ครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อต้องออกไปข้างนอกหากคุณต้องการรักษาผิวสวยไว้ เพราะรังสี UV พร้อมที่จะทำร้ายผิวคุณได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นกลางแจ้งหรือในร่ม จึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน บทความนี้วัตสันเลยไม่พลาดขนเอา 15 สุดยอดครีมกันแดดญี่ปุ่น ยอดนิยม ติดชาร์จตัวดังใช้ดีมาป้ายยา ให้เพื่อน ๆ ได้หยิบมาใช้ปกป้องผิวสวยกันด้วย จะมีครีมกันแดดญี่ปุ่นตัวไหนบ้าง ลองตามไปดูกันต่อในบทความได้เลย
รังสี UV มีกี่ประเภท?
UV-A
รังสีที่มีอัตราความเข้มข้นในการเข้าถึงผิวหนังชั้นในมนุษย์สูง แม้อยู่ในที่ร่มก็สามารถเดินทางทะลุผ่านกระจกในอาคารได้ ถ้าหากหากผิวได้รับรังสีมากเกินไปจะทำให้สุขภาพผิวหนังเสื่อมโทรม เหี่ยวหย่น ผิวคล้ำ หน้าหมองคล้ำ ฝ้า หรือ ฝ้าแดด รวมถึงจุดด่างดำด้วย
UV-B
คลื่นแสงที่เป็นรังสีที่มีอัตราเข้าถึงสภาพผิวหนังของมนุษย์ต่ำกว่ารังสี UVA มีคลื่นพลังงานที่สามารถปรับสภาพผิวชั้นนอกให้แปรสภาพเป็นภาวะ ผิวไหม้แดด และบางบริเวณของผิวอาจเกรียมแดดในระยะสั้นได้
ครีมกันแดดมีกี่ประเภท?
ครีมกันแดด / ฟิลเตอร์ UV
ครีมกันแดดที่ทำหน้าที่กรองรังสียูวี เป็นการปกป้องผิวโดยการสะท้อนรังสียูวีเหมือนกระจก เกราะป้องกันผิวที่สะท้อนรังสีอัลตราไวโอเลตออกมา
ครีมกันแดด / UV Absorber
ครีมกันแดดที่ทำหน้าที่เป็นตัวดูดซับรังสี UV คือการดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลต และเปลี่ยนเป็นพลังงาน เช่น ความร้อนและอินฟราเรด ปฏิกิริยาทางเคมีเกิดขึ้นที่ผิวหนังซึ่งป้องกันไม่ให้รังสีซึมเข้าสู่ผิวหนัง
ความแตกต่างระหว่าง “SPF” และ “PA”
SPF
เป็นค่าความสามารถในการป้องกันรังสียูวีบี (UVB) โดยมีลักษณะเป็นค่า SPF แล้วตามด้วยตัวเลข ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะแสดงถึงจำนวนเท่าของเวลาการปกป้องผิวขณะยืนกลางแสงแดด
PA
ค่าที่บ่งบอกถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ (UVA) มีลักษณะการเขียนเป็น PA ตามด้วยเครื่องหมายบวก (+) ที่แสดงถึงจำนวนเท่าในการปกป้องผิว
15 ครีมกันแดดญี่ปุ่น ยี่ห้อไหนดี?
1.Canmake Mermaid Skin Gel UV SPF50+/PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นตัวแรกที่อยากแนะนำ เป็นครีมกันแดดเนื้อเจลเนียนนุ่ม เมื่อทาลงบนผิวแล้วจะแตกตัวเป็นน้ำ และซึมสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ตัวช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB มากถึง 50 เท่า และยังมีสารสกัดจากธรรมชาตินานาชนิด ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น และนอกจากเป็นครีมกันแดดแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นเมกอัปเบส ปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสเป็นธรรมชาติ และช่วยให้เมกอัปติดทนยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย
เนื้อสัมผัส เนื้อเจล
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB เบสเมกอัป ปรับผิวกระจ่างใส บำรุงผิวชุ่มชื้น
ราคา 300 บาท
ปริมาณ 40 กรัม
2.Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+/PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นที่มียอดขายสูงสุดทั้งไทยและญี่ปุ่น ตัวช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเทคโนโลยี Micro Defense เอสเซนส์เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ ซึมซาบไว ไม่เหนอะหนะ ไม่ทำให้เมกอัปเปลี่ยนสี สามารถทาซ้ำระหว่างวันได้ และยังเป็นครีมกันแดดญี่ปุ่นสูตรที่กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนยาวนานอีกด้วย
เนื้อสัมผัส เนื้อเอสเซนส์สูตรน้ำ
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนนาน บำรุงผิวชุ่มชื้น
ราคา 420 บาท
ปริมาณ 50 กรัม
3.Kose Cosmeport Suncut UV Protect Spray Fruity Floral SPF50+ PA++++
สเปรย์กันแดดของญี่ปุ่น สูตรแห้งเร็ว ลื่นสบาย ไม่เหนอะหนะผิว สามารถใช้ได้กับทั้งผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม เหมาะสำหรับปกป้องผิวในทุก ๆ วัน ช่วยปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ฝ้า กระ จากแสงแดด และความแห้ง นอกจากนั้นยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวด้วยส่วนผสมของวิตามิน โซเดียมไฮยาลูโรเนต และสารสกัดจากพฤกษาธรรมชาติ 10 ชนิด สามารถใช้เป็นรองพื้น และตบทับบนเมกอัปได้ด้วย สูตรกันน้ำ ไม่มีส่วนผสมของกลิ่น สีสังเคราะห์ มิเนอรัลออยล์ และพาราเบน
เนื้อสัมผัส เนื้อละเอียด แห้งเร็ว
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB กันน้ำ บำรุงผิวเนียนชุ่มชื้น กันน้ำ
ราคา 480 บาท
ปริมาณ 90 กรัม
4.ANESSA Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+/PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นสูตรเนื้อน้ำนมบางเบา ซึมซาบเร็ว ตัวช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV เต็มประสิทธิภาพ มอบผิวสวยกระจ่างใส เปล่งปลั่ง สุขภาพดี พร้อมปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน คงความชุ่มชื้นให้ผิวยาวนาน 8 ชั่วโมง สูตรกันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนนานไม่หลุดง่าย ครอบคลุมทุกกิจกรรม ด้วย Double Protective Veil Technology และยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ด้วยส่วนผสมของ Skin Beautifying Sun Essence
เนื้อสัมผัส เนื้อน้ำนม
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB คงความชุ่มชื้น กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนนาน
ราคา 395 บาท
ปริมาณ 20 มล.
5.Shiseido Elixir Day Care Revolution Tone Up SPF50+
ครีมกันแดดญี่ปุ่นสูตร 3 in 1 ที่มาพร้อมคุณสมบัติโทนอัปผิวให้สวยเปล่งปลั่ง แลดูอ่อนเยาว์ ช่วยปกป้องพร้อมบำรุงผิวในทุกครั้งที่ใช้ กันแดดเนื้อบางเบา SPF50+ PA++++ และยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติเป็นโทนอัปผิว ให้ผิวสวยเปล่งปลั่งกระจ่างใสขึ้นในทันทีที่ใช้ และยังเป็น primer ในตัว เตรียมความพร้อมให้ผิวดูเฟิร์มกระชับ อ่อนเยาว์ในทุก ๆ วันด้วย
เนื้อสัมผัส เนื้อบางเบา
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB บำรุงให้ความชุ่มชื้น โทนอัปผิวกระจ่างใส เป็น primer ในตัว
ราคา 1,365 บาท
ปริมาณ 35 มล.
6.KANEBO Veil of day SPF 50 PA+++
กันแดดญี่ปุ่นชนิดเซรั่มนี้ประกอบด้วยส่วนผสมที่เป็นน้ำประมาณ 75% เสมือนมีฟิล์มของความชุ่มชื้นเคลือบคลุมผิวไว้ ปกป้องผิวจากความแห้งกร้านอันเนื่องมาจากการสัมผัสโดนรังสียูวีขั้นรุนแรง นอกจากนั้นยังช่วยคงความชุ่มชื้นให้กับผิวในช่วงกลางวันยาวนานถึง 12 ชั่วโมง
เนื้อสัมผัส เนื้อเซรั่ม
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB บำรุงให้ความชุ่มชื้น
ราคา 1,700 บาท
ปริมาณ 40 กรัม
7.Shiseido Future Solution LX Universal Defense E SPF 50+ PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นที่ช่วยบำรุงผิว และมาพร้อมกับคุณสมบัติปกป้องผิวแบบ 360 องศา ครอบคลุมทั้งรังสี UVA รังสี UVB ด้วยค่า SPF 50+ PA++++ และมลภาวะที่ทำร้ายผิว พร้อมคงความชุ่มชื้น ให้ผิวให้สวยเนิ่นนานตลอดวัน และยังให้เนื้อสัมผัสแบบครีมเนื้อละเอียดบางเบานุ่มนวล ทาแล้วจะให้ความรู้สึกสดชื่นและเรียบเนียน ด้วยเทคโนโลยี Silky Smooth Touch
เนื้อสัมผัส เนื้อละเอียด บางเบา
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB บำรุงให้ความชุ่มชื้น ผิวเรียบเนียน
ราคา 1,030 บาท
ปริมาณ 15 มล.
8.Skin Aqua Tone Up UV Essence SPF50+ PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นแบบ Tone Up ที่มีส่วนผสมของไฮยารูลอนและวิตามินซี ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF 50+/PA++++ และยังช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้น มาพร้อมกับเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ล้างออกง่ายด้วยโฟมล้างหน้าหรือสบู่ มีความอ่อนโยนต่อผิวสูง
เนื้อสัมผัส เนื้อบางเบา
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB บำรุงให้ความชุ่มชื้น โทนอัป ปรับสีผิวกระจ่างใส อ่อนโยน
ราคา 480 บาท
ปริมาณ 80 กรัม
9.Biore UV Athlizm Essence SPF 50+ PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นที่มาพร้อมคุณสมบัติ ช่วยป้องกันรังสี UVA & UVB ปกป้องผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอที่เกิดจากแสงแดด ออกแดดทำกิจกรรมกลางแจ้งได้มั่นใจ หมดกังวลผิวหมองคล้ำ และยังเป็นครีมกันแดดญี่ปุ่นสูตรกันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนทาน แม้เหงื่อออกหนักขนาดไหน ปาดเหงื่อได้กันแดดไม่มีหลุด สามารถล้างออกได้ง่ายด้วยสบู่ แถมยังผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดสิว
เนื้อสัมผัส เนื้อเอสเซ้นส์
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB กันน้ำ กันเหงื่อ กันแดดติดทนทาน
ราคา 650 บาท
ปริมาณ 70 กรัม
10.ALLIE Extra UV Facial Gel SPF50+ PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นเนื้อเจล นอกจากช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB แล้ว ยังมีส่วนช่วยควบคุมความมัน ช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันบนผิวหนัง เหมาะสุด ๆ สำหรับคนผิวมัน ไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ ป้องกันเหงื่อ และการเสียดสีและจากการเช็ดถูจากผ้าเช็ดหน้า สามารถใช้ร่วมกับเครื่องสำอาง ไม่ติดแมสก์ เพื่อการป้องกันรังสียูวียาวนานตลอดวัน ล้างออกง่ายด้วยสบู่
เนื้อสัมผัส เนื้อเจล
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ควบคุมความมัน ติดทน ใช้ร่วมกับเครื่องสำอางค์ได้
ราคา 780 บาท
ปริมาณ 60 กรัม
11.MizuMi UV Water Active Sport Face and Body Sunscreen SPF50+ PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นที่เหมาะกับการเล่นกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง และยังเป็นสูตรกันน้ำได้ดี Very Water Resistant สามารถกันน้ำได้ยาวนาน 80 นาที ด้วยส่วนผสม Hybrid Sunscreen SPF50+ PA++++ ผสานพลังปกป้องผิวสูงสุดด้วยสารกันแดดแบบ Chemical และ Physical ลดการเกิดฝ้าแดด จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ และริ้วรอยก่อนวัย มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสแบบเซรั่ม นุ่มสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย
เนื้อสัมผัส เนื้อเซรั่ม
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB กันน้ำยาวนาน
ราคา 890 บาท
ปริมาณ 40 กรัม
12.MizuMi UV Bright Body Serum SPF50+ PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นที่ช่วยปกป้องผิวสูงสุดจากรังสียูวี ด้วย SPF50+ PA++++ ด้วยสารกันแดดแบบ Chemical และ Physical และยังมีเทคโนโลยี Anti Pollution ช่วยปกป้องผิวด้วยการสร้างฟิล์มล่องหนเคลือบผิว ไม่ทิ้งความขาวเมื่อเซตตัว ทั้งยังช่วยบำรุงผิวให้ดูสว่าง กระจ่างใส เรียบเนียน สารสกัดดอกซากุระ และ Kakadu Plum ช่วยเผยผิวดูกระจ่างใสใน 14 วัน
เนื้อสัมผัส เนื้อบางเบา
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB บำรุงผิวกระจ่างใส เรียบเนียน
ราคา 390 บาท
ปริมาณ 180 มล.
13.Clear Nose UV Sun Serum SPF50+ PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นแบรนด์ไทย ครีมกันแดดบูสเตอร์ สูตรสำหรับทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่าย เป็นสิวง่าย มาพร้อมกับเนื้อน้ำ บางเบา สบายผิว ไม่เหนอะหนะ ไม่เป็นคราบ หน้าไม่มัน ไม่เยิ้ม ช่วยควบคุมความมัน ไม่อุดตันผิว ลดสิว ให้ประสิทธิภาพกันแดดสูงสุดด้วย SPF50+ PA++++ สามารถสะท้อน และปกป้องผิวจากแสงแดด รังสียูวีได้ทั้ง UVA1 UVA2 และ UVB
เนื้อสัมผัส เนื้อน้ำ
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ช่วยควบคุมความมัน ไม่อุดตันผิว ลดสิว
ราคา 990 บาท
ปริมาณ 80 มล.
14.Senka Perfect UV Gel A SPF 50+ PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นเนื้อเจล ตัวช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี และยังช่วยบำรุงผิวชุ่มชื้น มาพร้อมกับเนื้อเจลสัมผัสเบาสบายผิว ไม่เหนอะหนะ ไม่อุดตันผิว สามารถใช้ได้กับทั้งใบหน้าและผิวกาย เหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน น้ำหอม และสารแต่งสี มีส่วนช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นอีกด้วย
เนื้อสัมผัส เนื้อเจล
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB บำรุงผิวชุ่มชื้น ไม่อุดตัน
ราคา 499 บาท
ปริมาณ 80 มล.
15.Senka Perfect UV Milk A SPF50 PA++++
ครีมกันแดดญี่ปุ่นเนื้อน้ำนม ตัวช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วย SPF50+ PA++++ รวมถึงปกป้องผิวจากฝุ่นละอองขนาดเล็กจิ๋ว นอกจากนั้นยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ด้วยส่วนผสม อูจิ กรีนที จากญี่ปุ่น ที่มีคุณสมบัติ Anti-oxidant และยังเป็นสูตรกันน้ำและกันเหงื่อ ไม่มีส่วนผสม 4 สารเคมี ได้แก่ Oxybenzone, พาราเบน, น้ำหอม และสารแต่งสี มาพร้อมกับเนื้อน้ำนม เกลี่ยง่าย เบาสบาย
เนื้อสัมผัส เนื้อน้ำนม
คุณสมบัติ ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ปกป้องผิวจากฝุ่นละออง กันน้ำ กันเหงื่อ บำรุงให้ความชุ่มชื้น
ราคา 369 บาท
ปริมาณ 40 มล.
วิธีเลือกครีมกันแดด
เลือกตามกิจกรรม
- สำหรับคนชอบทำกิจกรรม ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ หรืออย่างน้อยมี SPF 30 ขึ้นไป และควรเป็นสูตรที่สามารถทนน้ำทนเหงื่อได้ดี ทาได้ทั้งบนผิวแห้งและเปียก ทาแล้วไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ
- สำหรับชอบออกนอกบ้าน โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศ ควรเลือกครีมกันแดด SPF 50 PA+++ และลองเลือกเนื้อที่เป็นเมคอัพเบสช่วยเตรียมงานผิวก่อนแต่งหน้าได้ด้วย
- สำหรับชอบอยู่บ้าน ไม่ค่อยออกไปเจอแสงแดด ควรเลือกครีมกันแดดเนื้อเบา ๆ SPF 30 PA++ ก็เพียงพอแล้ว
เลือกตามเนื้อครีม
- ครีมกันแดดชนิดเนื้อครีม ครีมกันแดดประเภทนี้จะให้ความชุ่มชื้นสูง และทำหน้าที่บำรุงผิวเป็นเหมือนสกินแคร์ให้ความชุ่มชื้น และยังเป็นกันแดดที่อยู่ได้เป็นเวลานาน แต่มีข้อเสียที่การทาไม่ค่อยมีไม่สม่ำเสมอ
- ครีมกันแดดชนิดเนื้อโลชั่น / น้ำนม ครีมกันแดดประเภทนี้ จะเด่นในเรื่องของการใช้งานง่าย ขึ้นชื่อการเกลี่ยบนผิวหนังแล้ว ไม่ค่อยทิ้งคราบขาว และเนื้อไม่หนาหลังทา
- ครีมกันแดดชนิดเนื้อเจล ครีมกันแดดชนิดเจล จะมีเนื้อใสและสดชื่น มีความเรียบเนียนและทาง่าย ใช้งานได้ไม่ยาก
จุดเด่นของครีมกันแดดญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง?
1. เนื้อบางเบา ใช้งานสบายผิว
ครีมกันแดดญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสที่บางเบา เกลี่ยง่าย ซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะหรือคราบขาว ทำให้ไม่รู้สึกหนักผิวหน้า เหมาะมากกับสภาพอากาศร้อนชื้นของบ้านเรา ที่ต้องการกันแดดที่ทั้งปกป้องและสบายผิวในเวลาเดียวกัน
2. ปกป้องผิวจากรังสีครบทั้ง UVA และ UVB
จุดแข็งอีกอย่างคือกันแดดญี่ปุ่นมักให้การปกป้องได้ทั้งรังสี UVA ที่ทำร้ายผิวลึกและทำให้เกิดริ้วรอย และรังสี UVB ที่ทำให้ผิวไหม้หรือคล้ำเสีย โดยส่วนใหญ่จะมีค่า SPF และ PA สูง เพื่อให้มั่นใจว่าผิวได้รับการป้องกันอย่างเต็มที่แม้ในวันที่เจอแดดจัด
3. ผสานสารบำรุงผิวในหนึ่งเดียว
ครีมกันแดดญี่ปุ่นหลายสูตรไม่ได้เป็นแค่กันแดด แต่ยังใส่ส่วนผสมบำรุงผิวเพิ่มเติม เช่น ไฮยาลูรอนที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น วิตามินซีที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส หรือคอลลาเจนที่ช่วยเรื่องความยืดหยุ่น ทำให้ใช้กันแดดเหมือนได้บำรุงผิวไปพร้อมกัน
4. ราคาหลากหลาย เข้าถึงได้ง่าย
ครีมกันแดดญี่ปุ่นมีให้เลือกหลายระดับราคา ตั้งแต่สูตรที่เป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ ไปจนถึงสูตรพรีเมียมคุณภาพสูง ผู้ใช้จึงสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและความต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไปก็ยังได้คุณภาพที่ดี
5. ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว
จุดเด่นของครีมกันแดดญี่ปุ่นที่ทำให้เป็นที่นิยมคือมีสูตรที่พัฒนามาให้เหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวมันที่กังวลเรื่องความเหนียว ผิวแห้งที่ต้องการความชุ่มชื้น หรือแม้แต่ผิวแพ้ง่ายที่ต้องการสูตรอ่อนโยน ทำให้กันแดดญี่ปุ่นเป็นตัวเลือกที่ใครก็ใช้ได้
เคล็ดลับการใช้ครีมกันแดดญี่ปุ่นอย่างไรให้ได้ผล?
- ทาให้ทั่วหน้าและคอ ก่อนออกแดด 15–20 นาที
- ใช้ปริมาณพอเหมาะ (ประมาณ 2 ข้อนิ้วมือสำหรับใบหน้า)
- หากอยู่กลางแจ้ง ควรทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง
- ทำความสะอาดผิวให้หมดจดทุกวัน เพื่อลดการอุดตัน
และนี่ก็คือ 15 สุดยอดครีมกันแดดญี่ปุ่น ยอดนิยม ติดชาร์จตัวดังใช้ดี ที่วัตสันนำมาแบ่งปันเพื่อน ๆ ในบทความนี้ และอย่างที่บอกไปว่า รังสี UV พร้อมที่จะทำร้ายผิวคุณได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นกลางแจ้งหรือในร่ม ถ้าไม่อยากผิวเสีย ผิวโทรมจากรังสี UV การทากันแดดเป็นประจำทุกวันสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวตามมาได้เยอะเลย
คำถามที่พบบ่อย
Q: กันแดดญี่ปุ่นดีกว่ากันแดดเกาหลีหรือยุโรปไหม?
A: กันแดดญี่ปุ่นเด่นเรื่องเนื้อบางเบา ซึมไว ส่วนกันแดดยุโรปจะเด่นเรื่องฟิลเตอร์กันแดดรุ่นใหม่ ๆ ที่ทนแดดจัด ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพผิวและความชอบ
Q: ครีมกันแดดญี่ปุ่นใช้ได้ทุกวันไหม?
A: ครีมกันแดดญี่ปุ่นสามารถใช้ได้ทุกวัน เพราะครีมกันแดดญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นสูตรอ่อนโยน ใช้เป็นประจำทุกวันได้โดยไม่ทำให้ผิวอุดตัน
Q: ผิวแพ้ง่ายใช้กันแดดญี่ปุ่นยี่ห้อไหนดี?
A: แนะนำเป็นกันแดดญี่ปุ่นสูตร Mineral sunscreen เช่น Kose Suncut Mild Care หรือ Anessa Mild Milk ที่ปราศจากแอลกอฮอล์
Q: กันแดดญี่ปุ่นต้องทาซ้ำไหม?
A: ถ้าอยู่กลางแดดหรือออกกำลังกาย ควรทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
Q: กันแดดญี่ปุ่นใช้แทนเมกอัปเบสได้หรือไม่?
A: กันแดดญี่ปุ่นบางสูตรใช้แทนได้ เช่น Canmake Mermaid Skin Gel UV ใช้แทนเมกอัปเบสได้ ช่วยให้เครื่องสำอางติดทน
ข้อมูลอ้างอิง
https://sudsapda.com/beauty/333342.html
https://www.mushroomtravel.com/page/sunscreen-recommend-japan-item/
คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ
- 10 สเปรย์ล็อคผม 2025 ล็อคผมแน่น จะทรงไหนก็เอาอยู่
- มัดรวม 3 ไอเดีย ทรงผมเวนดี้ ทรงผมสั้นสไลด์เลเยอร์ เปลี่ยนลุกให้คูลแอนด์คิวท์
- 10 มีดโกนผู้หญิงยี่ห้อไหนดี โกนได้ทุกส่วน ไม่บาดผิว
- รังแค สัญญาณ ที่บอกว่าหนังศีรษะของคุณต้องได้รับการดูแล จริงจัง
- เปิดตัวน้องใหม่ Hada Labo+ จากบ้าน Hada Labo ไอเท็มเด็ดฟื้นผิวให้ Perfect หลังทุกหัตการ





