Get the App
DOWNLOAD NOW
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน
  • google-play
  • app-store
  • app-gallery
Find a Store Blog
English
Community
NEW!!
Watsons Services
0
MY BAG
Share

กำลังมองหาทางกู้ผมแห้งเสียหรืออยากเปลี่ยนผมธรรมดาให้ดูสลวยสุขภาพดีไหม? วันนี้วัตสันจะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับครีมหมักผม กับทรีทเม้นท์ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเลือก ประโยชน์ และเทคนิคใช้ให้ได้ผล พร้อมตอบคำถาม ทรีทเม้นท์ผมยี่ห้อไหนดี? ด้วยลิสต์ 10 ครีมหมักผม และทรีทเม้นท์ที่ไม่ควรพลาด รับรองว่า ผมสวย สุขภาพดี ทำเองได้ที่บ้าน

Highlight

  • ครีมหมักผมกับทรีทเม้นท์ต่างกันยังไง?
  • ครีมหมักผม/ทรีทเม้นท์ผมมีปรโยชน์อย่างอะไรบ้าง?
  • ครีมหมักผมหรือทรีทเม้นท์ที่ดีควรมีอะไร? 
  • เลือกทรีทเม้นท์ผมอย่างไรให้ตอบโจทย์?
  • 10 ครีมหมักผม/ทรีทเม้นท์ผมยี่ห้อไหนดี?
  • หมักผมยังไงให้เห็นผล? 
  • การใช้ครีมหมักผมต้องระวังอะไรบ้าง?

ครีมหมักผมกับทรีทเม้นท์ต่างกันยังไง?

ครีมหมักผม และทรีทเม้นท์ต่างกันหลัก ๆ ที่เนื้อสัมผัส ความเข้มข้น และระดับการบำรุงเส้นผม โดยครีมหมักผม จะเน้นฟื้นฟูผมแห้งเสียมาก และให้ความชุ่มชื้นแบบเข้มข้น ส่วนทรีทเม้นท์ผมบำรุงได้ลึก แต่เนื้อบางกว่า ใช้สำหรับบำรุงเส้นผมที่ไม่เสียมากนัก

จุดเปรียบเทียบ ครีมหมักผม ทรีทเม้นท์
เนื้อสัมผัส เข้มข้นมาก เข้มข้นกว่าแชมพู-ครีมนวดผม แต่บางกว่าหมักผม
ส่วนผสมหลัก น้ำมัน และสารบำรุงเข้มข้น สารบำรุงอนุภาคเล็ก ซึมลึกถึงเนื้อผม
ระดับการบำรุง ฟื้นฟูผมเสียมาก เพิ่มน้ำหนักและความนุ่มลื่น บำรุงล้ำลึกซ่อมแซมภายในเส้นผม
ความถี่ในการใช้ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ สามารถใช้สัปดาห์ละหลายครั้ง
เหมาะกับผมแบบไหน ผมแห้งเสียมาก ผ่านการทำเคมีบ่อย ผมธรรมดาถึงเสียเล็กน้อย หรือผมเสียจากมลภาวะ

ครีมหมักผม/ทรีทเม้นท์ผมมีประโยชน์อย่างอะไรบ้าง?

  • ฟื้นฟูผมเสียจากการทำเคมี ดัด ฟอก ย้อมสี และความร้อน​
  • เพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันผมแห้งเสียแตกปลาย​
  • ทำให้ผมนุ่ม เงางาม และแข็งแรงขึ้น ลดผมชี้ฟู​
  • ช่วยให้หวีผมง่าย และจัดทรงง่ายขึ้น​
  • ป้องกันผมถูกทำลายจากมลภาวะ และปัจจัยภายนอก​

ครีมหมักผมหรือทรีทเม้นท์ที่ดีควรมีอะไร?

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ครีมหมักผมอันไหนดี? ครีมหมักผมหรือทรีทเม้นท์ที่ดี ควรมีสิ่งเหล่านี้

  • มีสารบำรุงเข้มข้น เช่น เคราติน โปรตีน วิตามิน ออยล์ เพื่อฟื้นฟูผมเสีย​
  • เป็นสูตรปราศจากพาราเบน ซิลิโคน มิเนอรัลออยล์หรือสารเคมีรุนแรง​
  • เนื้อครีมเข้มข้น แต่อ่อนโยน ซึมซาบสู่เส้นผมได้ลึก โดยไม่ทำให้หนักหรือเหนียว​
  • ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น ลดผมชี้ฟู แตกปลาย และยืดหยุ่นดี​
  • มีส่วนผสมปกป้องเส้นผมจากรังสี UV และมลภาวะ​
  • มีกลิ่นหอมติดทน ช่วยให้ผมจัดทรงง่ายขึ้นหลังใช้

เลือกทรีทเม้นท์ผมอย่างไรให้ตอบโจทย์?

การเลือกทรีทเม้นท์ผม ควรดูจากประเภทการใช้งาน สภาพเส้นผม และสูตรที่เหมาะสม รวมถึงเนื้อสัมผัสและส่วนผสมปลอดภัย เพื่อผลลัพธ์ที่ดี และได้ดูแลหนังศีรษะไปด้วย

  • เลือกทรีทเม้นท์ประเภทให้เหมาะกับการใช้งาน
    • เลือกทรีทเม้นท์แบบล้างออกสำหรับใครที่ต้องการการฟื้นฟู บำรุงที่ล้ำลึก โดยชโลมบนผม และหมักทิ้งไว้ ประมาณ 5 – 10 นาที
    • เลือกทรีทเม้นท์แบบไม่ต้องล้างออก หากต้องการความสะดวกสบายหรือไม่มีเวลามากในการบำรุง โดยชโลมเนื้อครีมลงบนผมแห้งหรือหมาดหลังสระ และไม่ต้องล้างออก
  • เลือกสูตรทรีทเม้นท์ให้เหมาะกับสภาพเส้นผม
    • ผมแห้งแตกปลาย จัดทรงยาก: สูตรออยล์ ทรีทเม้นท์เคราติน สารบำรุงเข้มข้น​
    • ผมมันง่าย: ทรีทเม้นท์สูตรบางเบา ไม่เพิ่มความมัน
    • ผมหยิก-ผมชี้ฟู: สูตรเติมมอยส์เจอร์สูง หรือไฮยาลูรอน
  • เลือกทรีทเม้นท์ที่ดูแลหนังศีรษะได้
    • เลือกทรีทเม้นท์สูตรที่ช่วยลดรังแค คันหนังศีรษะ หรือบำรุงรากผม เช่น สารสกัดธรรมชาติ Tea Tree Oil, Green Tea Extract เป็นต้น
    • เลือกทรีทเม้นท์สูตรปรับสมดุลความมัน และเติมความชุ่มชื้นแก่หนังศีรษะ
  • เลือกทรีทเม้นท์ผมที่ปราศจากซิลิโคน และมิเนอรัลออยล์
    • ทรีทเม้นท์ปลอดซิลิโคน มิเนอรัลออยล์ ช่วยป้องกันปัญหาอุดตัน ลดผมมัน และหนังศีรษะระคายเคือง สามารถใช้ได้ในระยะยาว
  • เลือกเนื้อสัมผัสทรีทเม้นท์ตามความสะดวก
    • ทรีทเม้นท์เนื้อเข้มข้น (ครีม/มาสก์): เหมาะบำรุงล้ำลึก และหมักนาน​
    • ทรีทเม้นท์เนื้อบางเบา (เซรั่ม): ใช้เร็วง่าย เหมาะกับคนชอบความสะดวก ไม่หนักผม ทาเฉพาะส่วนที่แห้ง

10 ครีมหมักผม/ทรีทเม้นท์ผมยี่ห้อไหนดี?


1. ทรีทเม้นท์ Watsons Treatment Wax Beer for Fine or Thinning Hair

ทรีทเม้นท์ Watsons Treatment Wax Beer for Fine or Thinning Hair

Watsons Treatment Wax Beer for Fine or Thinning Hair ตัวนี้ ช่วยฟื้นบำรุงผมบางหรือผมเส้นเล็กให้ดูหนา และแข็งแรงขึ้นทันที ให้ความรู้สึกสดชื่น ผมนุ่มลื่นแถมไม่ต้องกลัวสารตกค้าง เพราะทรีทเม้นท์สูตรนี้ ไม่มีมิเนอรัลออยล์หรือพาราเบน เหมาะมากสำหรับใครที่อยากบำรุงผมแบบธรรมชาติแบบจัดเต็มทุกสัปดาห์

  • เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้น นุ่มลื่น ชโลมง่าย ล้างออกไม่ยาก
  • เหมาะสำหรับ: คนผมบาง ผมเส้นเล็ก หรือผมขาดหลุดร่วงง่าย
  • ปริมาณ: 500 ml.
  • ราคา: 139 บาท

2. X Cute Me Xtra Damage Hair Treatment 

 X Cute Me Xtra Damage Hair Treatment

X Cute Me Xtra Damage Hair Treatment เหมาะมากสำหรับสายผมแห้งเสียหรือผ่านการทำเคมี แค่หมักทิ้งไว้ไม่กี่นาที ผมจะนุ่มเด้ง ชุ่มชื้นสุด ๆ ด้วยสารบำรุงล้ำลึกจากน้ำมันดอกซึบากิ เคราติน และไข่มุกธรรมชาติ ใช้เป็นประจำผมจะดูเงางาม สุขภาพดี ความรู้สึกเหมือนทำทรีทเม้นท์ซาลอนที่บ้าน

  • เนื้อ: เนื้อครีมหมักผมเข้มข้นแต่นุ่มลื่น เกลี่ยง่าย
  • เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย แตกปลาย ผมที่โดนเคมีหรือไดร์ความร้อนบ่อย ๆ และคนที่อยากฟื้นฟูผมแบบเร่งด่วน
  • ปริมาณ: 250 ml.
  • ราคา: 119 บาท

3. Vita Keratin Treatment Salon Daily Deep Repair

Vita Keratin Treatment Salon Daily Deep Repair

Vita Keratin Treatment Salon Daily Deep Repair ทรีทเม้นท์ตัวฮิตสำหรับสายผมแห้งเสีย จัดการปัญหาผมชี้ฟูจากการทำสี ดัด หรือหนีบ ด้วยเคราตินเข้มข้น วิตามิน E และอาร์แกนออยล์ เพียงหมักทรีทเม้นท์แค่ 1 นาที ผมก็นุ่มลื่น เงางาม เหมือนเข้า salon ได้ทุกวัน มาพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ใช้ง่าย ราคาน่ารัก สาวผมเสียต้องลอง

  • เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้นแต่ล้างออกง่าย
  • เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสียจากการทำเคมี หรือผมที่ขาดน้ำหนัก ชี้ฟู ต้องการบำรุงเร่งด่วน เหมาะกับทุกสภาพผม
  • ปริมาณ: 250 ml.
  • ราคา: 99 บาท

4. Fino Premium Touch Hair Mask

Fino Premium Touch Hair Mask

ทรีทเม้นท์ที่เป็นไวรัลอย่าง Fino Premium Touch Hair Mask เป็นทรีทเม้นท์ที่คนผมเสีย ไม่นุ่มสลวยต้องไปตำ เพราะทรีทเม้นท์สูตรนี้หมักแล้วผมนุ่มลื่น มีชีวิตชีวา ลดผมชี้ฟู มีกลิ่นหอมละมุน ใช้แล้วผมเสียจากเคมีหรือความร้อนก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รับรองว่า ผมนุ่ม สางง่าย ดูสุขภาพดี

  • เนื้อ: เนื้อเจลลี่เข้มข้นแต่ไม่หนักผม ล้างออกง่าย
  • เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย ผมทำสี ดัด ยืด โดนความร้อนบ่อย ๆ
  • ปริมาณ: 230 กรัม
  • ราคา: 399 บาท

5. Caring Treatment AHA

Caring Treatment AHA

Caring Treatment AHA ครีมหมักผมสูตรนี้ คือ ไอเท็มคู่ใจสายผมทำสีหรือผมแห้งเสีย เพราะผสาน AHA และคอลลาเจนจากผลไม้ ฟื้นฟูผมให้นุ่มลื่น และดูสุขภาพดี เสริมความเงางาม ลดความแห้งกร้าน แถมกลิ่นยังสดชื่นทุกครั้งที่ใช้ ใช้เป็นประจำแล้วผมแข็งแรงขึ้นจนสังเกตได้

  • เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้น ชโลมง่าย
  • เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย แตกปลาย ผมทำสี หรือผมที่เสียจากเคมีและความร้อน
  • ปริมาณ: 250 ml.
  • ราคา: 89 บาท

6. Tresemme Treatment Mask Keratin Smooth Keratinbond No 3.

 Tresemme Treatment Mask Keratin Smooth Keratinbond No 3

Tresemme Treatment Mask Keratin Smooth Keratinbond No 3 ตัวนี้เหมาะกับคนที่อยากผมตรงสลวยแบบซาลอนในทุกวัน ด้วยทรีทเม้นท์เคราติน ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มพลิ้ว เรียบลื่น ลดผมชี้ฟู และพันกัน ใช้ต่อเนื่องผมจะจัดทรงง่าย ดูสุขภาพดีขึ้นทุกครั้งที่สัมผัส

  • เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้น นุ่มลื่น ไม่เหนียวผม
  • เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย ผมหยักศก ผมผ่านการทำเคมี หรือใครที่อยากผมตรงนุ่มลื่นตั้งแต่โคนจรดปลาย
  • ปริมาณ: 180 ml.
  • ราคา: 199 บาท

7. Sunsilk Treatment Power Shot Damage Repair

Sunsilk Treatment Power Shot Damage Repair

ผมเสียแค่ไหน Sunsilk Treatment Power Shot Damage Repair เอาอยู่ เพราะทรีทเม้นท์ตัวนี้ ผสานพลังน้ำมันอโวคาโด คอลลาเจน และเคราติน ช่วยเติมความชุ่มชื้นแบบล้ำลึก ฟื้นฟูผมแตกปลายให้กลับมานุ่มลื่น เงางาม และสุขภาพดี ใช้ง่าย กลิ่นหอมละมุน ฟีลซาลอนแต่จ่ายสบายกระเป๋า

  • เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้น ลื่นมือ ชโลมง่าย
  • เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย แตกปลาย ผมผ่านการทำเคมีหรือโดนความร้อนบ่อย ๆ หรือคนที่อยากให้ผมฟื้นฟูกลับมานุ่มสลวย
  • ปริมาณ: 250 ml.
  • ราคา: 139 บาท

8. Tsubaki Premium Ex Repair Mask

Tsubaki Premium Ex Repair Mask

ครีมหมักผมสุดฮอตจากญี่ปุ่นที่ไม่พูดไม่ได้ คือ Tsubaki Premium Ex Repair Mask ด้วยน้ำมันดอกคาเมลเลีย ไข่มุก และรอยัลเจลลี่ หมักไม่นาน แต่สามารถซ่อมแซมผมเสียล้ำลึก ให้ผมนุ่มลื่นเงาวิ๊งสดใส ฟีลผมสุขภาพดีแบบออกจากซาลอนตั้งแต่ครั้งแรก

  • เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้นนุ่มลื่น แต่ซึมไว
  • เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย ผมทำเคมี หรือใครที่อยากฟื้นฟูผมให้ดูนุ่มเงาสุขภาพดีแบบด่วน ๆ
  • ปริมาณ: 180 กรัม
  • ราคา: 559 บาท

9. Daeng Gi Meo Ri Dlaesoo Intensive Nourishing Pack

Daeng Gi Meo Ri Dlaesoo Intensive Nourishing Pack

Daeng Gi Meo Ri Dlaesoo Intensive Nourishing Pack ครีมหมักผมสุดเด็ดที่สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีเข้มข้นที่ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียล้ำลึก หมักแล้วผมนุ่ม มีน้ำหนัก กลิ่นหอมสะอาด ใช้ต่อเนื่องแล้วรู้สึกผมแข็งแรงขึ้น ลดผมขาดหลุดร่วง 

  • เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้น กลิ่นหอมสมุนไพร
  • เหมาะสำหรับ: คนที่ผมแห้งเสีย ขาดหลุดร่วงง่าย หรือผมที่ต้องการบำรุงฟื้นฟูแบบล้ำลึก
  • ปริมาณ: 200 ml.
  • ราคา: 990 บาท

10. Pantene โปร-วี มิราเคิล คอลลาเจน รีแพร์ วีคลี่ แฮร์ มาสก์

Pantene โปร-วี มิราเคิล คอลลาเจน รีแพร์ วีคลี่ แฮร์ มาสก์ คือ ไอเท็มทรีทเม้นท์กู้ผมแห้งเสียเร่งด่วน โดยหมักแค่ 5 นาที ผมจะนุ่มลื่น เรียบสวย เงางาม กลิ่นหอมสดชื่น ใช้ง่าย พกไปทำทริปหรือวันเร่งรีบก็สะดวก หากใช้เป็นประจำ ผมจะแข็งแรงขึ้นแบบรู้สึกได้

  • เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้นแต่ไม่เหนียว ล้างง่าย
  • เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย ชี้ฟู ผมแตกปลาย ผ่านการทำเคมี หรือใครที่อยากบำรุง
  • ปริมาณ: 170 ml
  • ราคา: 179 บาท

หมักผมยังไงให้เห็นผล?

  • เลือกผลิตภัณฑ์หมักผมสูตรธรรมชาติให้เหมาะกับปัญหาผม
  • สระผมให้สะอาดก่อนหมัก จากนั้น ซับให้หมาด (ไม่เปียกจนเกินไป) จะช่วยให้สารบำรุงซึมสู่เส้นผมดีขึ้น​
  • ชโลมผลิตภัณฑ์ให้ทั่วทั้งเส้นผม เน้นที่ปลายผม และหนังศีรษะ ถ้าเส้นผมหนาควรแบ่งเป็นช่อ เพื่อหมักทั่วถึง​
  • นวดเส้นผม และหนังศีรษะเบา ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และให้สารอาหารซึมเข้าสู่รากผม​
  • ทิ้งครีมหมักผมไว้ตามคำแนะนำ เช่น หมัก 15-30 นาที
  • ล้างผมให้สะอาดหลังหมัก ไม่ควรทิ้งคราบหรือกลิ่นของส่วนผสมไว้บนผม​
  • ทำสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะค่อย ๆ เห็นผลว่าผมมีน้ำหนัก นุ่มลื่น เงางามขึ้น

การใช้ครีมหมักผมต้องระวังอะไรบ้าง?

ข้อควรระวังในการใช้ครีมหมักผม ได้แก่ 

  • ควรชโลมครีมหมักผมเฉพาะปลายผม ไม่ควรชโลมใกล้หนังศีรษะ เพราะอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน และเกิดผมร่วง
  • ไม่ควรหมักไว้เกินเวลาที่ระบุ และล้างออกให้สะอาด เพื่อเลี่ยงผมมันง่าย ผมลีบแบน และรากผมอุดตันจนเกิดผมร่วงหรือหนังศีรษะระคายเคือง
  • หากเกิดอาการแพ้ ระคายเคือง หรือคันหนังศีรษะ ควรหยุดใช้ทันทีและปรึกษาแพทย์

ครีมหมักผม และทรีทเม้นท์ผม คือ ไอเท็มฟื้นฟู และบำรุงเส้นผมที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะผมแห้งเสีย ผ่านการทำเคมี หรืออยากปรับผมให้สลวยนุ่มเงางาม การเลือกสูตร และแบรนด์ที่เหมาะกับตัวเอง จะช่วยให้ผมสุขภาพดี และจัดทรงง่ายขึ้น อย่าลืมไปเลือกซื้อครีมหมักผมหรือทรีทเม้นท์ตัวที่ใช่จาก 10 ยี่ห้อที่วัตสันแนะนำในวันนี้ มาเปลี่ยนผมเสียเป็นผมสวยด้วยตัวเองกันเถอะ

คำถามที่พบบ่อย?

Q: ทรีทเม้นท์ใช้แทนครีมนวดได้ไหม?

A: ทรีทเม้นท์สามารถใช้แทนครีมนวดได้ โดยเฉพาะถ้าผมแห้งเสียหรือทำเคมี เพราะมีความเข้มข้น และบำรุงล้ำลึกกว่า แต่ควรเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผม เพื่อไม่ให้ผมมันหรือหนักเกินไป

Q: ทรีทเม้นท์ผมควรใช้บ่อยแค่ไหน?

A: ปกติควรใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ หากผมแห้งเสียมากอาจใช้บ่อยขึ้น 

Q: ทรีทเม้นท์บำรุงผมอยู่ได้นานแค่ไหน?

A: ปกติทรีทเม้นท์บำรุงผมจะเห็นผลประมาณ 1-2 สัปดาห์เมื่อใข้อย่างสม่ำเสมอหรือถ้าเป็นทรีทเม้นท์เข้มข้นในร้านอาจอยู่ได้นาน 3-4 สัปดาห์ ขึ้นกับสูตร และสภาพผมแต่ละคน

Q: ทรีทเม้นท์เคราตินเหมาะกับใครบ้าง?

A: ทรีทเม้นท์เคราตินเหมาะกับคนผมแห้งเสีย แตกปลาย ผมหยาบกระด้าง หรือผมที่ผ่านการยืด ดัด ทำสี ต้องการผมเรียบตรง นุ่มลื่น และแข็งแรงขึ้น

Q: ครีมหมักผมใช้กับผมมันได้หรือไม่?

A: ครีมหมักผมใช้กับผมมันได้ แต่ควรเลือกสูตรบางเบา ไม่เพิ่มความมัน หลีกเลี่ยงการชโลมถึงโคนผม และหนังศีรษะ ให้เน้นเฉพาะปลายผม เพื่อลดการอุดตัน และผมมัน



คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ

Previous

10 คอนทัวร์หน้า ยี่ห้อไหนดี เพิ่มมิติ สันกรามชัด ดั้งพุ่งได้ง่าย ๆ ด้วยมือเรา

Related Topics
Share
WHAT’S HOT
  1. 10 ร้านเสื้อผ้าในไอจีราคาถูก หลักร้อย ไม่ตกเทรนด์
  2. 12 สกินแคร์จาก CICA ส่วนผสมช่วยลดสิว ผิวระคายเคือง
  3. 10 สถานที่ขอพรเรื่องความรัก ช่วยคนโสดไม่ให้นก
  4. 15 ครีมบำรุงผิวขาว และครีมทาผิวขาวยี่ห้อไหนดี 2026
  5. แต่งหน้าเป๊ะปังด้วยเมคอัพ ชิ้นที่สอง1บาท
  6. 10 โลชั่นทาผิวยี่ห้อไหนดี? ใช้แล้วลดผิวแห้ง เติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้จริง!
  7. 10 น้ำยาบ้วนปากยี่ห้อไหนดี สะอาดหมดจด หมดกังวลปัญหาช่องปาก
  8. วิตามินเอ มีประโยชน์อย่างไร ทำไมร่างกายจึงขาดไม่ได้
  9. 10 ทรีทเม้นท์ผม ยี่ห้อไหนดี ช่วงบำรุง ฟื้นฟูผมแห้งเสียให้กลับมานุ่มสลวย
  10. 10 คอนทัวร์หน้า ยี่ห้อไหนดี เพิ่มมิติ สันกรามชัด ดั้งพุ่งได้ง่าย ๆ ด้วยมือเรา
  11. คอลเลคเตอร์ คืออะไร? วิธีใช้คอลเลคเตอร์ที่ถูกต้อง กลบรอยสิว ใต้ตาให้เนียนกริบ
*/?>