Get the App
DOWNLOAD NOW
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน image
  • google-play image
  • app-store image
  • app-gallery image
Find a Store Blog
English
Community
NEW!!
Stores & Services
0
MY BAG
Share

ปัญหาผมแตกปลาย น่าจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาผมกวนใจที่ทำให้ผมดูแห้งเสีย ไม่มีน้ำหนัก และชี้ฟูไม่เป็นทรง ทำให้ต้องตัด ต้องเล็มออกอยู่เรื่อย ๆ แต่สำหรับใครที่ไม่อยากตัดผม วัตสันมีทริคซ่อมผมแตกปลายแบบทำเองได้ง่าย ๆ ในงบไม่แพงมาบอกต่อกันด้วย จะเป็นยังไง ลองตามไปดูทริค ‘ซ่อมผมแตกปลายให้ผมดูเรียบลื่นเงางามกันได้เลย

ผมแตกปลาย คืออะไร? ปัญหาที่หลายคนกำลังเผชิญ

ผมแตกปลาย เป็นอาการที่เกล็ดผมชั้นนอกสุดถูกทำลาย ทำให้แกนผมชั้นในแยกออกจากกันเป็น 2 – 3 แฉก หรือมากกว่านั้น เกิดจากผมแห้งเสียรุนแรง การทำสารเคมี ความร้อน การเสียดสี ผมแตกปลายจะมีลักษณะคือปลายผมแห้งกรอบ หมองคล้ำ พันกันง่าย และมีจุดสีขาวที่ปลาย และแก้ไขได้ดีที่สุดโดยการตัดออก หรือบำรุงผมด้วยการหมักผมด้วยทรีทเม้นท์ และใช้ออยล์ หรือเซรั่มบำรุงปลายผม

ประเภทของผมแตกปลาย5 แบบ มีอะไรบ้าง?

เคยสังเกตปลายผมตัวเองดี ๆ ไหมคะ? จริง ๆ แล้วผมแตกปลายไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แบ่งได้หลายลักษณะตามความเสียหายของเส้นผม ลองมาเช็กกันว่าผมของเราอยู่ในกลุ่มไหน 

1. แตกปลายแบบ 2 แฉก (Y-Shape)

ลักษณะของเส้นผมที่ปลายแตกออกเป็น 2 เส้นเท่า ๆ กัน มีรูปร่างคล้ายตัว Y หรือตัว V ซึ่งรอยแตกจะมีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ถือเป็นอาการผมแตกปลายในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง ยังไม่รุนแรงเท่าการแตกเป็นแฉกแบบต้นไม้

2. แตกปลายแบบ 3 แฉก (Tree-Shape)

ลักษณะของเส้นผมที่แตกออกเป็นหลาย ๆ แฉกในทิศทางเดียวกัน จนดูคล้ายกิ่งก้านของต้นไม้ และจะแตกแขนงออกไปมากกว่า 2 – 3 แฉก และแฉกที่แยกออกมาอาจแตกย่อยต่อไปอีกตามความยาวของผม สาเหตุเกิดจากเส้นผมแห้งกร้านรุนแรง ขาดการบำรุง หรือผ่านการทำเคมี และความร้อนสะสมมาเป็นเวลานาน จัดเป็นผมแตกปลายขั้นที่รุนแรงมาก และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าผมเสียอย่างหนัก

3. แตกปลายแบบเทียน (Candle)

ลักษณะของปลายเส้นผมที่แห้งเสียรุนแรง จนเกล็ดผมหลุดลอกออกไป ทำให้เห็นแกนผมด้านใน ส่วนของปลายผมจะมีลักษณะเรียวเล็ก แหลม หรือดูคล้ายกับแท่งเทียนที่ถูกปอกเปลือก บ่งบอกว่าเส้นผมบริเวณนั้นแห้งเสียสะสมอย่างหนัก สาเหตุมักเกิดจากการจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อนบ่อยครั้ง การทำเคมี หรือการเสียดสีที่รุนแรง 

4. แตกปลายแบบปมขาด (Knot)

ลักษณะเส้นผมที่ม้วนพันกันเองจนเป็นปมเล็ก ๆ คล้ายปมเชือก เกิดจากการเสียดสีกันเองของเส้นผม การหวีผมที่รุนแรง การบิดผม หรือผมแห้งขาดความชุ่มชื้น ทำให้ผมพันกันจนแกะออกยาก ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับคนที่มีผมหยิก ผมหยักศก หรือผมแห้งเสีย โดยเส้นผมจะม้วนตัวกลับมาเกี่ยวกันเอง ทำให้เกิดปมที่ปลายผม หรือกลางเส้นผมได้ 

5. แตกแบบฝ่อเรียว (Tapered)

ลักษณะของเส้นผมที่ปลายค่อย ๆ เรียวบางลง แตกแขนงออกเป็นเส้นเล็ก ๆ หรือมีลักษณะแห้งฝ่อจนเกือบกุด เพราะแกนผมขาดสารอาหาร และความชุ่มชื้น ทำให้โครงสร้างชั้นนอกถูกทำลาย มักเกิดจากการสะสมของสารเคมี ความร้อน หรือการเสียดสีเป็นเวลานาน ทำให้ผมขาดความแข็งแรงอย่างมาก

ผมแตกปลาย ปัญหากวนใจที่หลาย ๆ คนเจอ

ผมแตกปลายเกิดจากอะไร? เจาะลึก 8 สาเหตุหลัก

ก่อนจะแก้ปัญหา ต้องรู้ต้นตอก่อนว่าผมแตกปลายเกิดจากอะไร โดยมีอยู่หลายปัจจัยที่เรามักทำซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว ลองเช็กลิสต์ 8 ข้อด้านล่างดูว่าเข้าข่ายข้อไหนบ้าง

  • ความร้อนจากอุปกรณ์จัดแต่งทรงผม (ไดร์ หนีบ ม้วน) การใช้ไดร์เป่าผม เครื่องหนีบ หรือเครื่องม้วนผมบ่อยครั้ง ทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้น และแห้งกรอบ
  • สารเคมีจากการทำสี ยืด ดัด โกรก การดัด ยืด หรือทำสีผมซ้ำซ้อน ทำให้เกล็ดผมเสียหาย และโครงสร้างเส้นผมอ่อนแอลง
  • แสงแดด และมลภาวะ (UV PM2.5 คลอรีน) แสงแดด และมลภาวะจะเข้าไปทำลายโครงสร้างโปรตีน และเกล็ดผมชั้นนอก ทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้น แห้งกรอบ และขาดความแข็งแรงจนแยกออกจากกัน
  • การหวีผม และมัดผมผิดวิธี ทำให้ผมเสียดสี ขาด หรือทำให้เกิดแรงดึงรั้งต่อเนื่องจนปลายผมแห้งกรอบ และแยกออกจากกัน
  • การสระผมที่ไม่ถูกวิธี เช่น สระบ่อยเกินไป สระด้วยน้ำร้อน เกาแรง สิ่งเหล่านี้ทำให้เกล็ดผมถูกทำลาย และสูญเสียความชุ่มชื้น จนปลายผมแห้งกรอบ และแตกปลาย
  • เช็ดผมด้วยผ้าขนหนูแรง ๆ เวลาที่ผมเปียกเป็นช่วงที่เส้นผมอ่อนแอที่สุด และผ้าขนหนูทำให้เกิดแรงเสียดทานสูง อาจจะทำให้ปลายผมแห้งเสียจนแตกปลายได้
  • ขาดสารอาหาร และน้ำ เส้นผมต้องการสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเพื่อให้แข็งแรง เมื่อขาดสารอาหารสำคัญ ผมจะแห้งเสีย และแตกปลายง่ายขึ้น
  • พันธุกรรม และฮอร์โมน อาจจะมีพันธุกรรมที่มีผมแตกปลายอยู่แล้ว หรือเกิดจากฮอร์โมน DHT เข้าไปจับกับ Androgen receptor ที่รากผม และส่งสัญญาณให้วงจรชีวิตของเส้นผมเปลี่ยนไป
รวมวิธีแก้ผมแตกปลายให้กลับมาสวยดังเดิม

 7 วิธีแก้ผมแตกปลายฟื้นฟูผมเสียได้ตั้งแต่วันนี้

ใครที่กำลังมองหาวิธีแก้ผมแตกปลายแบบทำเองได้ที่บ้าน ลองนำ 7 ทริคนี้ไปปรับใช้ดูค่ะ เน้นใช้ของที่หาซื้อง่ายในงบไม่แพง

1. ใช้แชมพู และครีมนวดสูตรซ่อมแซมผมเสีย

แก้ผมแตกปลายด้วยแชมพู และครีมนวดสูตรซ่อมแซม ด้วยการเลือกแชมพูที่มีเคราติน หรือสูตรบำรุงล้ำลึก เช่น TRESemmé Keratin Smooth Shampoo, PANTENE Miracle Keratin Silky Smooth หรือ Dove Hya Keratin Shine Shampoo จากนั้นสระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ และเย็น เน้นชโลมครีมนวด หรือทรีทเม้นท์ที่ปลายผมทิ้งไว้ 2 – 3 นาที 

2. หมักผมด้วยทรีทเม้นท์สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง

การหมักผมเป็นอีกหนึ่งทริคที่ดีในการฟื้นบำรุงผมแตกปลาย ผมแห้งเสีย เพราะการหมักผมจะช่วยเติมความชุ่มชื้น และเติมสารบำรุงเข้มข้นเข้าฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผมภายใน รวมถึงสารอาหารในครีมหมักผมจะช่วยเคลือบปิดเกล็ดผม ลดความแห้งกรอบ และเพิ่มความแข็งแรงให้ปลายผมไม่หักงอ หรือแตกแยกออกจากกัน 

ด้วย ลองเลือกเป็นทรีทเม้นท์เคราติน หรือครีมหมักผมที่มีส่วนผสมของวิตามินบำรุงผม ช่วยบำรุงแกนผมล้ำลึก อย่าง BUALUANG – Hair Treatment Keratin Smooth And Sericin Protein For Intence Care, Watsons Conditioning Treatment Wax Avocado หรือ Vita Keratin Treatment Salon Daily Deep Repair มาช่วยในการบำรุงผมให้ล้ำลึก และให้อาหารเส้นผมแข็งแรง

3. ใช้เซรั่ม หรือออยล์ปิดปลายผมทุกวัน

การใช้เซรั่ม หรือออยล์บำรุงผมทุกวัน เช่น MISEENSCENE Mise En Scene Perfect Serum Super Rich, ELSEVE L’Oreal Paris Elseve Extraordinary Oil Serum With 6 Precious Floral Oils หรือ VICHY Vichy Dercos Aminexil Clinical Regen Booster Serum มาช่วยลดผมแตกปลาย ด้วยการเติมความชุ่มชื้นแบบล้ำลึก ปิดเกล็ดผมที่ฉีกขาด และเคลือบป้องกันความร้อน และมลภาวะ นอกจากนั้นเซรั่ม หรือออยล์บำรุงผมยังช่วยลดการเสียดสีที่ทำให้ผมพันกันด้วย ก่อนใช้แนะนำให้ถูออยล์บนฝ่ามือ แล้วลูบเฉพาะช่วงกลางถึงปลายผม เพื่อฟื้นฟูความเงางาม และทำให้ผมเรียบลื่น ไม่แห้งกร้าน

4. หลีกเลี่ยงการเป่าผมด้วยลมร้อน

ความร้อนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมเสียแตกปลาย เพราะความร้อนสูงทำลายเกล็ดผม และความชุ่มชื้น จึงควรเลี่ยงการเป่าผมด้วยลมร้อน แล้วใช้ลมเย็น หรือความร้อนต่ำ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นภายในเส้นผม ปิดเกล็ดผมให้เรียบเนียน ลดการชี้ฟู และป้องกันไม่ให้ผมแห้งเสียจนเปราะบาง และแห้งแตก

5. หลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น

อย่างที่บอกไปว่าความร้อนจะทำให้ผมเสีย และแตกปลายได้ การสระผมด้วยน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิสูงจะทำลายความชุ่มชื้น และโครงสร้างของเส้นผม เพราะน้ำอุ่นทำให้เกล็ดผมเปิดกว้าง และทำให้ความชื้นภายในผมระเหยออกไป อาจทำให้เส้นผมเกิดความเสียหายจากสารเคมี หรือสิ่งสกปรกได้ง่ายขึ้น จึงควรเลี่ยง และเปลี่ยนมาสระผมด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำเย็นแทน 

6. หลีกเลี่ยงการเช็ดผมแรง ๆ

ในช่วงที่ผมเปียก เส้นผมจะค่อนข้างอ่อนแอ ถ้าเกิดเราเช็ด หรือขยี้ผมแรง ๆ อาจจะทำลายเกล็ดผม และทำให้โครงสร้างเส้นผมฉีกขาด ทำให้เส้นผมทนไม่ไหว และเปราะขาดง่ายจากบริเวณที่แตก จึงควรเลี่ยงการเช็ดผมแรง ๆ แล้วเปลี่ยนมาซับผมเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนูที่นุ่มแทน  เพื่อลดการเสียดสี และป้องกันผมเสีย

7. หลีกเลี่ยงการทำเคมีบ่อยเกินไป

การทำเคมีกับผม ไม่ว่าจะเป็น ทำสี ยืด ดัด การทำเคมีเหล่านี้จะทำให้สารเคมีจะเข้าไปทำลายชั้นเคราติน (Keratin) ทำให้ผมแห้ง แตกออก และทำให้เส้นผมเสียสมดุล ชี้ฟูได้ง่ายขึ้นด้วย การลด หรือพักช่วงในการทำเคมีกับเส้นผม จะช่วยให้ปลายผมมีเวลาฟื้นฟู ไม่ต้องเผชิญกับสารเคมีซ้ำซ้อน และช่วยให้ผมคงความชุ่มชื้น และแข็งแรงตามธรรมชาติได้นานขึ้นด้วย

ผลิตภัณฑ์ดูแลผมแตกปลายสำหรับผมทำสี ผมหยิก และผมบาง 

เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผมแตกปลายอย่างไร?

ปลายผมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สภาพผมต่างก็ต้องการการดูแลที่ต่างกัน ลองเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับสภาพเส้นผมของตัวเองตามคำแนะนำด้านล่าง 

1. สำหรับผมทำสี หรือฟอกสี

การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผมแตกปลายสำหรับผมทำสีหรือฟอกสี ควรเน้นเป็นสูตรที่ฟื้นฟูเคราติน ควบคู่กับช่วยล็อกสีผม และเพิ่มความชุ่มชื้นเข้มข้นไปด้วยกัน หรือลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Sulfate-Free ปราศจากซัลเฟต และมีส่วนผสมของออยล์บำรุง เช่น อาร์แกนออยล์ หรือเคราตินได้ด้วย และแนะนำให้ใช้ทรีทเม้นท์สูตรเข้มข้นควบคู่กับเซรั่มกันความร้อน เพื่อล็อคสีผม และบำรุงผมแตกปลายไปพร้อมกัน

2. สำหรับผมหนา และผมหยิก

ผมหนา และผมหยิกที่มักจะแห้งเสีย และชี้ฟูได้ง่าย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผมแตกปลายที่ให้ความชุ่มชื้นสูง เข้มข้น และช่วยบำรุงล้ำลึก เช่น ออยล์บำรุงผมที่มีส่วนผสมของน้ำมันธรรมชาติ เช่น อาร์แกนออยล์ (Argan Oil) โจโจ้บาออยล์ (Jojoba Oil) หรือน้ำมันมะพร้าว เพื่อเคลือบปิดเกล็ดผม และลดความแห้ง หรือมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลผมแตกปลายที่มีส่วนผสมของเคราติน และโปรตีน จะช่วยซ่อมแซมเส้นผมที่แตกปลาย และโครงสร้างผมที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงขึ้นได้

3. สำหรับผมบาง และผมเปราะ

การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผมแตกปลายสำหรับผมบาง และเปราะ ควรเน้นเป็นสูตรที่ช่วยเติมเคราติน ฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผม และเพิ่มความชุ่มชื้นโดยไม่ทำให้ผมลีบแบน เลือกแชมพู และครีมนวดที่อ่อนโยน เสริมด้วยทรีทเม้นท์เข้มข้น หรือออยล์บำรุงที่บางเบา และที่สำคัญควรเลือกเป็นสูตรอ่อนโยน ไร้สารรุนแรง หลีกเลี่ยงแชมพูที่มีสารเคมีรุนแรง เช่น ซัลเฟตสูง เพื่อป้องกันการเสียดสี และการขาดของเส้นผม

สำหรับใครที่มีปัญหาผมแตกปลาย แต่ไม่อยากตัดผม หรือเล็มผมออก ลองใช้วิธีแก้ผมแตกปลายง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวเอง อย่างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผมให้ถูกวิธี เลือกใช้แชมพู และครีมนวดสูตรซ่อมแซมผมเสีย หมักผมด้วยทรีทเม้นท์ ใช้เซรั่มบำรุงผม และสามารถเลือกช้อปไอเทมบำรุงผมแตกปลายเหล่านี้ได้ง่าย ๆ ที่ Watsons ทั้งในร้านค้า และออนไลน์ได้อีกด้วย

คำถามที่พบบ่อย

Q:ผมแตกปลายซ่อมให้กลับมาติดกันได้จริงไหม?

A: ความจริงแล้วไม่สามารถซ่อมแซมผมที่แตกปลายแล้วให้กลับมาติดกันเป็นเส้นเดียวได้อย่างถาวร เนื่องจากโครงสร้างเส้นผมฉีกขาดออกจากกันแล้ว ถึงแม้ว่าจะสามารถใช้เซรั่ม ออยล์ หรือทรีทเม้นท์ต่าง ๆ บำรุงช่วยเคลือบให้ปลายผมเรียบเนียนขึ้น ลดการพันกันทำให้ดูสุขภาพดีขึ้น แต่ก็จะเป็นการบำรุงแค่ชั่วคราว ไม่สามารถเชื่อมผมที่แยกจากกันให้ติดกันได้

Q:ผมแตกปลายตัดออกแล้วจะกลับมาอีกไหม?

A: การตัดผมแตกปลายทิ้งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา แต่มีโอกาสกลับมาแตกปลายได้อีก ถ้าเกิดไม่เปลี่ยนพฤติกรรมดูแลผม เพราะปลายผมที่ตัดไปแล้วไม่สามารถสมานเองได้ การตัดเพียงแค่ช่วยลดปัญหาในระยะสั้น จึงต้องหมั่นบำรุง และหลีกเลี่ยงความร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้ผมแตกปลายกลับมาซ้ำ

Q: ควรสระผมบ่อยแค่ไหน ถ้ามีผมแห้งแตกปลาย?

A: สำหรับคนที่มีปัญหาผมแห้งแตกปลาย ควรลดความถี่ในการสระผมลง แนะนำให้สระประมาณ 1 – 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ เพื่อคงน้ำมันธรรมชาติไว้ไม่ให้ผมแห้งกร้านกว่าเดิม แต่ถ้าหนังศีรษะมันไว อาจสระวันเว้นวันได้ และควรใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน หรือสูตรสำหรับผมแห้งโดยเฉพาะ และเล็มปลายผมทุก 6 – 8 สัปดาห์

Q: ผมแตกปลายในผู้ชายต่างจากผู้หญิงไหม?

A: ผมแตกปลายในผู้ชาย และผู้หญิงมีกลไกการเกิดที่เหมือนกัน คือเกิดจากโครงสร้างผมชั้นนอก (Cuticle) ถูกทำลายจนแยกออกจากกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือสาเหตุหลัก และพฤติกรรมการดูแลผม สำหรับผู้ชายสาเหตุหลักอาจจะเกิดจากการไว้ผมยาว การใส่เจล หรือแว็กซ์จัดแต่งทรงผมบ่อย ๆ การโดนแดด และลม การสระผมด้วยน้ำอุ่นจัด และการละเลยการบำรุงด้วยครีมนวด ส่วนผู้หญิงอาจจะมีสาเหตุหลักจากสารเคมี ทำสี ดัด ยืด การใช้ความร้อนสูง เช่น ไดร์เป่า เครื่องหนีบ และการทำผมที่แน่นเกินไป เป็นต้น

Q: การหมักผมด้วยน้ำมันธรรมชาติช่วยได้จริงหรือไม่? 

A: การหมักผมด้วยน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก หรืออาร์แกนออยล์ ช่วยฟื้นบำรุง และลดปัญหาผมแตกปลายได้จริง เพราะน้ำมันธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยเติมความชุ่มชื้น ลดความแห้งกรอบ และเคลือบเส้นผมให้แข็งแรงขึ้น แต่ไม่สามารถเชื่อมปลายผมที่แตกให้ติดกันเหมือนเดิมได้ จึงจะเหมาะสำหรับการบำรุงเชิงป้องกัน และซ่อมแซมส่วนที่เสียมากกว่า

Previous

Red Flag คือ ? สัญญาณอันตรายในความสัมพันธ์ที่ควรรู้

Related Topics
Share
WHAT’S HOT
  1. 10 ร้านเสื้อผ้าในไอจีราคาถูก หลักร้อย ไม่ตกเทรนด์
  2. 12 สกินแคร์จาก CICA ส่วนผสมช่วยลดสิว ผิวระคายเคือง
  3. 10 สถานที่ขอพรเรื่องความรัก ช่วยคนโสดไม่ให้นก
  4. 15 ครีมบำรุงผิวขาว และครีมทาผิวขาวยี่ห้อไหนดี 2026
  5. แต่งหน้าเป๊ะปังด้วยเมคอัพ ชิ้นที่สอง1บาท
  6. 10 ทิชชู่เปียกเช็ดหน้ายี่ห้อไหนดีอ่อนโยนต่อผิว
  7. แหล่งรวมรีวิวที่จริงใจ และเชื่อถือได้ Watsons Community ช่วยให้เลือกชอปสินค้าได้แบบไม่พลาด
  8. 10 โทนเนอร์แพด Toner Pad ยี่ห้อไหนดีช่วยบำรุงผิว
  9. Red Flag คือ ? สัญญาณอันตรายในความสัมพันธ์ที่ควรรู้
  10. รวมประโยชน์ของน้ำมะพร้าว บำรุงสุขภาพและผิวพรรณ
  11. ผมแตกปลายเกิดจากอะไร รวม 7 ทริค 'วิธีแก้ผมแตกปลาย' ให้ผมเรียบลื่นโดยไม่ต้องเล็ม
*/?>