ครีมโอเลย์ และวิธีแก้ไขมีอะไรบ้าง?
ใช้ครีมโอเลย์แล้วเจอปัญหาไม่คาดคิด ไม่ต้องรีบเปลี่ยนตัวทันที ส่วนใหญ่แก้ได้ง่าย ๆ แค่ปรับวิธีใช้หรือเลือกสูตรให้เหมาะกับผิวมากขึ้น
ทาแล้วหน้ามัน / เหนียวเหนอะหนะ
เวลาทาครีมโอเลย์แล้วหน้ามันเหนียวเหนอะหนะ อาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครีมโอเลย์ในปริมาณที่มากเกินไป เลือกครีมโอเลย์จากสูตรที่ไม่เหมาะกับผิว หรือทาครีมในช่วงที่ผิวไม่พร้อม ลองแก้ด้วยลดปริมาณครีมลง เลือกครีมโอเลย์รุ่นเบาบาง และใช้ทิชชูซับหน้าหลังทา 1 – 2 นาที หรือเลือกสูตร Oil-Free / Lightweight จะเป็นสูตรที่ช่วยให้ซึมไวขึ้น
ใช้ Retinol24 แล้วผิวลอก / ระคายเคือง
สำหรับอาการผิวลอกและระคายเคืองจากการใช้ Retinol24 อาจจะถือว่าเป็นเรื่องปกติในช่วง 2 – 4 สัปดาห์แรกที่ผิวปรับตัว ซึ่งสาเหตุมาจากการผลัดเซลล์ผิวเร็วขึ้นและผิวแห้งลง ลองลดความถี่ลง โดยการเปลี่ยนมาใช้ Retinol24 ประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวมถึงทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นก่อน-หลังทาเรตินอล และทากันแดดทุกเช้า แต่ถ้าผิวมีอาการแสบแดงมากให้พักผิวและหยุดใช้ชั่วคราว 3 – 7 วัน
ใช้แล้วผิวไม่ขาวขึ้นสักที
ถ้าใช้ครีมโอเลย์แล้วผิวไม่ขาวขึ้นสักที อาจจะเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากผิวที่มีการสะสมของเซลล์ผิวเก่า หรือการใช้ครีมที่ไม่ตรงกับสภาพผิว และไม่ได้ใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผิวยังไม่ขาวขึ้นได้ ลองแก้ด้วยการสครับผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิวบ้าง และให้เวลากับการบำรุง เพราะครีมบำรุงจะเห็นผลอย่างน้อยประมาณ 1 – 3 เดือน
ครีมซองกับครีมกระปุกสูตรเดียวกันไหม
สำหรับครีมซองและครีมกระปุกของโอเลย์ อาจจะไม่ใช่สูตรเดียวกันทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นเดียวกัน อย่างครีมโอเลย์สูตรกระปุกแดง สำหรับแบบซองมักจะถูกปรับเนื้อครีมให้บางเบากว่าและเข้มข้นน้อยกว่าแบบกระปุก เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานครั้งเดียวหรือไม่กี่ครั้ง เป็นการลดต้นทุนเพื่อให้ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่าด้วย
สงสัยว่าของจริงหรือของปลอม
ถ้าสงสัยว่าครีมโอเลย์เป็นของจริงหรือปลอม ลองเช็กจากเลข อย. บนบรรจุภัณฑ์ ต้องตรงกับข้อมูลในระบบ และข้อมูลบนฉลากต้องมีความคมชัด ราคาไม่ถูกจนเกินไป และเนื้อสัมผัสของปลอมมักมีกลิ่นน้ำหอมฉุน เนื้อครีมแยกชั้น หรือไม่มีประกายมุข หรือถ้าให้มั่นใจลองเลือกซื้อครีมโอเลย์จากร้านค้าที่น่าเชื่อถือหรือ Official Store จะดีที่สุด
ถึงแม้ว่าครีมโอเลย์ (Olay) จะเด่นในเรื่องของการลดริ้วรอย แต่นอกจากนั้นโอเลย์ยังดูแลผิวหมองคล้ำให้กระจ่างใส ฟื้นฟูสภาพผิว เติมความชุ่มชื้น ให้ผิวเรียบเนียนไร้ริ้วรอย ตอบโจทย์ทุกวัยโดยเฉพาะวัย 20 – 40+ สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าครีมโอเลย์ตัวไหนดีที่สุดสำหรับตัวเอง ก็เลือกช้อปได้ง่าย ๆ ที่ Watsons ทั้งร้านค้าและออนไลน์เลย
คำถามที่พบบ่อย
Q: ครีมโอเลย์สีแดง สีขาว และสีม่วงต่างกันอย่างไร?
A: ครีมโอเลย์กระปุกสีแดง สีขาว และสีม่วง แตกต่างกันที่จุดประสงค์การบำรุงหลัก สำหรับครีมโอเลย์กระปุกสีแดง (Regenerist) จะเน้นลดริ้วรอยกระชับผิว สำหรับครีมโอเลย์สีขาว (White Radiance) เน้นผิวขาวกระจ่างใสลดจุดด่างดำ และโอเลย์สีม่วง (Retinol24) จะเน้นฟื้นฟูผิวเข้มข้นลดริ้วรอยขณะหลับ และแต่ละสูตรใช้เทคโนโลยีจัดการปัญหาผิวที่ต่างกันด้วย
Q: ครีม Olay Retinol24 ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ไหม?
A: ครีม Olay Retinol24 ค่อนข้างมีความอ่อนโยนอยู่แล้ว รวมถึงสูตรนี้เป็นสูตรไม่มีน้ำหอมและสีสังเคราะห์ เหมาะสำหรับลดริ้วรอยและจุดด่างดำ โดยไม่เหนอะหนะ และยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยลดการระคายเคืองอยู่ด้วย สำหรับผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้ แต่ควรเริ่มใช้ในปริมาณน้อย หรือใช้แบบวันเว้นวันไปก่อน เพื่อให้ผิวได้ปรับตัว
Q: ครีมโอเลย์ตัวไหนดีที่สุดสำหรับคนอายุ 30+?
A: สำหรับคนอายุ 30+ ที่ต้องการชะลอวัยและลดริ้วรอย ครีมโอเลย์ที่เหมาะกับวัย 30+ และได้รับความนิยมสูงสุดคือ Olay Regenerist Micro-sculpting Cream (กระปุกแดง) ที่ช่วยยกกระชับและลดริ้วรอยอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าอยากฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วนช่วงกลางคืน แนะนำเป็น Olay Retinol24 Night Cream ตัวนี้ดีต่อผิวที่เริ่มมีริ้วรอย และส่วนผิว 30+ ที่หมองคล้ำ ต้องการความกระจ่างใส ลองเลือกเป็น Olay Luminous Light Perfecting Essence ได้เลย
Q: โอเลย์ White Radiance กับ Regenerist ต่างกันอย่างไร?
A: โอเลย์สูตร White Radiance กับ Regenerist จะต่างกันที่คุณสมบัติ และจะใช้เทคโนโลยีบำรุงที่แตกต่างกัน เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่ไม่เหมือนกัน สำหรับโอเลย์ White Radiance กระปุกขาว จะใช้ Pearl-OpticsTM Technology เป็นเทคโนโลยีหลัก ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เน้นผิวขาวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำและรอยสิว ส่วนโอเลย์สุตร Regenerist กระปุกแดง จะใช้เทคโนโลยี Skin Energizing Technology และ Amino-peptide Complex ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว และลดเลือนริ้วรอยล้ำลึก เน้นลดริ้วรอย ยกกระชับผิวให้ดูอ่อนเยาว์และอิ่มฟู
Q : ผู้ชายใช้ครีมโอเลย์ได้ไหม?
A: ใช้ได้ เพราะโครงสร้างผิวของผู้ชายและผู้หญิงต้องการการบำรุงในส่วนผสมหลักที่คล้ายกัน เช่น ไนอะซินาไมด์ เปปไทด์ และไฮยาลูรอน ผู้ชายที่เริ่มมีริ้วรอยหรือผิวหมองคล้ำจากแดดสามารถเลือกใช้ Olay Regenerist หรือ Total Effects 7-in-1 ได้ แต่เนื่องจากผิวผู้ชายมักมันกว่าและมีรูขุมขนใหญ่กว่า แนะนำให้เลือกสูตรเนื้อบางเบา หรือเซรั่มมากกว่าครีมเข้มข้น





