โหลดแอปฯ
ดาวน์โหลด:
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน image
ค้นหาร้านค้า บทความน่าอ่าน
Community
ใหม่!!
Watsons Services
0
ตะกร้า
Share

เชื้อราผิวหนัง เรียกได้ว่าเป็นโรคผิวหนังยอดฮิตที่เกิดจากการติดเชื้อราที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติหรือได้รับเชื้อจากสิ่งแวดล้อม โดยมีสภาพอากาศร้อนชื้นและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นตัวกระตุ้นหลัก โดยเฉพาะในอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทย เชื้อราผิวหนังจะเติบโตได้ดีมาก ๆ วันนี้ วัตสันเลยอยากจะชวนทุกคนมาดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันเชื้อราผิวหนังให้ดียิ่งขึ้น

Hightlight

• เชื้อราผิวหนัง (Dermatophytosis) คืออะไร?

• เชื่อราผิวหนังมีกี่ชนิด? ชนิดของเชื้อราผิวหนังที่พบบ่อย

• เชื้อราผิวหนังเกิดจากอะไร?

• อาการและสัญญาณของผื่นเชื้อรา สังเกตอย่างไร?

• วิธีรักษาเชื้อราผิวหนังอย่างไรให้หาย?

• วิธีดูแลตัวเองอย่างไรและป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ?

• 9 ไอเทมดูแล-บรรเทาเชื้อราผิวหนัง หาซื้อได้ที่ Watsons

• ตารางเปรียบเทียบ 9 ไอเทมดูแลเชื้อราผิวหนัง

• เชื้อราผิวหนังแบบไหน ควรรีบไปพบแพทย์?

เชื้อราผิวหนัง(Dermatophytosis) คืออะไร?

โดยเชื้อราผิวหนัง (Dermatophytosis) หรือที่เรารู้จักกันทั่วไปว่า “โรคกลาก” เป็นการติดเชื้อราในกลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (Dermatophytes) ที่บริเวณผิวหนังชั้นนอก เส้นผม และเล็บ โดยเชื้อรานี้จะกินสารเคราติน (Keratin) เป็นอาหาร สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง สัมผัสสัตว์เลี้ยงที่เป็นพาหะ เช่น สุนัข แมว หรือการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เช่น หวี ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า และเชื้อรานี้มักเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น และบริเวณที่อับชื้นของร่างกาย

เชื่อราผิวหนังมีกี่ชนิด?ชนิดของเชื้อราผิวหนังที่พบบ่อย

เชื้อราผิวหนังมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะอาการและตำแหน่งที่เกิดแตกต่างกัน มาดูกันว่าชนิดไหนที่พบบ่อย 

1. กลาก (Ringworm)

ผื่นเชื้อราชนิดนี้มีลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรี ขอบเขตชัดเจน ขอบนูนแดงและอาจมีขุย ตรงกลางผื่นมักจะดูเป็นผิวปกติ มีอาการคันมาก เกิดจากกลุ่มเชื้อราเดอร์มาโตไฟต์ (Dermatophyte) มักจะพบบริเวณลำตัว หนังศีรษะ ขาหนีบ ซอกนิ้วเท้า

2. เกลื้อน

ผื่นเชื้อราชนิดนี้มักเป็นจุดวงเล็ก ๆ หรือเป็นปื้น มีสีอ่อนกว่า หรือเข้มกว่าสีผิวปกติ เช่น สีขาว สีน้ำตาล หรือสีแดง มักมีขุยละเอียด ไม่คันมาก แต่อาจคันเมื่อมีเหงื่อออก มักจะพบบริเวณลำตัว แผ่นหลัง หน้าอก ลำคอ และต้นแขน และส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (Dermatophyte)

3. น้ำกัดเท้า / ฮ่องกงฟุต

เชื้อราผิวหนังชนิดนี้พบบ่อยในคนที่ใส่รองเท้าปิดนาน ๆ เท้าเปียกชื้นเป็นประจำ หรือใส่รองเท้าคู่เดิมติดต่อกันทุกวัน โดยอาการผิวหนังบริเวณซอกนิ้วเท้าเปื่อยยุ่ย ลอก คัน และอาจมีกลิ่นเหม็น ถ้าเป็นมากอาจมีตุ่มน้ำหรือผิวหนังแตกจนแสบ เกิดจากเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (Dermatophyte)

4. เชื้อราที่เล็บ

โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อราที่เล็บรักษาได้ยากกว่าชนิดอื่น เพราะเชื้อฝังลึกอยู่ในเนื้อเล็บ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อราบริเวณซอกเล็บและแผ่นเล็บ มักเกิดจากเชื้อรากลุ่มกลากแท้ กลากเทียม หรือเชื้อยีสต์ และเชื้อสามารถลุกลามได้ทั้งเล็บมือและเล็บเท้า ทำให้เล็บเปลี่ยนสี เปราะบาง ผิดรูป และอาจนำไปสู่การอักเสบรอบเล็บได้

5. แคนดิดา (Candida)

การติดเชื้อรากลุ่มยีสต์ที่เรียกว่า Candida โดยเฉพาะสายพันธุ์ Candida Albicans ซึ่งปกติอาศัยอยู่บนร่างกายมนุษย์โดยไม่ก่อโรค แต่หากร่างกายเสียสมดุล เชื้อจะแบ่งตัวมากเกินไปจนเกิดการติดเชื้อ

เชื้อราผิวหนัง

เชื้อราผิวหนังเกิดจากอะไร?

เชื้อราผิวหนัง เกิดจากการติดเชื้อราชนิดต่าง ๆ เช่น กลาก เกลื้อน หรือแคนดิดา มีปัจจัยอื่น ๆ กระตุ้นทำให้เกิดเชื้อราบนผิวหนัง ได้แก่

  • ความอับชื้นและเหงื่อ สภาพอากาศร้อนชื้น หรือการสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดี ทำให้เกิดการสะสมของเหงื่อ เป็นแหล่งเจริญเติบโตอย่างดีของเชื้อรา
  • การสัมผัสเชื้อโดยตรง ผ่านการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรือสัมผัสเชื้อจากสัตว์เลี้ยง
  • สุขอนามัยไม่ดีพอ อย่างการปล่อยให้ผิวหนังสกปรก ไม่แห้งสนิท หรือเดินเท้าเปล่าในพื้นที่เปียกชื้นสาธารณะ เช่น ห้องน้ำรวม
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน

อาการและสัญญาณของผื่นเชื้อราสังเกตอย่างไร?

ผื่นเชื้อราสามารถสังเกตได้จากผื่นแดงนูนเป็นวง ผิวลอกเป็นขุยหรือสะเก็ด และมีอาการคันรุนแรง ส่วนใหญ่มักพบบ่อยตามซอกพับ เช่น ขาหนีบ รักแร้ และง่ามเท้า นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตและจำแนกประเภทผื่นเชื้อราได้จากสัญญาณลักษณะเฉพาะ ดังนี้

  • กลาก (Ringworm) เป็นผื่นวงกลมหรือวงรี ขอบเขตชัดเจน ขอบผื่นมักจะนูนแดง แดงเข้มกว่าตรงกลาง มักลามออกช้า ๆ และคันมาก
  • เกลื้อน (Tinea Versicolor) เป็นดวงเล็ก ๆ หลายดวงติดกัน มีสีต่างจากผิวหนังปกติ เช่น สีขาวซีด ชมพู หรือน้ำตาล ขอบเขตผื่นเป็นขุยละเอียด มักพบตามลำตัว หน้าอก และหลัง ไม่ค่อยคัน หรือคันเล็กน้อย
  • เชื้อราในร่มผ้า ซอกพับ (Intertrigo) ผื่นสีแดงสด เกิดจากการอับชื้น มักพบตามขาหนีบ ใต้ราวนม หรือซอกนิ้วเท้า ผิวอาจเปื่อย ลอก หรือมีกลิ่นอับร่วมด้วย

วิธีรักษาเชื้อราผิวหนังอย่างไรให้หาย?

1. ใช้ยาทาภายนอก

ครีมที่มีตัวยา Clotrimazole, Ketoconazole หรือ Terbinafine ทาบางๆ ให้เลยขอบรอยโรคออกไปประมาณ 1 – 2 เซนติเมตร และเมื่อผื่นเชื้อราดูยุบลงหรือหายไปแล้ว ต้องทายาต่อเนื่องไปอีก 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อฆ่าสปอร์เชื้อราที่ยังหลงเหลืออยู่ ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

2. รับประทานยา

ถ้าเป็นเชื้อราผิวหนังที่หนังศีรษะ เป็นบริเวณกว้าง หรือยาทาไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาร่วมด้วย อย่างยารักษาเชื้อรา จะช่วยบรรเทาอาการคัน ส่วนยาฆ่าเชื้อรา จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบ

วิธีรักษาเชื้อราผิวหนังให้หาย

วิธีดูแลตัวเองอย่างไรและป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ?

การรักษาผื่นเชื้อราให้หายขาดไม่ใช่แค่ทายา แต่ต้องดูแลพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย มาดูวิธีป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำกัน 

  • ทายาอย่างต่อเนื่อง ทายาฆ่าเชื้อรา เช่น Clotrimazole, Ketoconazole ให้ครอบคลุมบริเวณที่เป็นและรอบ ๆ อย่างน้อย 2 เซนติเมตร ทาติดต่อกันนาน 1 – 2 สัปดาห์ แม้ผื่นเชื้อราจะหายคันแล้ว เพื่อป้องกันการดื้อยาและโรคกลับมาเป็นซ้ำ
  • ไม่ควรเกาบริเวณที่มีอาการเด็ดขาด การเกาอาจทำให้เชื้อราผิวหนังกระจายไปบริเวณอื่น หรือเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้
  • รักษาความสะอาดและลดความอับชื้น อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และซับตัวให้แห้งสนิททุกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณข้อพับ ซอกนิ้ว และขาหนีบ
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดแน่น ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย และไม่ควรใส่เสื้อผ้าชุดเดิมซ้ำ ๆ ในวันถัดไป
  • งดอาหารกระตุ้นที่การเติบโตของเชื้อรา เชื้อราเติบโตได้ดีในสภาวะที่มีน้ำตาล ควรลดการทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ขนมหวาน และแอลกอฮอล์ที่ทำให้เหงื่อออกและผิวอับชื้นมากขึ้น

9 ไอเทมดูแล-บรรเทาเชื้อราผิวหนังหาซื้อได้ที่ Watsons

รวมไอเทมที่ช่วยดูแลและบรรเทาโรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อราที่ได้ผลจริง หาซื้อได้ง่ายที่ Watsons 

1. Haarlon Hair Scalp Tonic

Haarlon Hair Scalp Tonic โทนิคบรรเทาเชื้อราหนังศีรษะ 

Haarlon Hair Scalp Tonic สำหรับไอเทมนี้ เป็นไอเทมบรรเทาเชื้อราหนังศีรษะ ตัวช่วยบำรุงหนังศีรษะรูปแบบหัวลูกกลิ้ง สูตรเย็นที่เน้นการดูแลปัญหาหนังศีรษะเป็นหลัก อุดมด้วยน้ำมันหอมระเหยและสารสกัดจากธรรมชาติ ที่สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย และเหมาะกับทุกสภาพผิว

  • ปริมาณ 8 มล.
  • ราคา 145 บาท

2. Vichy Dercos Anti Dandruff

Vichy Dercos Anti Dandruff แชมพูขจัดรังแคจากเชื้อราผิวหนัง 

Vichy Dercos Anti Dandruff ตัวนี้เป็นเวชสำอางที่ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหารังแค และหนังศีรษะโดยเฉพาะ ช่วยขจัดรังแคทั้งแบบแห้งและแบบเปียก บรรเทาอาการคัน ลดรังแคตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ปรับสมดุลความมันบนหนังศีรษะ ลดความมันส่วนเกิน และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ เพราะมีสูตรเฉพาะช่วยดูแลและรักษาสมดุลหนังศีรษะในระยะยาวด้วย

  • ปริมาณ 390 มล.
  • ราคา 890 บาท

3. Selsun Blue 2-In-1 Pro Anti-Dandruff Shampoo

Selsun Blue Anti-Dandruff Shampoo แชมพูลดเชื้อราหนังศีรษะ 

ตัวนี้ก็ยังเป็นไอเทมดูแลเชื้อราหนังศีรษะ อย่าง Selsun Blue 2-In-1 Pro Anti-Dandruff Shampoo ตัวนี้ จะเป็นแชมพูขจัดรังแคที่ผสานครีมนวดผมในตัว โดดเด่นด้วยสาร Selenium Sulfide ช่วยขจัดรังแคขั้นเด็ดขาด ลดอาการคัน และควบคุมความมันส่วนเกินบนหนังศีรษะ ซึ่งเป็นต้นเหตุของรังแคและเชื้อราด้วย

  • ปริมาณ 120 มล.
  • ราคา 219 บาท

4. Dettol Shower Gel Gold Classic Clean

Dettol Shower Gel Gold ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย 

สำหรับไอเทมนี้จะเป็นไอเทมดูแลและบรรเทาเชื้อราผิวหนัง นั่นก็คือ Dettol Shower Gel Gold Classic Clean เจลอาบน้ำช่วยชำระล้างและลดการสะสมของแบคทีเรียได้ 99.9% พร้อมปกป้องผิวให้สะอาดอย่างมีอนามัย แถมยังเป็นสูตรมาตรฐานระดับสูงสุดของเดทตอล ที่ผสานมอยส์เจอไรเซอร์ช่วยให้ผิวไม่แห้งตึง และให้ความสดชื่นทุกวันด้วยกลิ่นหอมของแรร์ แอมเบอร์และเลมอนกราส

  • ปริมาณ 480 กรัม
  • ราคา 225 บาท

5. Eucerin Ph5 Sensitive Skin Washlotion

Eucerin Ph5 Sensitive Skin Washlotion บรรเทาผื่นเชื้อราผิวแพ้ง่าย 

ต่อมาเป็น Eucerin Ph5 Sensitive Skin Washlotion ไอเทมนี้เป็นครีมอาบน้ำ ตัวช่วยดูแลและบรรเทาเชื้อรา มาพร้อมกับคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดผิวกาย ออกแบบมาเพื่อผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ช่วยทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนโดยไม่ทำลายชั้นปกป้องผิวตามธรรมชาติ แถมยังไม่มีส่วนผสมของสบู่ (Soap-Free) ที่ทำให้ผิวแห้ง และผ่านการพิสูจน์แล้วว่าเหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย

  • ปริมาณ 1,000 มล.
  • ราคา 870 บาท

6. Oilatum Daily Soap Bar

Oilatum Daily Soap Bar สบู่อ่อนโยนดูแลผิวจากโรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา

สำหรับไอเทมนี้เป็นสบู่ก้อน ตัวช่วยดูแลและบรรเทาเชื้อราผิวหนัง Oilatum Daily Soap Bar สบู่ทำความสะอาดผิวกายที่ออกแบบมาเพื่อผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ช่วยทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนโดยไม่ทำลายชั้นปกป้องผิวตามธรรมชาติ และฟื้นบำรุงกลไกการปกป้องผิวตามธรรมชาติ ทำให้ผิวแข็งแรง ไม่แพ้ง่าย

  • ปริมาณ 100 กรัม
  • ราคา 199 บาท

7. Eucerin Ph 5 Dry Sensitive Skin Lotion

Eucerin Ph5 Dry Sensitive Skin Lotion โลชั่นบำรุงผิวหลังเป็นเชื้อรา 

Eucerin Ph 5 Dry Sensitive Skin Lotion สำหรับไอเทมนี้จะเป็นโลชั่นที่มีค่า Ph ใกล้เคียงกับผิว มีความอ่อนโยน ออกแบบมาสำหรับคนผิวแห้ง บอบบาง และแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ช่วยฟื้นบำรุงและดูแลปัญหาผิว และยังช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นยาวนาน ป้องกันปัญหาผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย แถมสูตรนี้ยังเหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้งอีกด้วย

  • ปริมาณ 250 มล.
  • ราคา 366 บาท

8. Rexona Spray Shower Clean Brightening Antiperspirant

Rexona Antiperspirant Spray ลดเหงื่อป้องกันเชื้อราผิวหนัง 

สำหรับไอเทมนี้เป็นผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อ (Antiperspirant) สำหรับจุดอับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผิวหนังอับชื้น อย่าง Rexona Spray Shower Clean Brightening Antiperspirant สเปรย์ลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายที่ให้ความหอมสดชื่นเหมือนเพิ่งอาบน้ำ ตัวเนื้อสเปรย์แห้งไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และมีส่วนผสมช่วยปรับสภาพผิวใต้วงแขนให้ดูกระจ่างใสขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

  • ปริมาณ 135 มล.
  • ราคา 129 บาท

9. Vichy Deodorant Soothing Anti-Perspirant

Vichy Deodorant Anti-Perspirant ลดเหงื่อป้องกันผื่นเชื้อราผิวแพ้ง่าย 

และไอเทมสุดท้ายคือ Vichy Deodorant Soothing Anti-Perspirant เป็นเวชสำอางระงับกลิ่นกายและลดเหงื่อ ที่ออกแบบมาเพื่อผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ช่วยจัดการปัญหาใต้วงแขนอย่างครบวงจร ช่วยลดการผลิตเหงื่อใต้วงแขน แห้งไว ไม่เหนียว ซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว และไม่ทิ้งคราบขาวบนเสื้อผ้า ที่สำคัญมีส่วนจัดการแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นตัว แถมยังอ่อนโยนต่อผิว ปราศจากพาราเบน แอลกอฮอล์ และน้ำหอม ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังว่าเหมาะสำหรับผิวบอบบางอีกด้วย

  • ปริมาณ 50 มล.
  • ราคา 590 บาท

ตารางเปรียบเทียบ 9 ไอเทมดูแลเชื้อราผิวหนัง

ชื่อสินค้า ราคา ปริมาณ / ขนาด จุดเด่น เหมาะใช้กับ
Haarlon Hair Scalp Tonic
145 บาท 8 มล. โทนิคบำรุงหนังศีรษะสูตรเย็นในรูปแบบหัวลูกกลิ้ง ที่ใช้งานง่าย พกพาสะดวก ซึมซาบเร็วโดยไม่ต้องล้างออก โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ
Vichy Dercos Anti Dandruff 
890 บาท 390 มล. เวชสำอางขจัดรังแคที่โดดเด่นด้วยสารสำคัญอย่าง Selenium Disulfide จัดการได้ทั้งรังแคแห้งและรังแคเปียก เชื้อราหรือยีสต์กลุ่ม Malassezia
Selsun Blue 2-In-1 Pro Anti-Dandruff Shampoo 
219 บาท 120 มล.  ใช้ยาต้านเชื้อราและลดการผลัดเซลล์ผิว บรรเทาอาการคันและลดการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื้อราบนหนังศีรษะกลุ่มยีสต์ (Malassezia / Pityrosporum)
Dettol Shower Gel Gold Classic Clean 
225 บาท 480 กรัม สูตรปกป้องผิวขั้นสูง ชำระล้างและลดการสะสมของแบคทีเรียได้ 99.9 % เหมาะสำหรับใช้ชำระล้างเพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อแบคทีเรีย (Bacteria) 
Eucerin Ph5 Sensitive Skin Washlotion 
870 บาท 1,000 มล. โลชั่นอาบน้ำสูตรอ่อนโยน โดดเด่นด้วยนวัตกรรม Ph5 Balance System ที่ช่วยปรับสมดุลและรักษาสภาพแวดล้อมบนผิวให้มีค่า Ph ที่เหมาะสม บำรุงผิว
Oilatum Daily Soap Bar 199 บาท 100 กรัม เวชสำอางกลุ่มอีมอลเลียนท์ (Emollient) ช่วยเติมไขมันและกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิว ป้องกันการสูญเสียน้ำปราศจากน้ำหอมและสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง บำรุงผิว
Eucerin Ph 5 Dry Sensitive Skin Lotion 199 บาท 100 กรัม ฟื้นบำรุงเกราะปกป้องผิวและปรับสมดุลค่า Ph ตามธรรมชาติ ปรับและคงสมดุลสภาพแวดล้อมในเซลล์ผิว ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิวตามธรรมชาติ ไม่ให้ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้น บำรุงผิว
Rexona Spray Shower Clean Brightening Antiperspirant 129 บาท 135 มล. สเปรย์ลดเหงื่อและระงับกลิ่นกาย ยิ่งขยับ ยิ่งหอมสดชื่น แห้งไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ บำรุงผิว
Vichy Deodorant Soothing Anti-Perspirant 590 บาท 50 มล. โรลออนสูตรเวชสำอาง ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ออกแบบมาเพื่อปลอบประโลมผิว บำรุงผิว

เชื้อราผิวหนังแบบไหน ควรรีบไปพบแพทย์?

อาการเชื้อราที่ผิวหนังที่ควรไปพบแพทย์ สามารถตรวจสอบอาการเสี่ยงและหาแนวทางรักษาเบื้องต้นได้ ดังนี้

  • ผื่นลุกลามเร็ว เป็นบริเวณกว้าง ลามไปหลายส่วนของร่างกาย หรือเป็นบริเวณใบหน้า
  • มีสัญญาณการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น มีอาการผื่นบวมแดงร้อน มีน้ำเหลืองไหล หรือมีตุ่มหนอง
  • เป็นบริเวณที่รักษาเองยาก เชื้อราที่หนังศีรษะ ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม หรือเชื้อราที่เล็บ ทำให้เล็บหนา เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ขาว ขรุขระ
  • รักษาแล้วไม่หาย เมื่อมีอาการไม่ดีขึ้น ผื่นไม่ยุบ หรือคันมากขึ้นหลังซื้อยาทามาใช้เอง 1 – 2 สัปดาห์
  • มีโรคประจำตัว ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่ทานยากดภูมิ เมื่อเกิดเชื้อราควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

Q:เชื้อราผิวหนังติดต่อสู่คนอื่นหรือติดจากสัตว์เลี้ยงได้ไหม?

A: เชื้อราผิวหนังสามารถติดต่อจากคนสู่คนและติดจากสัตว์เลี้ยงสู่คนได้ เชื้อราจะแพร่ผ่านการสัมผัสตัวสัตว์เลี้ยง สัมผัสขน หรือบริเวณผิวหนังที่เป็นสะเก็ดร่วงหล่นในสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ว่าสัตว์เลี้ยงจะไม่มีอาการแสดงให้เห็น แต่ก็สามารถเป็นพาหะได้ 

Q: ทายาฆ่าเชื้อราจนผื่นหายแล้ว ต้องทาต่ออีกไหม?

A: เมื่อผื่นเชื้อราหายแล้วแต่ก็ควรทายาต่อ เพื่อกำจัดสปอร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ใต้ชั้นผิวหนังให้หมดจด ป้องกันไม่ให้ผื่นเชื้อรากลับมาเป็นซ้ำหรือเกิดภาวะเชื้อดื้อยา ควรทายาฆ่าเชื้อราต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ รวมถึงทายาให้เลยออกไปจากขอบผื่นเดิมประมาณ 1 – 2 เซนติเมตร เพราะสปอร์เชื้อรามักจะแอบอยู่บริเวณรอบ ๆ ด้วย

Q: ผื่นเชื้อราใช้ยาทาสเตียรอยด์ได้ไหม?

A: ไม่แนะนำให้ใช้ยาสเตียรอยด์เดี่ยวๆ ในการรักษาผื่นเชื้อรา เพราะยาจะไปกดภูมิคุ้มกันของผิวหนัง ทำให้เชื้อราเจริญเติบโต ลุกลามหนักขึ้น และอาจทำให้ผื่นเปลี่ยนลักษณะจนวินิจฉัยและรักษายากขึ้นด้วย แนะนำให้ทายาต้านเชื้อราเป็นหลัก เช่น ครีมที่มีตัวยาโคลไตรมาโซล (Clotrimazole) หรือคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) เป็นต้น

Q: เป็นเชื้อราผิวหนังบ่อย ๆ เป็น ๆ หาย ๆ เกิดจากอะไร?

A: การเป็นเชื้อราผิวหนังบ่อย ๆ เป็น ๆ หาย ๆ มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมและความชื้น อากาศร้อนชื้น เหงื่อออกมาก หรือใส่เสื้อผ้าที่อับชื้น ไม่ระบายอากาศ การรักษาไม่ครบโดส เมื่ออาการคันหรือผื่นลดลง มักหยุดทายาฆ่าเชื้อราทันที ทำให้เชื้อที่หลงเหลืออยู่กลับมาแพร่พันธุ์ใหม่ การใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า ร่วมกับผู้อื่น หรือการสัมผัสสัตว์เลี้ยงที่มีเชื้อรา รวมถึงคนมีภูมิต้านทานต่ำ มีโรคผิวหนังอื่น ๆ ร่วมด้วย ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ติดเชื้อง่ายขึ้น

Q: เชื้อราที่เล็บรักษายากกว่าที่ผิวหนังจริงไหม ใช้เวลานานแค่ไหน?

A: เชื้อราที่เล็บรักษายากกว่าและใช้เวลานานกว่าที่ผิวหนังมาก เนื่องจากตัวเชื้อราฝังตัวอยู่ลึกลงไปในเนื้อเล็บและใต้เล็บซึ่งเข้าถึงได้ยาก ทำยาทาเฉพาะที่เข้าไปได้ไม่เพียงพอ จึงต้องใช้เวลาในการรอให้เล็บใหม่ยาวขึ้นมาแทนที่เล็บเดิม สำหรับการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด คือการใช้ยารับประทาน เพื่อให้ยาไปกับกระแสเลือดและสร้างเล็บใหม่ที่แข็งแรงขึ้นมาแทนที่

Q: เป็นเชื้อราผิวหนังควรหยุดออกกำลังกาย / เข้าฟิตเนส-สระว่ายน้ำไหม?

A: เมื่อเป็นเชื้อราผิวหนัง ไม่จำเป็นต้องหยุดออกกำลังกาย แต่ถ้าหากออกกำลังกาย หรือว่ายน้ำในที่สาธารณะ ควรหลีกเลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนกิจกรรมบางอย่างชั่วคราว อย่างการเลี่ยงลงสระว่ายน้ำ คลอรีนในสระว่ายน้ำอาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง และทำให้แผลเชื้อราอักเสบหรือคันมากขึ้น นอกจากนี้พื้นที่ริมสระว่ายน้ำ ห้องน้ำรวม และพื้นเปียกชื้นในฟิตเนส เป็นจุดแพร่กระจายเชื้อราได้ง่ายอีกด้วย

Previous

ไอไม่หยุด ทำไงดี? รวม 10 วิธีแก้ไอ ลดคันคอ หายเร็ว

Next

10 วิธีรักษาสิว ลดสิว ด้วยตัวเอง เห็นผลจริง หน้าใสขึ้น

Related Topics
Share
WHAT’S HOT
  1. 10 ร้านเสื้อผ้าในไอจีราคาถูก หลักร้อย ไม่ตกเทรนด์
  2. 12 สกินแคร์จาก CICA ส่วนผสมช่วยลดสิว ผิวระคายเคือง
  3. 10 สถานที่ขอพรเรื่องความรัก ช่วยคนโสดไม่ให้นก
  4. 15 ครีมบำรุงผิวขาว และครีมทาผิวขาวยี่ห้อไหนดี 2026
  5. แต่งหน้าเป๊ะปังด้วยเมคอัพ ชิ้นที่สอง1บาท
  6. ปวดท้องเมนส์รุนแรง ทำไงดี? 7 วิธีแก้ปวดท้องเมนส์เร่งด่วน
  7. 10 วิธีรักษาสิว ลดสิว ด้วยตัวเอง เห็นผลจริง หน้าใสขึ้น
  8. 10 ยาย้อมผมแบบสระ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมสีย้อมผม ดูธรรมชาติ
  9. ไอไม่หยุด ทำไงดี? รวม 10 วิธีแก้ไอ ลดคันคอ หายเร็ว
  10. เลือกให้ถูก!  โฟม Perfect Whip สูตรไหนเหมาะกับเรา
  11. ผื่นเชื้อราผิวหนัง คืออะไร? อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาโรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อราให้หาย
*/?>