Get the App
DOWNLOAD NOW
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน
  • google-play
  • app-store
  • app-gallery
Find a Store Blog
English
Community
NEW!!
Watsons Services
0
MY BAG
Share

อาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องได้เจอ ยิ่งช่วงนี้มีทั้งฝุ่น PM2.5 ควัน มลภาวะ โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่อาจทำให้เรามีอาการหวัดขึ้นมาได้ และถ้าใครมีอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ วัตสันสามารถดูแลทุกคนได้ เพราะวัตสันสามารถช่วยดูแลทั้งความงาม และสุขภาพของทุกคนได้ด้วย รวมถึงยาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง ที่ควรมีติดเอาไว้เผื่อยามฉุกเฉิน

ยาสามัญประจำบ้านคืออะไร?

ยาสามัญประจำบ้าน เป็นกลุ่มยาผนปัจจุบันหรือแผนโบราณที่กระทรวงสาธารณสุขคัดเลือกแล้วว่าปลอดภัยสูง  เหมาะสำหรับเก็บไว้ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยเบื้องต้นได้เองในครัวเรือน โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อ สามารถสังเกตง่าย ๆ จากฉลากที่ระบุว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” ภายในกรอบสีเขียว

ยาสามัญประจำบ้านมีกี่ประเภท?

ก่อนจะรู้ว่ายาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง ควรทำความเข้าใจก่อนว่าแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ยาใช้ภายในและยาใช้ภายนอก เพื่อให้เลือกใช้ได้ถูกต้องและปลอดภัย

●       ยาใช้ภายใน

 ยาที่ใช้รับประทานเพื่อรักษาหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยภายในร่างกาย สามารถหาซื้อได้เองตามร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ มีความปลอดภัยสูง เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้ไอ ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก ยาเม็ดลดกรด ยาธาตุน้ำขาวและน้ำแดง ผงน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) แก้ท้องเสีย ผงถ่านรักษาอาการท้องเสีย ยาถ่ายพยาธิ ยาแก้เมา เป็นต้น

●        ยาใช้ภายนอก

ยาที่ใช้ทา หยอด ดม หรือล้าง ทำความสะอาดแผลและผิวหนัง ห้ามรับประทาน ใช้เพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บเบื้องต้น เช่น คาลาไมน์แก้คัน ยาหม่อง ยาดม ยาฆ่าเชื้อเบตาดีน แอลกอฮอล์ล้างแผล และยาทาแก้ปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น ซึ่งปลอดภัยและสามารถซื้อได้เองตามร้านขายยา

 ยาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง มีติดบ้านไว้อุ่นใจแน่นอน

ยาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง?

สำหรับใครที่สงสัยว่ายาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้างที่ควรเตรียมไว้ รวมมาให้แล้วตั้งแต่ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย ไปจนถึงยาใช้ภายนอก ครอบคลุมอาการที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน

1. ยาแก้ปวด ลดไข้

พาราเซตามอล (Paracetamol) ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ไม่ใช่ยาต้านการอักเสบช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และลดไข้

วิธีใช้ รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด ห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ไม่เกิน 8 เม็ดต่อวัน

ข้อควรระวัง ห้ามใช้เกินขนาด อาจเป็นอันตรายต่อตับ

2. ยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด

ยาธาตุน้ำแดง มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ และแอลกอฮอล์ ช่วยกษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง เรอเหม็นเปรี้ยว คลื่นไส้ อาเจียน เหมาะสำหรับผู้ที่มีลมเยอะ

ยาลดกรด (แอนตาซิล, อะลูมินา-แมกนีเซีย) กลุ่มยาที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อย

ยาขับลม ยาหรือสมุนไพรที่ใช้บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง โดยทำหน้าที่ลดการสร้างแก๊ส ลดแรงตึงผิวของฟองแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยให้ขับลมออกมาโดยการเรอหรือผายลม

3. ยาแก้ท้องเสีย

ผงเกลือแร่ (ORS) ผงเกลือแร่ผสมน้ำตาลที่ละลายน้ำสำหรับดื่ม เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไปจากการท้องเสีย อาเจียน หรือเสียเหงื่อมาก ช่วยป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง

ยาผงถ่าน ยาที่ผลิตจากถ่านที่ผ่านกระบวนการเผาและกระตุ้นให้มีรูพรุนสูง ช่วยรักษาอาการท้องเสีย ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยแก้พิษจากการได้รับยาหรือสารเคมีบางชนิดเกินขนาด

4. ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก

คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) ยาแก้แพ้กลุ่มต้านฮิสตามีน ใช้เพื่อบรรเทาอาการแพ้ คัดจมูก น้ำมูกไหล ผื่นลมพิษ  โดยออกฤทธิ์ยับยั้งสารฮิสตามีนในร่างกาย

ข้อควรระวัง ทำให้ง่วงนอน ไม่ควรขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรหลังรับประทาน

5. ยาแก้ไอ ขับเสมหะ

ยาแก้ไอน้ำดำ ยาบรรเทาอาการไอรูปแบบน้ำที่มีสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม ช่วยระงับอาการไอแห้ง ไอระคายคอ ขับเสมหะ และทำให้ชุ่มคอมักมีส่วนผสมของ ทิงเจอร์ฝิ่นการบูร ที่ช่วยลดอาการไอ และสารสกัดจากชะเอมเทศที่ช่วยขับเสมหะ

ยาแก้ไอขับเสมหะสำหรับเด็ก ยาที่มักอยู่ในรูปน้ำเชื่อมรสผลไม้ เพื่อให้เด็กทานง่าย เป็นสูตรอ่อนโยนสำหรับเด็ก ช่วยบรรเทาอาการไอแบบมีเสมหะโดยเฉพาะ โดยทำหน้าที่ละลายเสมหะที่เหนียวข้นให้เจือจางลง หรือกระตุ้นให้ร่างกายขับเสมหะออกได้ง่ายขึ้น

ข้อควรระวัง ยาแก้ไอน้ำดำไม่ควรใช้กับเด็กและสตรีมีครรภ์

6. ยาแก้เมารถ เมาเรือ

ไดเมนไฮดริเนท (Dimenhydrinate) ยาแก้แพ้รุ่นแรกใช้ป้องกันและรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และวิงเวียนศีรษะจากการเมารถ เมาเรือ หรือเมาเครื่องบิน

วิธีใช้ รับประทานก่อนเดินทาง 30 นาที – 1 ชั่วโมง

7. ยาระบาย

ยาระบายมะขามแขก ยาสมุนไพรจากใบและฝักแห้งของต้นมะขามแขก ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่และลดการดูดซึมน้ำ ทำให้ถ่ายง่ายขึ้น รักษาอาการท้องผูกชั่วคราว ออกฤทธิ์ภายใน 8 – 12 ชั่วโมง ไม่ควรใช้ต่อเนื่องนานเกิน 1 สัปดาห์

ยาระบายแมกนีเซียม ยาระบายกลุ่มออสโมติก (Osmotic laxative) ที่ออกฤทธิ์ดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้เพื่อทำให้อุจจาระนิ่มลง ช่วยรักษาอาการท้องผูกเป็นครั้งคราว บรรเทาอาการท้องอืด แสบร้อนกลางอก และขับถ่ายได้ง่ายขึ้นภายใน 30 นาทีถึง 6 ชั่วโมง

ยาเหน็บทวาร สำหรับผู้ใหญ่และเด็ก ยาเม็ดลักษณะคล้ายกระสวยหรือกรวย มีความแข็งที่อุณหภูมิห้อง แต่จะละลายเมื่อสอดเข้าทางทวารหนักและโดนความร้อนในร่างกาย ออกฤทธิ์เร็วและเฉพาะที่ ใช้เพื่อรักษาอาการท้องผูก ช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้น และรักษาโรคริดสีดวงทวาร ลดบวม ปวด แสบคัน

ยาใช้ภายนอกที่ควรมีติดบ้านมีอะไรบ้าง?

นอกจากยาสามัญประจำบ้านสำหรับรับประทานแล้ว ยาใช้ภายนอกก็เป็นอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะสำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดบาดแผลหรืออาการผิวหนัง

1. ยาใส่แผล ล้างแผล

  • น้ำเกลือล้างแผล สารละลายโซเดียมคลอไรด์ปราศจากเชื้อ มีความเข้มข้นสมดุลกับของเหลวในร่างกาย (Isotonic) ใช้สำหรับทำความสะอาดแผล สิว หรือผิวหนัง โดยไม่แสบแผล ไม่ทำลายเนื้อเยื่อ ช่วยชะล้างสิ่งสกปรก ลดแบคทีเรีย ลดโอกาสติดเชื้อ และทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • แอลกอฮอล์ (Ethyl / Isopropyl Alcohol) สารเคมีประเภทแอลกอฮอล์ที่ใช้เป็นตัวทำละลายและสารฆ่าเชื้อโรคประสิทธิภาพสูง ใช้ฆ่าเชื้อ และทำความสะอาดแผล
  • โพวิโดน-ไอโอดีน (Betadine) สารฆ่าเชื้อโรค (Antiseptic) ออกฤทธิ์กว้าง ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และโปรโตซัว ใช้ทาบาดแผลสด แผลถลอก แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และใช้ล้างทำความสะอาดผิวหนังก่อนผ่าตัด
  • ทิงเจอร์ไอโอดีน สารละลายยาฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของไอโอดีน และโพแทสเซียมไอโอไดด์ ละลายในเอทานอลและน้ำ ใช้ทาภายนอกเพื่อป้องกันการติดเชื้อในบาดแผลสด แผลถลอก แผลขีดข่วน โดยมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส ได้ดีเยี่ยมและออกฤทธิ์เร็ว

2. ยาทาแก้ผดผื่นคัน

คาลาไมน์ (Calamine) ยาใช้ภายนอกประเภทโลชั่นน้ำแขวนตะกอน ลักษณะเป็นน้ำยาสีชมพู ใช้บรรเทาอาการคัน ระคายเคืองผิวหนังเล็กน้อย ผดผื่นคัน ผื่นแพ้ ลมพิษ ยุงและแมลงกัดต่อย รวมถึงช่วยทำให้ผื่นที่มีตุ่มน้ำพองแห้งเร็วขึ้น ปลอดภัยสูงใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

3. ยาหม่อง ยาดม

  • ยาหม่องชนิดขี้ผึ้ง ยาทาภายนอกเนื้อครีมข้นหรือน้ำมัน มักมีส่วนผสมของสารสกัดสมุนไพร เช่น การบูร หรือเมนทอล ช่วยลดอาการคันและบวมแดงจากยุง / แมลงกัดต่อย บรรเทาอาการเคล็ดขัดยอก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ยาดมแอมโมเนีย สารประกอบที่ปล่อยก๊าซแอมโมเนียออกมา ใช้สำหรับสูดดมเพื่อกระตุ้นสมองและระบบหายใจ ช่วยให้ฟื้นคืนสติจากการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะอย่างรวดเร็ว โดยกลิ่นฉุนจะทำให้ร่างกายระคายเคืองจมูกและปอด ส่งผลให้หายใจเข้าลึกขึ้นและตื่นตัว
  • ยาระเหยบรรเทาอาการคัดจมูก ยาที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยและสารระเหย เช่น เมนทอล (Menthol) การบูร ยูคาลิปตัส ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก จมูกตัน หายใจไม่สะดวก โดยกลิ่นจะกระตุ้นตัวรับความรู้สึกเย็นในจมูก ทำให้รู้สึกโล่งสบาย หายใจได้สะดวกขึ้น

4. ยาหยอดตา

  • น้ำตาเทียม สารหล่อลื่นที่ออกแบบมาเพื่อจำลองน้ำตาธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการตาแห้ง แสบตา ระคายเคืองตา และฝืดตา
  • ยาหยอดตาซัลฟาเซตาไมด์ ยาปฏิชีวนะในกลุ่มซัลฟา ที่ใช้สำหรับรักษาอาการตาอักเสบหรือติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคเยื่อบุตาอักเสบ (ตาแดง) ช่วยฆ่าเชื้อและยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ลดอาการตาแดง บวม และมีขี้ตาสีเขียวหรือเหลือง

ข้อควรระวัง: เมื่อเปิดใช้แล้วไม่ควรเก็บนานเกิน 1 เดือน

5. ยารักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

  • ซิลเวอร์ซัลฟาไดอาซีนครีม ยาปฏิชีวนะชนิดทาภายนอก มีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อและยับยั้งแบคทีเรียหลายชนิด ใช้ป้องกันและรักษาการติดเชื้อในแผลไฟไหม้ระดับ 2 และ 3 แผลน้ำร้อนลวก แผลกดทับ และแผลเปิดที่มีการติดเชื้อ โดยทำงานร่วมกับระบบภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด
  • ยารักษาแผลน้ำร้อนลวกฟีนอล ยาชาเฉพาะที่ ช่วยลดอาการปวด ระคายเคือง และฆ่าเชื้อแบคทีเรียเบา ๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบยาพ่น หรือยาทาสำหรับแผลในปาก มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน

ยาบำรุงร่างกายที่ควรมีติดบ้านมีอะไรบ้าง?

นอกเหนือจากยาแก้อาการเจ็บป่วยเฉียบพลันแล้ว วิตามินและยาบำรุงก็เป็นอีกสิ่งที่ควรมีติดบ้าน เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและรับมือกับโรคภัยได้ดียิ่งขึ้น

  • วิตามินซี ช่วยบำรุงและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ลดโอกาสเป็นหวัด ต้านอนุมูลอิสระชะลอวัย และจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวพรรณสดใส แผลหายไว รวมถึงช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายแข็งแรงและลดอาการเหนื่อยล้า
  • วิตามินบีรวม โคเอนไซม์สำคัญในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน ลดความอ่อนล้าอ่อนเพลีย ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมองให้ทำงานปกติ ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงป้องกันภาวะโลหิตจาง รวมถึงดูแลผิว ผม และเล็บให้แข็งแรง
  • น้ำมันตับปลา อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 (EPA / DHA) วิตามิน A และ D สูง ช่วยบำรุงสมอง พัฒนาความจำ บำรุงสายตา บรรเทาอาการข้ออักเสบ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและกระดูกให้แข็งแรง
  • ยาเม็ดบำรุงโลหิต (เฟอร์รัส ซัลเฟต) ธาตุเหล็กเสริมที่ช่วยรักษาและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โดยเข้าไปเพิ่มธาตุเหล็กในร่างกายเพื่อใช้สร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า หน้ามืด อ่อนเพลีย เพิ่มออกซิเจนในร่างกาย
เลือกซื้อยาสามัญประจำบ้านยังไง

 เลือกซื้อยาสามัญประจำบ้านอย่างไร?

การเลือกซื้อยาสามัญประจำบ้านให้ถูกต้องและปลอดภัยนั้นสำคัญไม่แพ้การรู้ว่าควรใช้ยาตัวไหน มีจุดที่ต้องตรวจสอบง่าย ๆ ก่อนซื้อทุกครั้ง ดังนี้

ตรวจสอบฉลากต้องมีคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” ในกรอบสีเขียว

ก่อนเลือกซื้อยาสามัญประจำบ้านให้ลองดูบนฉลากยาก่อน ว่ามีฉลากยาชัดเจนไหม และบนฉลากต้องระบุคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” อยู่ภายในกรอบสีเขียว เครื่องหมายที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดไว้บนฉลากยาเพื่อแสดงว่าเป็นยาที่ปลอดภัยในระดับหนึ่ง

ตรวจสอบเลขทะเบียนยา (อย.) ที่ถูกต้อง

นอกจากดูคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” อยู่ภายในกรอบสีเขียวบนฉลาก ควรตรวจสอบเลขทะเบียนยา (อย.) ที่ถูกต้องด้วย ตรวจสอบว่ามีการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือไม่ สามารถตรวจสอบเลข อย. ได้ง่ายและรวดเร็วผ่าน เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th LINE: @FDAThai และ ผ่าน Oryor Application โดยกรอกเลขที่ปรากฏบนฉลากเพื่อเช็กความถูกต้อง

ตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุ

ตรวจสอบฉลากยาแล้ว อีกหนึ่งจุดที่สำคัญ ที่ต้องตรวจสอบเสมอ ก็คือตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุอย่างละเอียด และไม่ซื้อยาที่ใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้ว เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพลดลง  รักษาโรคไม่ได้ผล ทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้น และอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีจนกลายเป็นพิษ เสี่ยงต่อตับ ไต และอาจอันตรายถึงชีวิตได้

ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้

การซื้อยาสามัญประจำบ้านก็มีความสำคัญ ควรซื้อซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าที่มีเภสัชกรประจำ เพื่อเป็นการรับประกันว่าเป็น ยาแท้ มีมาตรฐานคุณภาพ ปลอดภัย และไม่เสื่อมสภาพ ลดความเสี่ยงในการได้รับยาปลอมหรือยาผิดกฎหมาย

วิธีเก็บรักษายาสามัญประจำบ้าน

 เก็บรักษายาสามัญประจำบ้านอย่างไร?

หลังจากรู้แล้วว่ายาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง ก็ต้องรู้วิธีเก็บให้ถูกวิธีด้วย เพราะยาสามัญประจำบ้านที่เก็บไม่ดีอาจเสื่อมสภาพก่อนหมดอายุ และลดประสิทธิภาพในการรักษาได้

เก็บยาในที่แห้ง เย็น

การเก็บรักษายาควรเก็บในที่แห้ง ไม่โดนแสงแดดและความร้อน หรืออากาศถ่ายเทสะดวก อุณหภูมิห้องปกติ (25 – 30 องศาเซลเซียส) และไม่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง เพื่อคงสภาพความคงตัวของยา ป้องกันความร้อน แสงแดด และความชื้น ปัจจัยที่อาจทำให้ยาเสื่อมสภาพได้

ไม่เก็บยาในห้องน้ำ

ไม่แนะนำให้เก็บยาในห้องน้ำ เพราะในห้องน้ำมีความชื้นสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ยาเสื่อมสภาพได้ และอาจจะทำให้ยาบวม เกาะเป็นก้อน หรือสูญเสียประสิทธิภาพในการรักษา โดยเฉพาะยาเม็ดและแคปซูล ซึ่งหากความชื้นสูงก็จะยิ่งเร่งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียได้

ใช้ตู้ยาหรือกล่องยาที่ทึบแสง มีกระจกบานเลื่อน แยกหมวดหมู่ชัดเจน

ควรเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่มีฉลากยาชัดเจน ไม่ควรแกะเม็ดยาออกจากแผงฟอยล์จนกว่าจะใช้ เพื่อป้องกันความชื้นและแสง และแยกยาใช้ภายในหรือยากิน และยาใช้ภายนอก ยาทา ยาหยอด ออกจากกันชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนในการหยิบใช้

เก็บยาให้พ้นมือเด็ก

การเก็บยาให้พ้นมือเด็กเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรงที่เกิดจากเด็กหยิบยามากินเองด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ได้รับยาเกินขนาด หรืออันตรายถึงแก่ชีวิต เนื่องจากเด็ก ๆ มักชอบสำรวจ เลียนแบบพฤติกรรมผู้ใหญ่ และแยกแยะยาออกจากขนมไม่ออก อาจเข้าใจผิดว่ายาคือขนม แล้วหยิบกินเข้าปาก

ตรวจสอบวันหมดอายุเป็นประจำ ทิ้งยาที่หมดอายุทันที

ควรตรวจสอบวันหมดอายุของยาอยู่เสมอ และถ้าหาเจอยาที่หมดอายุให้ทิ้งทันที เนื่องจากยาที่หมดอายุแล้วจะมีประสิทธิภาพลดลง  รักษาโรคไม่ได้ผล ทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้น และอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีจนกลายเป็นพิษ เสี่ยงต่อตับ ไต และอาจอันตรายถึงชีวิตได้

ยาที่เปิดใช้แล้ว (เช่น ยาหยอดตา ยาน้ำ) ควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน หรือไม่เกิน 6 เดือน

สำหรับยาที่เปิดใช้แล้ว เช่น ยาหยอดตา ยาน้ำ เมื่อเปิดใช้แล้วโดยทั่วไปจะมีอายุประมาณ 1 เดือนหลังจากเปิดใช้ ไม่ควรใช้เกินอายุที่กำหนด เนื่องจากตัวยาอาจเสื่อมสภาพหรือมีเชื้อเจริญเติบโต ทำให้ประสิทธิภาพลดลง  รักษาโรคไม่ได้ผล และทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้

ข้อควรระวังในการใช้ยาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง?

แม้ยาสามัญประจำบ้านจะมีความปลอดภัยสูง แต่การใช้ผิดวิธีหรือเกินขนาดก็อาจเป็นอันตรายได้ จึงควรรู้ข้อควรระวังเหล่านี้ไว้ก่อนใช้ทุกครั้ง

  • อ่านฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบปริมาณการใช้ ข้อบ่งชี้ เวลาที่ควรใช้ ก่อนหรือหลังอาหาร ผลข้างเคียง รวมถึงข้อควรระวังพิเศษ
  • ไม่ใช้ยาเกินขนาดที่กำหนด อาจจะทำให้เกิดพิษจากยา เช่น พาราเซตามอลเกินขนาดทำให้ตับวาย ควรสังเกตสี กลิ่น หรือความขุ่นที่เปลี่ยนไปจากเดิมให้ทิ้งทันที
  • ไม่ใช้ยาร่วมกับแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จะเข้าไปรบกวนกระบวนการดูดซึมและทำลายยาในตับ ทำให้ยาลดประสิทธิภาพลง หรือส่งผลให้ระดับยาในเลือดสูงเกินไปจนเป็นพิษ
  • หากใช้ยาแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ หรือมีอาการแพ้ยา เช่น ผื่นแดง หน้ามืด หายใจไม่ออก ให้หยุดยาทันที และรีบพบแพทย์
  • หากสงสัยว่าใช้ยาเกินขนาด ยาสามัญประจำบ้านก็อาจจะไม่ได้มีความปลอดภัยทั้งหมด ถ้าหากกินเกินขนาดอาจเป็นอันตรายขึ้นได้ เช่น ยาพาราเซตามอลเกินขนาดอาจเป็นพิษต่อตับ หากสงสัยว่าใช้ยาเกินขนาดควรรีบพบแพทย์ทันที
  • ห้ามใช้ยาของผู้อื่น แม้จะมีอาการคล้ายกัน เนื่องจากแต่ละคนมีประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว การทำงานของตับและไต น้ำหนัก และยาที่ใช้อยู่ประจำแตกต่างกัน การแชร์ยาอาจทำให้เกิดการแพ้ยารุนแรง ยาตีกันจนเกิดพิษ ยารักษาไม่ตรงจุด หรือเชื้อดื้อยา ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

ยาสามัญประจำบ้าน ช่วยดูแลสุขภาพเบื้องต้น บรรเทาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ได้ทันท่วงทีโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย รวมถึงเป็นยาทึ่ปลอดภัย ซื้อหาได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ อย่างวัตสันก็มียาสามัญประจำบ้านให้เลือกซื้อ เพื่อเตรียมไว้ในยามฉุกเฉินอยู่ด้วย สำหรับใครที่มีอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ลองเดินมาที่วัตสัน ก็สามารถดูแลสุขภาพของทุกคนได้เช่นกันนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q: ควรเตรียมยาสามัญประจำบ้านให้เหมาะกับสมาชิกในบ้านอย่างไร?

A: ควรพิจารณาตามช่วงวัยและสุขภาพของแต่ละคน เช่น บ้านที่มีเด็กเล็กควรมียาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ บ้านที่มีผู้สูงอายุควรเตรียมยาสำหรับโรคประจำตัวเพิ่มเติม และหลีกเลี่ยงยาที่อาจมีผลข้างเคียงกับผู้สูงอายุ

Q: ยาสามัญประจำบ้านกับยาอันตรายต่างกันอย่างไร?

A: ยาสามัญประจำบ้านและยาอันตรายต่างกันที่ระดับความปลอดภัย การควบคุมการขาย และฉลาก สำหรับยาสามัญประจำบ้านจะมีความปลอดภัยสูง หาซื้อได้ทั่วไปและ มีตัวอักษรสีเขียวระบุบนฉลาก ส่วนยาอันตราย จะมีผลข้างเคียงสูง ต้องจำหน่ายในร้านขายยาที่มีเภสัชกรควบคุมเท่านั้น และจะระบุอักษรสีแดงบนฉลาก

Q: เด็กใช้ยาสามัญประจำบ้านได้ไหม?

A:  เด็กสามารถใช้ยาสามัญประจำบ้านได้ เมื่อมีอาการป่วยเล็กน้อย เช่น ไข้ ไอ น้ำมูก ท้องเสีย หรือแผลถลอก แต่ต้องเป็นยาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ และใช้ด้วยความระมัดระวังสูงสุด สามารถตรวจสอบการใช้งานบนฉลาก หรือวัดปริมาณยาตามน้ำหนักตัว และควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนให้ยาเสมอเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

Q: ยาหมดอายุแล้วยังใช้ได้ไหม?

A: ยาที่หมดอายุแล้วไม่ควรนำมาใช้เด็ดขาด เนื่องจากไม่สามารถรับประกันความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการรักษาได้ ตัวยาอาจเสื่อมสภาพจนไร้ผล หรือเปลี่ยนสภาพเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น ไตและตับ โดยเฉพาะยาเหลว ยาหยอดตา และยาปฏิชีวนะ

Q: ควรตรวจสอบตู้ยาบ่อยแค่ไหน?

A: ควรตรวจสอบตู้ยาอย่างละเอียดอย่างน้อย ปีละ 1-2 ครั้ง หรือทุก 6 เดือน เพื่อคัดแยกยาหมดอายุ เสื่อมสภาพ หรือไม่ได้ใช้แล้ว ซึ่งยาที่เสื่อมสภาพอาจสูญเสียประสิทธิภาพ หรือเป็นอันตรายได้ ควรสังเกตลักษณะยาที่เปลี่ยนไป เช่น สี กลิ่น หรือเนื้อครีมแยกชั้น และตรวจสอบวันหมดอายุบนฉลากเสมอ

คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ

Previous

10 โรลออนผู้หญิง ยี่ห้อไหนดี ลดกลิ่นตัว หอมติดทน

Next

10 สครับผิว ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 Body Scrub ขัดผิวกาย

Related Topics
Share
WHAT’S HOT
  1. 10 ร้านเสื้อผ้าในไอจีราคาถูก หลักร้อย ไม่ตกเทรนด์
  2. 12 สกินแคร์จาก CICA ส่วนผสมช่วยลดสิว ผิวระคายเคือง
  3. 10 สถานที่ขอพรเรื่องความรัก ช่วยคนโสดไม่ให้นก
  4. 15 ครีมบำรุงผิวขาว และครีมทาผิวขาวยี่ห้อไหนดี 2026
  5. แต่งหน้าเป๊ะปังด้วยเมคอัพ ชิ้นที่สอง1บาท
  6. ยาสีฟันคอลเกตสูตรไหนดี รวมสูตรฟันขาว ดีท็อกซ์ ที่ควรมีติดบ้าน
  7. 6 ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 แพมเพิสผู้สูงอายุ
  8. 10 โรลออนผู้หญิง ยี่ห้อไหนดี ลดกลิ่นตัว หอมติดทน
  9. น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ฆ่าเชื้อ ปลอดภัย
  10. ยาสามัญประจำบ้าน มีอะไรบ้าง ตัวไหนที่ควรมีติดบ้าน
  11. 10 สครับผิว ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 Body Scrub ขัดผิวกาย
*/?>