กำลังมองหาทางกู้ผมแห้งเสียหรืออยากเปลี่ยนผมธรรมดาให้ดูสลวยสุขภาพดีไหม? วันนี้วัตสันจะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับครีมหมักผม กับทรีทเม้นท์ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเลือก ประโยชน์ และเทคนิคใช้ให้ได้ผล พร้อมตอบคำถาม ทรีทเม้นท์ผมยี่ห้อไหนดี? ด้วยลิสต์ 10 ครีมหมักผม และทรีทเม้นท์ที่ไม่ควรพลาด รับรองว่า ผมสวย สุขภาพดี ทำเองได้ที่บ้าน
Highlight
- ครีมหมักผมกับทรีทเม้นท์ต่างกันยังไง?
- ครีมหมักผม/ทรีทเม้นท์ผมมีปรโยชน์อย่างอะไรบ้าง?
- ครีมหมักผมหรือทรีทเม้นท์ที่ดีควรมีอะไร?
- เลือกทรีทเม้นท์ผมอย่างไรให้ตอบโจทย์?
- 10 ครีมหมักผม/ทรีทเม้นท์ผมยี่ห้อไหนดี?
- หมักผมยังไงให้เห็นผล?
- การใช้ครีมหมักผมต้องระวังอะไรบ้าง?
ครีมหมักผมกับทรีทเม้นท์ต่างกันยังไง?
ครีมหมักผม และทรีทเม้นท์ต่างกันหลัก ๆ ที่เนื้อสัมผัส ความเข้มข้น และระดับการบำรุงเส้นผม โดยครีมหมักผม จะเน้นฟื้นฟูผมแห้งเสียมาก และให้ความชุ่มชื้นแบบเข้มข้น ส่วนทรีทเม้นท์ผมบำรุงได้ลึก แต่เนื้อบางกว่า ใช้สำหรับบำรุงเส้นผมที่ไม่เสียมากนัก
| จุดเปรียบเทียบ | ครีมหมักผม | ทรีทเม้นท์ |
| เนื้อสัมผัส | เข้มข้นมาก | เข้มข้นกว่าแชมพู-ครีมนวดผม แต่บางกว่าหมักผม |
| ส่วนผสมหลัก | น้ำมัน และสารบำรุงเข้มข้น | สารบำรุงอนุภาคเล็ก ซึมลึกถึงเนื้อผม |
| ระดับการบำรุง | ฟื้นฟูผมเสียมาก เพิ่มน้ำหนักและความนุ่มลื่น | บำรุงล้ำลึกซ่อมแซมภายในเส้นผม |
| ความถี่ในการใช้ | 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ | สามารถใช้สัปดาห์ละหลายครั้ง |
| เหมาะกับผมแบบไหน | ผมแห้งเสียมาก ผ่านการทำเคมีบ่อย | ผมธรรมดาถึงเสียเล็กน้อย หรือผมเสียจากมลภาวะ |
ครีมหมักผม/ทรีทเม้นท์ผมมีประโยชน์อย่างอะไรบ้าง?
- ฟื้นฟูผมเสียจากการทำเคมี ดัด ฟอก ย้อมสี และความร้อน
- เพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันผมแห้งเสียแตกปลาย
- ทำให้ผมนุ่ม เงางาม และแข็งแรงขึ้น ลดผมชี้ฟู
- ช่วยให้หวีผมง่าย และจัดทรงง่ายขึ้น
- ป้องกันผมถูกทำลายจากมลภาวะ และปัจจัยภายนอก
ครีมหมักผมหรือทรีทเม้นท์ที่ดีควรมีอะไร?
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ครีมหมักผมอันไหนดี? ครีมหมักผมหรือทรีทเม้นท์ที่ดี ควรมีสิ่งเหล่านี้
- มีสารบำรุงเข้มข้น เช่น เคราติน โปรตีน วิตามิน ออยล์ เพื่อฟื้นฟูผมเสีย
- เป็นสูตรปราศจากพาราเบน ซิลิโคน มิเนอรัลออยล์หรือสารเคมีรุนแรง
- เนื้อครีมเข้มข้น แต่อ่อนโยน ซึมซาบสู่เส้นผมได้ลึก โดยไม่ทำให้หนักหรือเหนียว
- ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น ลดผมชี้ฟู แตกปลาย และยืดหยุ่นดี
- มีส่วนผสมปกป้องเส้นผมจากรังสี UV และมลภาวะ
- มีกลิ่นหอมติดทน ช่วยให้ผมจัดทรงง่ายขึ้นหลังใช้
เลือกทรีทเม้นท์ผมอย่างไรให้ตอบโจทย์?
การเลือกทรีทเม้นท์ผม ควรดูจากประเภทการใช้งาน สภาพเส้นผม และสูตรที่เหมาะสม รวมถึงเนื้อสัมผัสและส่วนผสมปลอดภัย เพื่อผลลัพธ์ที่ดี และได้ดูแลหนังศีรษะไปด้วย
- เลือกทรีทเม้นท์ประเภทให้เหมาะกับการใช้งาน
- เลือกทรีทเม้นท์แบบล้างออกสำหรับใครที่ต้องการการฟื้นฟู บำรุงที่ล้ำลึก โดยชโลมบนผม และหมักทิ้งไว้ ประมาณ 5 – 10 นาที
- เลือกทรีทเม้นท์แบบไม่ต้องล้างออก หากต้องการความสะดวกสบายหรือไม่มีเวลามากในการบำรุง โดยชโลมเนื้อครีมลงบนผมแห้งหรือหมาดหลังสระ และไม่ต้องล้างออก
- เลือกสูตรทรีทเม้นท์ให้เหมาะกับสภาพเส้นผม
- ผมแห้งแตกปลาย จัดทรงยาก: สูตรออยล์ ทรีทเม้นท์เคราติน สารบำรุงเข้มข้น
- ผมมันง่าย: ทรีทเม้นท์สูตรบางเบา ไม่เพิ่มความมัน
- ผมหยิก-ผมชี้ฟู: สูตรเติมมอยส์เจอร์สูง หรือไฮยาลูรอน
- เลือกทรีทเม้นท์ที่ดูแลหนังศีรษะได้
- เลือกทรีทเม้นท์สูตรที่ช่วยลดรังแค คันหนังศีรษะ หรือบำรุงรากผม เช่น สารสกัดธรรมชาติ Tea Tree Oil, Green Tea Extract เป็นต้น
- เลือกทรีทเม้นท์สูตรปรับสมดุลความมัน และเติมความชุ่มชื้นแก่หนังศีรษะ
- เลือกทรีทเม้นท์ผมที่ปราศจากซิลิโคน และมิเนอรัลออยล์
- ทรีทเม้นท์ปลอดซิลิโคน มิเนอรัลออยล์ ช่วยป้องกันปัญหาอุดตัน ลดผมมัน และหนังศีรษะระคายเคือง สามารถใช้ได้ในระยะยาว
- เลือกเนื้อสัมผัสทรีทเม้นท์ตามความสะดวก
- ทรีทเม้นท์เนื้อเข้มข้น (ครีม/มาสก์): เหมาะบำรุงล้ำลึก และหมักนาน
- ทรีทเม้นท์เนื้อบางเบา (เซรั่ม): ใช้เร็วง่าย เหมาะกับคนชอบความสะดวก ไม่หนักผม ทาเฉพาะส่วนที่แห้ง
10 ครีมหมักผม/ทรีทเม้นท์ผมยี่ห้อไหนดี?
1. ทรีทเม้นท์ Watsons Treatment Wax Beer for Fine or Thinning Hair
Watsons Treatment Wax Beer for Fine or Thinning Hair ตัวนี้ ช่วยฟื้นบำรุงผมบางหรือผมเส้นเล็กให้ดูหนา และแข็งแรงขึ้นทันที ให้ความรู้สึกสดชื่น ผมนุ่มลื่นแถมไม่ต้องกลัวสารตกค้าง เพราะทรีทเม้นท์สูตรนี้ ไม่มีมิเนอรัลออยล์หรือพาราเบน เหมาะมากสำหรับใครที่อยากบำรุงผมแบบธรรมชาติแบบจัดเต็มทุกสัปดาห์
- เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้น นุ่มลื่น ชโลมง่าย ล้างออกไม่ยาก
- เหมาะสำหรับ: คนผมบาง ผมเส้นเล็ก หรือผมขาดหลุดร่วงง่าย
- ปริมาณ: 500 ml.
- ราคา: 139 บาท
2. X Cute Me Xtra Damage Hair Treatment
X Cute Me Xtra Damage Hair Treatment เหมาะมากสำหรับสายผมแห้งเสียหรือผ่านการทำเคมี แค่หมักทิ้งไว้ไม่กี่นาที ผมจะนุ่มเด้ง ชุ่มชื้นสุด ๆ ด้วยสารบำรุงล้ำลึกจากน้ำมันดอกซึบากิ เคราติน และไข่มุกธรรมชาติ ใช้เป็นประจำผมจะดูเงางาม สุขภาพดี ความรู้สึกเหมือนทำทรีทเม้นท์ซาลอนที่บ้าน
- เนื้อ: เนื้อครีมหมักผมเข้มข้นแต่นุ่มลื่น เกลี่ยง่าย
- เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย แตกปลาย ผมที่โดนเคมีหรือไดร์ความร้อนบ่อย ๆ และคนที่อยากฟื้นฟูผมแบบเร่งด่วน
- ปริมาณ: 250 ml.
- ราคา: 119 บาท
3. Vita Keratin Treatment Salon Daily Deep Repair
Vita Keratin Treatment Salon Daily Deep Repair ทรีทเม้นท์ตัวฮิตสำหรับสายผมแห้งเสีย จัดการปัญหาผมชี้ฟูจากการทำสี ดัด หรือหนีบ ด้วยเคราตินเข้มข้น วิตามิน E และอาร์แกนออยล์ เพียงหมักทรีทเม้นท์แค่ 1 นาที ผมก็นุ่มลื่น เงางาม เหมือนเข้า salon ได้ทุกวัน มาพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ใช้ง่าย ราคาน่ารัก สาวผมเสียต้องลอง
- เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้นแต่ล้างออกง่าย
- เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสียจากการทำเคมี หรือผมที่ขาดน้ำหนัก ชี้ฟู ต้องการบำรุงเร่งด่วน เหมาะกับทุกสภาพผม
- ปริมาณ: 250 ml.
- ราคา: 99 บาท
4. Fino Premium Touch Hair Mask
ทรีทเม้นท์ที่เป็นไวรัลอย่าง Fino Premium Touch Hair Mask เป็นทรีทเม้นท์ที่คนผมเสีย ไม่นุ่มสลวยต้องไปตำ เพราะทรีทเม้นท์สูตรนี้หมักแล้วผมนุ่มลื่น มีชีวิตชีวา ลดผมชี้ฟู มีกลิ่นหอมละมุน ใช้แล้วผมเสียจากเคมีหรือความร้อนก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รับรองว่า ผมนุ่ม สางง่าย ดูสุขภาพดี
- เนื้อ: เนื้อเจลลี่เข้มข้นแต่ไม่หนักผม ล้างออกง่าย
- เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย ผมทำสี ดัด ยืด โดนความร้อนบ่อย ๆ
- ปริมาณ: 230 กรัม
- ราคา: 399 บาท
5. Caring Treatment AHA
Caring Treatment AHA ครีมหมักผมสูตรนี้ คือ ไอเท็มคู่ใจสายผมทำสีหรือผมแห้งเสีย เพราะผสาน AHA และคอลลาเจนจากผลไม้ ฟื้นฟูผมให้นุ่มลื่น และดูสุขภาพดี เสริมความเงางาม ลดความแห้งกร้าน แถมกลิ่นยังสดชื่นทุกครั้งที่ใช้ ใช้เป็นประจำแล้วผมแข็งแรงขึ้นจนสังเกตได้
- เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้น ชโลมง่าย
- เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย แตกปลาย ผมทำสี หรือผมที่เสียจากเคมีและความร้อน
- ปริมาณ: 250 ml.
- ราคา: 89 บาท
6. Tresemme Treatment Mask Keratin Smooth Keratinbond No 3.
Tresemme Treatment Mask Keratin Smooth Keratinbond No 3 ตัวนี้เหมาะกับคนที่อยากผมตรงสลวยแบบซาลอนในทุกวัน ด้วยทรีทเม้นท์เคราติน ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มพลิ้ว เรียบลื่น ลดผมชี้ฟู และพันกัน ใช้ต่อเนื่องผมจะจัดทรงง่าย ดูสุขภาพดีขึ้นทุกครั้งที่สัมผัส
- เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้น นุ่มลื่น ไม่เหนียวผม
- เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย ผมหยักศก ผมผ่านการทำเคมี หรือใครที่อยากผมตรงนุ่มลื่นตั้งแต่โคนจรดปลาย
- ปริมาณ: 180 ml.
- ราคา: 199 บาท
7. Sunsilk Treatment Power Shot Damage Repair
ผมเสียแค่ไหน Sunsilk Treatment Power Shot Damage Repair เอาอยู่ เพราะทรีทเม้นท์ตัวนี้ ผสานพลังน้ำมันอโวคาโด คอลลาเจน และเคราติน ช่วยเติมความชุ่มชื้นแบบล้ำลึก ฟื้นฟูผมแตกปลายให้กลับมานุ่มลื่น เงางาม และสุขภาพดี ใช้ง่าย กลิ่นหอมละมุน ฟีลซาลอนแต่จ่ายสบายกระเป๋า
- เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้น ลื่นมือ ชโลมง่าย
- เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย แตกปลาย ผมผ่านการทำเคมีหรือโดนความร้อนบ่อย ๆ หรือคนที่อยากให้ผมฟื้นฟูกลับมานุ่มสลวย
- ปริมาณ: 250 ml.
- ราคา: 139 บาท
8. Tsubaki Premium Ex Repair Mask
ครีมหมักผมสุดฮอตจากญี่ปุ่นที่ไม่พูดไม่ได้ คือ Tsubaki Premium Ex Repair Mask ด้วยน้ำมันดอกคาเมลเลีย ไข่มุก และรอยัลเจลลี่ หมักไม่นาน แต่สามารถซ่อมแซมผมเสียล้ำลึก ให้ผมนุ่มลื่นเงาวิ๊งสดใส ฟีลผมสุขภาพดีแบบออกจากซาลอนตั้งแต่ครั้งแรก
- เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้นนุ่มลื่น แต่ซึมไว
- เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย ผมทำเคมี หรือใครที่อยากฟื้นฟูผมให้ดูนุ่มเงาสุขภาพดีแบบด่วน ๆ
- ปริมาณ: 180 กรัม
- ราคา: 559 บาท
9. Daeng Gi Meo Ri Dlaesoo Intensive Nourishing Pack
Daeng Gi Meo Ri Dlaesoo Intensive Nourishing Pack ครีมหมักผมสุดเด็ดที่สารสกัดจากสมุนไพรเกาหลีเข้มข้นที่ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียล้ำลึก หมักแล้วผมนุ่ม มีน้ำหนัก กลิ่นหอมสะอาด ใช้ต่อเนื่องแล้วรู้สึกผมแข็งแรงขึ้น ลดผมขาดหลุดร่วง
- เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้น กลิ่นหอมสมุนไพร
- เหมาะสำหรับ: คนที่ผมแห้งเสีย ขาดหลุดร่วงง่าย หรือผมที่ต้องการบำรุงฟื้นฟูแบบล้ำลึก
- ปริมาณ: 200 ml.
- ราคา: 990 บาท
10. Pantene โปร-วี มิราเคิล คอลลาเจน รีแพร์ วีคลี่ แฮร์ มาสก์
Pantene โปร-วี มิราเคิล คอลลาเจน รีแพร์ วีคลี่ แฮร์ มาสก์ คือ ไอเท็มทรีทเม้นท์กู้ผมแห้งเสียเร่งด่วน โดยหมักแค่ 5 นาที ผมจะนุ่มลื่น เรียบสวย เงางาม กลิ่นหอมสดชื่น ใช้ง่าย พกไปทำทริปหรือวันเร่งรีบก็สะดวก หากใช้เป็นประจำ ผมจะแข็งแรงขึ้นแบบรู้สึกได้
- เนื้อ: เนื้อครีมเข้มข้นแต่ไม่เหนียว ล้างง่าย
- เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย ชี้ฟู ผมแตกปลาย ผ่านการทำเคมี หรือใครที่อยากบำรุง
- ปริมาณ: 170 ml
- ราคา: 179 บาท
หมักผมยังไงให้เห็นผล?
- เลือกผลิตภัณฑ์หมักผมสูตรธรรมชาติให้เหมาะกับปัญหาผม
- สระผมให้สะอาดก่อนหมัก จากนั้น ซับให้หมาด (ไม่เปียกจนเกินไป) จะช่วยให้สารบำรุงซึมสู่เส้นผมดีขึ้น
- ชโลมผลิตภัณฑ์ให้ทั่วทั้งเส้นผม เน้นที่ปลายผม และหนังศีรษะ ถ้าเส้นผมหนาควรแบ่งเป็นช่อ เพื่อหมักทั่วถึง
- นวดเส้นผม และหนังศีรษะเบา ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และให้สารอาหารซึมเข้าสู่รากผม
- ทิ้งครีมหมักผมไว้ตามคำแนะนำ เช่น หมัก 15-30 นาที
- ล้างผมให้สะอาดหลังหมัก ไม่ควรทิ้งคราบหรือกลิ่นของส่วนผสมไว้บนผม
- ทำสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะค่อย ๆ เห็นผลว่าผมมีน้ำหนัก นุ่มลื่น เงางามขึ้น
การใช้ครีมหมักผมต้องระวังอะไรบ้าง?
ข้อควรระวังในการใช้ครีมหมักผม ได้แก่
- ควรชโลมครีมหมักผมเฉพาะปลายผม ไม่ควรชโลมใกล้หนังศีรษะ เพราะอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน และเกิดผมร่วง
- ไม่ควรหมักไว้เกินเวลาที่ระบุ และล้างออกให้สะอาด เพื่อเลี่ยงผมมันง่าย ผมลีบแบน และรากผมอุดตันจนเกิดผมร่วงหรือหนังศีรษะระคายเคือง
- หากเกิดอาการแพ้ ระคายเคือง หรือคันหนังศีรษะ ควรหยุดใช้ทันทีและปรึกษาแพทย์
ครีมหมักผม และทรีทเม้นท์ผม คือ ไอเท็มฟื้นฟู และบำรุงเส้นผมที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะผมแห้งเสีย ผ่านการทำเคมี หรืออยากปรับผมให้สลวยนุ่มเงางาม การเลือกสูตร และแบรนด์ที่เหมาะกับตัวเอง จะช่วยให้ผมสุขภาพดี และจัดทรงง่ายขึ้น อย่าลืมไปเลือกซื้อครีมหมักผมหรือทรีทเม้นท์ตัวที่ใช่จาก 10 ยี่ห้อที่วัตสันแนะนำในวันนี้ มาเปลี่ยนผมเสียเป็นผมสวยด้วยตัวเองกันเถอะ
คำถามที่พบบ่อย?
Q: ทรีทเม้นท์ใช้แทนครีมนวดได้ไหม?
A: ทรีทเม้นท์สามารถใช้แทนครีมนวดได้ โดยเฉพาะถ้าผมแห้งเสียหรือทำเคมี เพราะมีความเข้มข้น และบำรุงล้ำลึกกว่า แต่ควรเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผม เพื่อไม่ให้ผมมันหรือหนักเกินไป
Q: ทรีทเม้นท์ผมควรใช้บ่อยแค่ไหน?
A: ปกติควรใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ หากผมแห้งเสียมากอาจใช้บ่อยขึ้น
Q: ทรีทเม้นท์บำรุงผมอยู่ได้นานแค่ไหน?
A: ปกติทรีทเม้นท์บำรุงผมจะเห็นผลประมาณ 1-2 สัปดาห์เมื่อใข้อย่างสม่ำเสมอหรือถ้าเป็นทรีทเม้นท์เข้มข้นในร้านอาจอยู่ได้นาน 3-4 สัปดาห์ ขึ้นกับสูตร และสภาพผมแต่ละคน
Q: ทรีทเม้นท์เคราตินเหมาะกับใครบ้าง?
A: ทรีทเม้นท์เคราตินเหมาะกับคนผมแห้งเสีย แตกปลาย ผมหยาบกระด้าง หรือผมที่ผ่านการยืด ดัด ทำสี ต้องการผมเรียบตรง นุ่มลื่น และแข็งแรงขึ้น
Q: ครีมหมักผมใช้กับผมมันได้หรือไม่?
A: ครีมหมักผมใช้กับผมมันได้ แต่ควรเลือกสูตรบางเบา ไม่เพิ่มความมัน หลีกเลี่ยงการชโลมถึงโคนผม และหนังศีรษะ ให้เน้นเฉพาะปลายผม เพื่อลดการอุดตัน และผมมัน
คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ
- 10 ทรีทเม้นท์ผม ยี่ห้อไหนดี ช่วงบำรุง ฟื้นฟูผมแห้งเสียให้กลับมานุ่มสลวย
- 10 คอนทัวร์หน้า ยี่ห้อไหนดี เพิ่มมิติ สันกรามชัด ดั้งพุ่งได้ง่าย ๆ ด้วยมือเรา
- คอลเลคเตอร์ คืออะไร? วิธีใช้คอลเลคเตอร์ที่ถูกต้อง กลบรอยสิว ใต้ตาให้เนียนกริบ
- วิตามินเอ มีประโยชน์อย่างไร ทำไมร่างกายจึงขาดไม่ได้
- 10 โลชั่นทาผิวยี่ห้อไหนดี? ใช้แล้วลดผิวแห้ง เติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้จริง!





